คงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ แต่สำหรับผู้ที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นครั้งแรกและโดยเฉพาะโอกาสที่จะต้องเดินทางคนเดียว หรือไม่มีไกด์นำขบวน คงอดที่จะกังวลไม่ได้เป็นแน่ สำหรับตัวเองมีแผนที่จะเดินทางไกลไปต่างประเทศกับเพื่อนอีก 2-3 คน ซึ่งปัญหาที่เกิดกับการโดยสารเครื่องบินนี้ไม่อยากให้เกิด เนื่องจากเราไปเที่ยวกันเองไม่มีไกด์ แล้วอีกอย่างภาษาที่ใช้ก็ถนัดแค่ภาษาไทยอย่างเดียว จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนขึ้นเครื่อง

อันดับแรก ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกประมาณ 1.5- 2 ชั่วโมง เพื่อที่จะ Checkin รับ boarding pass และกรอกเอกสารผ่านเข้าออกเมืองเพื่อผ่านพิธีศุลกากร ซึ่งต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ ต่อมา ตรวจสอบเอกสารประกอบการเดินทาง ได้แก่ Passport, visa, boarding pass, และเอกสารการผ่านเข้าออกเมือง (Immigration) มีครบแล้ว ก็นำกระเป๋าไป Load อันนี้ต้องระวังนิ้ด โดยเฉพาะของเหลว พวก โลชั่น น้ำดื่ม แชมพู น้ำหอม สุรา หากรวมกันแล้วเกิน 100 Ml. ต้อง Load เข้าใต้เครื่อง อนุญาตให้ถือของเหลวขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 100 ML. พวกยาดม ยาลม ยาหม่องน้ำ นี่สบาย ไม่เกิน 50 ML. อยู่แล้ว สำหรับกระเป๋าและสิ่งของที่จะ Load เข้าใต้เครื่องต้องระวังให้ดี เพราะหากแตกหักเสียหาย สายการบินถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสาร ในการ Load กระเป๋ามีระวางน้ำหนักด้วยนะคะ ที่ทราบมาคือ 20 Kg. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม หากมากกว่านั้นต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หากมีกระเป๋าหลายใบและเป็นสีพื้นๆ ควรทำสัญลักษณ์ติดกระเป๋าไว้ด้วย เช่น ผูกริบบิ้น เพื่อความสะดวกในการรับคืน

เอาหล่ะ แบ่งแยกของที่จะถือขึ้นและจะ Load เข้าใต้เครื่องแล้ว ก็ไปที่เคาน์เตอร์สายการบินนั้น เพื่อแจ้งให้พนักงานตรวจสอบ/Load กระเป๋า พนักงานจะชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่จะ Load จะเสียเงินเพิ่มหรือไม่ก็ตรงนี้แหละ และตรวจสอบกระเป๋าถือ (Hand bag/Carry bag) ที่จะถือขึ้นเครื่อง ปกติกำหนดให้มีขนาด ก.xย.xส. คือ 25 cm.x55 cm.x35cm. หาก OK. ไม่มีสิ่งของต้องห้ามพนักงานจะนำแถบกระดาษที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจสอบแล้วมาติดให้ที่กระเป๋า ยุ่งยากเรื่อง Load กระเป๋าแล้ว ก็ไปถึงขึ้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะแบ่งเป็นช่องๆ สำหรับนักท่องเที่ยว คนประจำชาติ พนักงานของรัฐ หากช่องไหนสั้นก็สามารถไปต่อได้เช่นกัน ยื่นเอกสารทั้ง 4 ประเภทที่เตรียมไว้ตั้งแต่ต้นให้พนักงาน จะมีตำแหน่งให้ยืนเพื่อให้ผู้เดินทางแสดงใบหน้าสวยๆ หล่อๆ ต่อหน้ากล้องเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน พนักงานจะเก็บเอกสารส่วนที่เป็นการออกเมืองไว้ ผู้เดินทางจะได้รับเอกสารส่วนที่เข้าเมืองไว้ (ต้องเก็บไว้ให้ดี) หากหายต้องใช้เวลามากกว่า 30 นาทีเป็นอย่างน้อยสำหรับทำเอกสารขาเข้าเมืองใหม่ ปกติพนักงานจะเย็บติดไว้ใน passport ให้ (คงมีประสบการณ์ว่ามีผู้ทำหายเยอะ) หลังจากนั้นหากยังไม่ถึงเวลาเครื่องออก ก็สามารถนั่งรอหรือ Shoping ในส่วนที่เป็น duty free ได้ แต่ควรไปถึงประตู (Port/Gate) ที่แจ้งไว้ใน boarding pass ก่อนเวลาเครื่องออกไม่น้อยกว่า 20 นาที ก่อนจะเข้าถึงที่พักผู้โดยสารรอขึ้นเครื่อง จะมีการตรวจกระเป๋าหรือสิ่งของที่จะถือขึ้นเครื่องอีกครั้ง ตรวจสอบอาวุธด้วย แล้วจะย้อนกลับออกไปข้างนอกอีกไม่ได้นะคะ

ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว นำเอกสารสำคัญ 4 อย่างออกมา ยื่นให้พนักงาน เพื่อตรวจสอบข้อมูลการขึ้นเครื่อง หลังจากนั้นเข้าสู่ที่นั่ง ซึ่งจะแจ้งเลขที่นั่ง (Seat)ไว้ใน boarding pass เช่นเดียวกัน เมื่อได้ที่นั่งที่ตรงกับบัตรโดยสารแล้วถึงเก็บเอกสาร 4 อย่างไว้ให้ดี สามารถหยิบได้ง่ายด้วย เพราะจะใช้ในการเข้าเมืองอีกที หากเครื่องไม่เต็มหลังจากผู้เดินสารขึ้นเครื่องหมดแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนที่นั่งใน level เดียวกันได้ หากอยากถ่ายรูป ก็สามารถทำได้ ยกเว้นช่วงของการนำเครื่องขึ้นและลง ซึ่งจะมีประกาศให้งดใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท และต้องระวังแสงแฟลชกับเสียงชัตเตอร์จะรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นด้วยนะคะ

ปล. ของที่ระลึกที่เกี่ยวกับอาวุธไม่ควรซื้อนะคะ หรือไม่ควรนำไปฝากใคร เพราะอาจมีปัญหากับการเดินทางด้านความปลอดภัย ทำให้เสียเวลาและตระหนกตกใจมาก เช่น ลูกกระสุนปืนที่นำมาทำเป็นจี้ห้อยคอ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ขออนุญาต link กับบันทึกคำศัพท์เกี่ยวกับการขึ้นเครื่องบิน             ของคุณ berger0123 ที่ http://gotoknow.org/blog/berger0123/157234