(River Diagram)การพัฒนาตนเองมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิต จากการทำกิจกรรมในกลุ่มนักศึกษาเรื่องการพัฒนาตนเองมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมย่อย เรื่องเล่าเร้าพลัง กิจกรรมคัดสรรขุม จาก How To จนกระทั่งกิจกรรมย่อย กรอกระดับดาว การพัฒนาตนเองมุ่งสู่ความสำเร็จในชีวิต สามารถแสดงเป็นกราฟในภาพรวมของสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งมีจำนวน 7 คน สรุปภาพรวมของกลุ่ม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในภาพรวมของกลุ่มกำหนดขุมที่สำคัญจำนวน 5 ขุม คือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1. ขุมการเจรจา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">2. ขุมการปฏิบัติงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3. ขุมการควบคุมอารมณ์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">4. ขุมการปรับปรุงตนเองในการทำงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">5. ขุมการถ่ายทอดความรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">สมาชิกส่วนใหญ่กำหนดจุดที่ต้องการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืนไว้ในช่อง 5 ดาว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ※ ขุมการเจรจา นิวัต พิชลฎา อนงค์ มาลัยพร ทัชชา อยู่ในระดับ 4 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้คำปรึกษากับ จิราวรรณ อุไรวรรณ ได้ และกลิ่นขจร สามารถปรึกษากับบุคคลทั้ง 5 ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ※ ขุมการปฏิบัติงาน จิราวรรณ นิวัต พิชลฎา มาลัยพร อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้คำปรึกษากับ กลิ่นขจร ได้ และ อนงค์ อุไรวรรณ ทัชชา สามารถปรึกษากับบุคคลทั้ง 4 ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ※ ขุมการควบคุมอารมณ์ อนงค์ อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้คำปรึกษากับ นิวัต ได้ และ พิชลฎา มาลัยพร อุไรวรรณ จิราวรรณ กลิ่นขจร ทัชชา ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ※ ขุมการปรับปรุงตนเองในการทำงาน นิวัต อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้คำปรึกษากับ กลิ่นขจร พิชลฎา มาลัยพร จิราวรรณ อนงค์ อุไรวรรณ ทัชชาได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ※ ขุมการถ่ายทอดความรู้ จิราวรรณ นิวัต พิชลฏา มาลัยพร อยู่ในระดับ 4 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้คำปรึกษากับ กลิ่นขจร ได้ และ อนงค์ อุไรวรรณ ทัชชา สามารถปรึกษากับบุคคลทั้ง 2 ได้</p>กระบวนการถอดความรู้ กำหนดสมรรถนะที่ต้องการเรียนรู้ จากการสรุปในภาพรวมของกลุ่ม สามารถระบุได้ว่า ข้าพเจ้า ยังต้องพัฒนาตนเองในอีก 4 ขุม คือ ขุมการเจรจา, ขุมการควบคุมอารมณ์, ขุมการปรับปรุงตนเองในการทำงาน, ขุมการถ่ายทอดความรู้ จากการประเมินตนเองแล้วตัดสินใจกำหนดขุมการควบคุมอารมณ์ ในการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืน โดยการขอรับความรู้และคำปรึกษาจาก ผู้ที่อยู่ในระดับ 5 ดาว นั้นคือ คุณอนงค์ มะโนวงศ์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> นัดหมายเวลาสัมภาษณ์กระบวนการปฏิบัติและวิธีปฏิบัติ ด้วยการติดต่อคุณอนงค์ มะโนวงศ์ทางโทรศัพท์ เพื่อขอสัมภาษณ์ โดยกำหนดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา 12.00 น ที่ โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> สัมภาษณ์ กระบวนการปฏิบัติ และวิธีปฏิบัติ ทำการสัมภาษณ์คุณอนงค์ มะโนวงศ์โดยใช้หลักการ Best Practice (5W 