เริ่มต้นการจัดการความรู้ของสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดปี 2551

เมื่อวานนี้ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 ซึ่งปีนี้กลุ่มฝ่ายต่างๆมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้นกว่าในปีก่อนๆ ที่ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญแก่โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน แต่เนื่องจากวันนี้ไม่เอื้ออำนวยนัก เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต้องลงพื้นที่ทั้งเจ้าหน้าที่ของจังหวัดที่ต้องลงไปเตรียมพื้นที่โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว อีกส่วนหนึ่งก็ต้องจัดพื้นที่รับการประชุมสภากาแฟเย็นในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 ส่วนเจ้าหน้าที่ของอำเภอที่ต้องลงทำงานด่วนเช่นยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขในพื้นที่ ทำให้การประชุมจบลงเมื่อตอน เกือบบ่ายโมง หลังจากทานอาหารกลางวันกันเสร็จ ซึ่งอาหารกลางวันเป็นบะหมี่ เกี๊ยวเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ต่างแยกย้ายกันลงพื้นที่ไปไป

ในเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการในปีนี้ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดเอง โดยเฉพาะฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ จะพยายามจัดการถ่ายทอดความรู้เรื่องใหม่ๆและจำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งใช้เวทีดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับให้มากขึ้น ซึ่งในเวทีนี้ก็ได้จัดการอภิปรายเรื่องยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข เฏษตรตำบลมีส่วนร่วมได้อย่างไร โดยผมได้เชิญผู้รู้ในเรื่องดังกล่าวมาบรรยายและร่วมตอบข้อสงสัยให้แก่เจ้าหน้าที่ในระดับตำบล ซึ่งประกอบด้วย ท่านหัวหน้าปราโมทย์ บุญอากาศ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดตราด และอีกท่านหนึ่งก็คือพี่ปนัดดา ทองศรี ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มวิชาการการเงินการบัญชี สำนักงานคลังจังหวัดตราด ซึ่งถือได้ว่าทั้งสองท่านเป็นผู้ที่แตกฉานเรื่องยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของจังหวัดตราดมากที่สุด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากพี่ๆเกษตรตำบลเป็นอย่างดี มีการจุดประเด็นที่สำคัญขึ้นมาแลกเปลี่ยนกันเป็นระยะ

โดยครั้งหน้าผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเชิญวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาชุมชน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และสาธารณสุขจังหวัด มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องของการทำงานในพื้นที่ แต่แผนนี้เป็นเพียงแค่แนวความคิดนะครับ ยังไม่ได้นำเสนอผู้บริหาร แต่หากหัวหน้าเปิดโอกาส เวทีดังกล่าวคงเป็นเวทีหนึ่งที่สนุกแน่นอนครับ

แนวคิดของผมในบางครั้งอาจจะแหวกแนวไปจนชนิดที่พวกพี่ๆรุ่นเก่าๆไม่สามารถรับได้ แต่ผมก็ตั้งใจไว้ว่า จะดำเนินการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีคุณค่าให้ได้ ไม่ใช่เอาแต่เรื่องโครงการมาพุดกันโดยปราศจากเนื้อหาสาระที่สำคัญ พูดกันในเรื่องซ้ำเดิม พูดกันแต่ปัญหาซึ่งไม่นำเสนอทางแก้ไขประกอบ และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดการความรู้จะช่วยปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่ให้คิดแบบ positive thinking ให้ได้