เมื่อไม่มีใครคิดสร้างกฎหมายที่ส่งเสริมและคุ้มครองชุมชน แล้วไอ้เจ้ากฎหมายที่เอื้อต่อชุมชนจะเกิดได้อย่างไร

 อ.แหวว หรือ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร นักกฎหมายเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติ แห่ง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้ามาให้ความเห็นในบันทึก "รากเหง้าชุมชนคนไร้สัญชาติ" เห็นว่ามีความสำคัญและอยากให้ทุกท่านได้อ่านเพื่อแลกเปลี่ยนกัน จึงนำมาใส่ไว้เป็นบันทึกนี้ค่ะ

 "ตามอ่านเรื่องกองทุนชุมชนของเธอในหลายบันทึกแล้ว ก็เหมือนจะเข้าใจว่า เธอเชื่อว่า เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นจากชาวบ้านเอง ชุมชนเอง ซึ่งอันนี้ พี่ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ว่า ชาวบ้านบ้านนั้นจะมีรัฐหรือไม่ก็ตาม มนุษย์ทุกคน สิ่งที่แท้จริงที่สุด ก็คือ ต้องพึ่งพาตนเองให้ได้

แต่มาสงสัยว่า พวกชุมชนนิยมนี่คงไม่เห็นประโยชน์ของกฎหมาย ดูจะเกลียดกฎหมายเสียด้วยละมัง อ่านดูในหลายๆ ความเห็นที่เข้ามาในบล็อกของเธอดูจะเข้าใจว่า กฎหมาย = การบังคับ การลงโทษ และการจำกัดเสรีภาพ

ฉันออกสงสัยว่า เมื่อไม่มีใครคิดสร้างกฎหมายที่ส่งเสริมและคุ้มครองชุมชน แล้วไอ้เจ้ากฎหมายที่เอื้อต่อชุมชนจะเกิดได้อย่างไร กฎหมายไม่มีชีวิต กฎหมายก็เป็นกระทำของมนุษย์

เมื่อเราจำนนต่อการใช้อำนาจของรัฐ  กฎหมายที่รัฐสร้างขึ้น จึงมีความเป็นเพื่อจำกัดอำนาจของประชาชน ซึ่งก็คือ ชุมชนด้วยล่ะ

ซึ่งก็ตลกอีก ในวันนี้ ก็คือ รัฐ ก็คือ ตัวแทนของประชาชนที่ขึ้นเป็นรัฐบาล รัฐสภา ตุลาการ มิใช่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินสักหน่อย ชนชั้นปกครองเหล่านี้ก็คือ ส่วนหนึ่งของชุมชน ของรากหญ้า ในช่วงแรกของชีวิต เมื่อขึ้นสู่อำนาจได้ ความเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนก็จะหายไป กลายเป็นเจ้าเป็นนายของชุมชน เมื่อจะรับเลือกตั้งใหม่นั่นแหละที่จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

ช่วงหลังๆ ก็เลยเหนื่อยๆ ท้อๆ เราทำงานเป็นนักกฎหมาย เลยไม่รู้จะทำอะไรได้ หันจะไปช่วยชาวบ้านในชุมชน เขาก็ว่า กฎหมายไม่จำเป็น หันไปทำงานกับภาครัฐ เขาก็เอาแต่จะใช้อำนาจไปจำกัดเสรีภาพประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ บางครั้ง ก็ไม่เห็นจะจำเป็น ฉันก็เลยไปขัดคอเขาอีก สรุปว่า เบื่อมาก เลยว่า จะหยุดคิดทำอะไรสักพัก ลองคิดจะไม่ทำดูบ้าง ตั้งใจว่า ปีนี้ จะเป็นปีตอบคำถาม ไม่ถาม ก็ไม่ตอบ หรือคอยไปดูคนอื่นเขียน คนอื่นพูด แล้วก็ขัดคอเขา เหมือนที่มาขัดคอเธอ อย่างนี้แหละ ดีไหม"