2H)</p> บันทึกวิธีการและสรุปลงในตารางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามแบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทบทวนสิ่งที่บันทึกได้กับผู้พร้อมให้ แบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">วิธีปฏิบัติที่ดีเรื่อง การควบคุมอารมณ์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เจ้าของวิธีปฏิบัติที่ดี อนงค์ มะโนวงศ์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้เรียนรู้ มาลัยพร วังเขียว</p> <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="593" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto 14.4pt; width: 444.6pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
1. ให้มีสติอยู่เสมอเพื่อควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงให้คลายลง
2. ใช้คำพูดแสดงความรู้สึกแทนการกระทำ (เทคนิคการแสดงออกที่เหมาะสม)
3. ให้ยืดเวลาออกไปก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป หรือพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์เสีย
4. ใช้การข่มใจ การให้อภัยและมองโลกในแง่ดี ให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราแสดงอะไรออกไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง รู้จักให้อภัยและพยายามฝึกมองสิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ในด้านดีเสมอถ้าทำได้
5. เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดควรปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้หรือผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ การที่คนเรามีความทุกข์หรือความเครียดแล้วเก็บกดไว้ในใจตนเองอยู่เสมอ เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดอากาศเข้าไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการปลดปล่อยลมออกมาเสียบ้าง1. ก่อนอื่นต้องรู้ตัวก่อนว่า ตนเองกำลังตกอยู่ในอารมณ์โกรธ สิ่งที่บ่งบอกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอารมณ์โกรธ
2. เมื่อรู้ว่าตนเองมีอาการตามข้อที่ 1 จงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม และบอกตัวท่านเองว่า "เรากำลังตกอยู่ในความโกรธ" ฉะนั้น ท่านควรรีบสงบสติอารมณ์ของท่านโดยเร็ว อาจจะใช้วิธีนับเลขถอยหลังในใจ 3. คิดอย่างใช้เหตุผล เช่น ขณะขับรถอยู่จู่ๆ ก็มีรถคันอื่นขับปาดหน้า บางคนโกรธไขกระจกลงและตะโกนด่า บางคนขับรถปาดหน้ากลับเพื่อแก้แค้น ซึ่งถ้าลองทบทวนดู ก็จะมีเหตุผลที่สามารถเป็นไปได้หลายๆ อย่าง4. เมื่อความโกรธความพลุ่งพล่านในใจลดลง จึงค่อยเผชิญหน้ากับคู่กรณีและพูดคุยโดยใช้เหตุผล ถ้าหากยังไม่สามารถควบคุมความโกรธไว้ได้ อาจจะต้องเลื่อนการเจรจากับคู่กรณีออกไปก่อน หรือโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ญาติหรือคนใกล้ชิด
5. หลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อมีเวลาว่างถ้าอยากจะระบายความโกรธ ก็ลองเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมากๆ โดยเล่นอย่างน้อยครั้ง 30 นาทีขึ้นไป เช่น ตีเทนนิส ชกกระสอบทราย เตะฟุตบอล ฯลฯ หรือบางคนใช้วิธีตะโกนดังๆ ในห้องน้ำไม่ให้ใครได้ยิน ทั้งสองวิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น1. ตรวจสอบความคิดของท่าน ให้คอบตรวจสอบความคิดที่มีอยู่เสมอ ให้เป็นความคิดในด้านบวก
2. ขจัดความคิดในด้านลบออกไปให้เร็วที่สุด อย่าเก็บเอาไว้ เพราะมันจะแพร่เชื้อร้ายในความคิดด้านอื่น ๆ และทำลายความคิดดี ๆ ทำลายอารมณ์ความรู้สึกดี ๆ ไปได้ และนำอารมณ์ที่ไม่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจ
3.พยายามจัดระบบความคิดไปในทางบวก ด้านสร้างสรรค์ คิดว่าเป็นไปได้โดยพระเจ้า สร้างความคิดในด้านบวก ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดในชีวิต เพราะการคิดในด้านบวกทำให้เราต้านความรู้สึกในด้านลบได้ และทำให้จิตใจของเราได้รับการหล่อเลี้ยงในด้านดีอยู่เสมอ มีความเชื่อความหวังใจเสมอ คิดถึงพระสัญญาพระเจ้ามาก ๆ (ฟป. 4: 8)
4.พยายามมองให้เห็นภาพของความเป็นไปได้โดยความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คาดหวังสิ่งที่ดีจากพระเจ้า มองเห็นความสำเร็จที่มาจากพระเจ้า บ่อยครั้งความจำกัด ความรู้สึกท้อใจ ความกลัวในใจ ก็คือ การขยายความคิดของเราให้กว้างขึ้น เมื่อเราคิดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ความคิดเช่นนี้จะเสริมสร้างความเชื่อ และทำลายความกลัวไปได้
5.การปฎิบัติตามความเชื่อในใจ อารมณ์นอกจากจะเกี่ยวข้องกับความคิดแล้วก็ยังเกี่ยวข้องกับการกระทำด้วย การทำบางอย่างจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์และความรู้สึกได้ การได้ร้องเพลงนมัสการสรรเสริญพระเจ้าทำให้อารมณ์ดีขึ้น การพยายามหาส่วนที่ดีในเหตุการณ์ต่างๆ การได้รับใช้ผู้อื่น การเยี่ยมเยียนผู้ที่มีความทุกข์ใจหนุนใจผู้อื่น ล้วนเป็นตัวอย่างการประพฤติที่ดีที่สามารถช่วยเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกจากแง่ลบมาเป็นบวกได้</tbody></table>เรียนรู้วิธีปฏิบัติใหม่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- วางแผนปฏิบัติงานของตนเองที่ได้จากการเรียนรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- นำวิธีปฏิบัติที่ปรับปรุงแล้วของตนเองมาเขียนเป็นขั้นตอน (How To)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ทดลองปฏิบัติตามวิธีใหม่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- จดบันทึกผลที่ได้ ทั้งข้อดี / ข้อบกพร่อง</p>- นำกลับไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเจ้าของความรู้ (อนงค์ มะโนวงศ์) <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto -12.6pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
1. ตรวจสอบความคิดของท่าน ให้คอบตรวจสอบความคิดที่มีอยู่เสมอ ให้เป็นความคิดในด้านบวก
2. ขจัดความคิดในด้านลบออกไปให้เร็วที่สุด อย่าเก็บเอาไว้ เพราะมันจะแพร่เชื้อร้ายในความคิดด้านอื่น ๆ และทำลายความคิดดี ๆ ทำลายอารมณ์ความรู้สึกดี ๆ ไปได้ และนำอารมณ์ที่ไม่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจ
3.พยายามจัดระบบความคิดไปในทางบวก ด้านสร้างสรรค์ คิดว่าเป็นไปได้โดยพระเจ้า สร้างความคิดในด้านบวก ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดในชีวิต เพราะการคิดในด้านบวกทำให้เราต้านความรู้สึกในด้านลบได้ และทำให้จิตใจของเราได้รับการหล่อเลี้ยงในด้านดีอยู่เสมอ มีความเชื่อความหวังใจเสมอ คิดถึงพระสัญญาพระเจ้ามาก ๆ (ฟป. 4: 8)
4.พยายามมองให้เห็นภาพของความเป็นไปได้โดยความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คาดหวังสิ่งที่ดีจากพระเจ้า มองเห็นความสำเร็จที่มาจากพระเจ้า บ่อยครั้งความจำกัด ความรู้สึกท้อใจ ความกลัวในใจ ก็คือ การขยายความคิดของเราให้กว้างขึ้น เมื่อเราคิดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ความคิดเช่นนี้จะเสริมสร้างความเชื่อ และทำลายความกลัวไปได้
5.การปฎิบัติตามความเชื่อในใจ อารมณ์นอกจากจะเกี่ยวข้องกับความคิดแล้วก็ยังเกี่ยวข้องกับการกระทำด้วย การทำบางอย่างจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์และความรู้สึกได้ การได้ร้องเพลงนมัสการสรรเสริญพระเจ้าทำให้อารมณ์ดีขึ้น การพยายามหาส่วนที่ดีในเหตุการณ์ต่างๆ การได้รับใช้ผู้อื่น การเยี่ยมเยียนผู้ที่มีความทุกข์ใจหนุนใจผู้อื่น ล้วนเป็นตัวอย่างการประพฤติที่ดีที่สามารถช่วยเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกจากแง่ลบมาเป็นบวกได้
1. ก่อนอื่นต้องรู้ตัวก่อนว่า ตนเองกำลังตกอยู่ในอารมณ์โกรธ สิ่งที่บ่งบอกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอารมณ์โกรธ
2. เมื่อรู้ว่าตนเองมีอาการตามข้อที่ 1 จงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม และบอกตัวท่านเองว่า "เรากำลังตกอยู่ในความโกรธ" ฉะนั้น ท่านควรรีบสงบสติอารมณ์ของท่านโดยเร็ว อาจจะใช้วิธีนับเลขถอยหลังในใจ 3. คิดอย่างใช้เหตุผล เช่น ขณะขับรถอยู่จู่ๆ ก็มีรถคันอื่นขับปาดหน้า บางคนโกรธไขกระจกลงและตะโกนด่า บางคนขับรถปาดหน้ากลับเพื่อแก้แค้น ซึ่งถ้าลองทบทวนดู ก็จะมีเหตุผลที่สามารถเป็นไปได้หลายๆ อย่าง4. เมื่อความโกรธความพลุ่งพล่านในใจลดลง จึงค่อยเผชิญหน้ากับคู่กรณีและพูดคุยโดยใช้เหตุผล ถ้าหากยังไม่สามารถควบคุมความโกรธไว้ได้ อาจจะต้องเลื่อนการเจรจากับคู่กรณีออกไปก่อน หรือโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ ญาติหรือคนใกล้ชิด
5. หลังจากเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อมีเวลาว่างถ้าอยากจะระบายความโกรธ ก็ลองเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงมากๆ โดยเล่นอย่างน้อยครั้ง 30 นาทีขึ้นไป เช่น ตีเทนนิส ชกกระสอบทราย เตะฟุตบอล ฯลฯ หรือบางคนใช้วิธีตะโกนดังๆ ในห้องน้ำไม่ให้ใครได้ยิน ทั้งสองวิธีนี้จะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
1. ให้มีสติอยู่เสมอเพื่อควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงให้คลายลง
2. ใช้คำพูดแสดงความรู้สึกแทนการกระทำ (เทคนิคการแสดงออกที่เหมาะสม)
3. ให้ยืดเวลาออกไปก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป หรือพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์รุนแรงหรืออารมณ์เสีย
4. ใช้การข่มใจ การให้อภัยและมองโลกในแง่ดี ให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้าเราแสดงอะไรออกไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง รู้จักให้อภัยและพยายามฝึกมองสิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ ในด้านดีเสมอถ้าทำได้
5. เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดควรปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้หรือผู้ใหญ่ที่เราให้ความเคารพนับถือ การที่คนเรามีความทุกข์หรือความเครียดแล้วเก็บกดไว้ในใจตนเองอยู่เสมอ เปรียบเสมือนลูกโป่งที่ถูกอัดอากาศเข้าไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการปลดปล่อยลมออกมาเสียบ้าง</tbody></table> การทดลองแบบ Best To Corrent <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- นำเอาแบบปฏิบัติที่ดีเยี่ยมไปทดลองใช้ แล้วบันทึกผล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ปฏิบัติด้วยวิธีการเดิม แล้วบันทึกผล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ทำซ้ำๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- เปรียบเทียบผลลัพธ์ จากทั้ง 2 วิธี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- วิเคราะห์ความแตกต่าง ผลที่ได้ และนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้</p> การสร้างนวัตกรรมจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- จากผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ผลิตกระบวนการ สื่อ หรือชิ้นงานออกมาให้จับต้องได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- ทดลองใช้นวัตกรรมที่ผลิตขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">- เขียนรายงานการใช้</p>- เผยแพร่ทางสื่อต่างๆ เช่น บทความ เรื่องเล่า Blog