กฎหมายบังคับ รักชาติ เคารพธง
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเสอน ร่างพระราชบัญญัติธง พ.ศ. .... ซึ่งเพิ่มเติมจากฉบับเดิม ซึ่งมีส่วนที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนชาวไทย ดังนี้
มาตรา 45/1 กำหนดเวลาชักธงขึ้น 08.00 น. และชักธงลงเวลา 18.00 น.ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ ตลอดจนสถานศึกษา
มาตรา 45/3ธงชาติที่จะนำมาใช้ชักหรือแสดงต้องมีสภาพดี เรียบร้อย ไม่ขาดวิ่น และสีไม่ซีดจนเกินควร
มาตรา 45/4 เมื่อเห็นการชักธงชาติขึ้นและลง ให้แสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่งยืนตรงหันไปทางเสาธง อาคาร หรือสถานที่ที่มีการชักธงชาติจนกว่าจะเสร็จการ
มาตรา 45/5ในกรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม ให้แสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่งยืนตรงหันหน้าไปทางธงชาติหรือทางที่เสียง เพลงชาติดัง ในกรณีอยู่ในอาคารให้หยุดนิ่งยืนตรงดังกล่าวด้วย หากไม่สามารถยืนแสดงความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพโดยหยุดนิ่งในอาการสำรวม ในกรณีอยู่ในยานพาหนะ ให้หยุดยานพาหนะจนกว่าการชักธงชาติหรือเสียงเพลงชาติ หรือสัญญาณการชักธงชาติจะสิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีอยู่ในยานพาหนะที่สัญจรบนทางด่วน ทางรถไฟ ทางรถไฟฟ้า ทางน้ำ หรือทางอื่นที่ไม่อาจหยุดยานพาหนะได้ ตามรายละเอียดที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 45/4 เมื่อเห็นการชักธงชาติขึ้นและลง ให้แสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่งยืนตรงหันไปทางเสาธง อาคาร หรือสถานที่ที่มีการชักธงชาติจนกว่าจะเสร็จการ
มาตรา 45/5ในกรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม ให้แสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่งยืนตรงหันหน้าไปทางธงชาติหรือทางที่เสียง เพลงชาติดัง ในกรณีอยู่ในอาคารให้หยุดนิ่งยืนตรงดังกล่าวด้วย หากไม่สามารถยืนแสดงความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพโดยหยุดนิ่งในอาการสำรวม ในกรณีอยู่ในยานพาหนะ ให้หยุดยานพาหนะจนกว่าการชักธงชาติหรือเสียงเพลงชาติ หรือสัญญาณการชักธงชาติจะสิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีอยู่ในยานพาหนะที่สัญจรบนทางด่วน ทางรถไฟ ทางรถไฟฟ้า ทางน้ำ หรือทางอื่นที่ไม่อาจหยุดยานพาหนะได้ ตามรายละเอียดที่กำหนดในกฎกระทรวง
สรุปง่ายๆ ก็คือ หากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว ย่อมหมายความว่า ประชาชนชาวไทยต้องหยุดยืนเคารพธงชาติในเวลา 8.00 น. และเวลา 18.00 น. รวมถึงประชาชนที่ขับขี่ยานพาหานะอยู่บนท้องถนนก็ต้องหยุดรถเคารพธงชาติด้วย โดยมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 48 ว่า หากผู้ใดฝ่าฝืน กำหนดให้ต้องจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4000 บาท หรือทำจำทั้งปรับ
ตามพระราชบัญญัติธงเดิมนั้นไม่มีการกำหนดเป็นข้อบังคับ การยืนเคารพธงชาติรวมถึงการหยุดรถเคารพธงของประชาชนชาวไทยจึงเป็นเพียงเสรีภาพในการแสดงออกถึงความรักชาติ
ตามหลักแล้วการใช้อำนาจรัฐในทางนิติบัญญัติ ในส่วนของการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกชนนั้น ตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดกำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถออกกฎหมายในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ โดยมีหลักอยู่ว่า
1. ต้องออกเป็นกฎหมายซึ่งกฎหมายดังกล่าวนั้นต้องเป็นการทั่วไปและห้ามมิให้ใช้บังคับแกกรณีใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง
2. การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นจะกระทบกระเทือนต่อสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพมิได้ ซึ่งสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นยังไม่สามารถหาหลักเกณฑ์ในการพิจารณาได้ จึงได้มีการเสนอให้นำศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มาเป็นสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ
3. การจำกัดสิทธิและเสรีภาพนั้นต้องกระทำเท่าที่จำเป็น
เมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นนี้แล้วจะเห็นได้ว่า สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติธงนั้น มีผลการใช้บังคับเป็นการทั่วไป และมิได้มีเนื้อหากระทบกระเทือนต่อสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนแต่อย่างใด แต่ปัญหาก็คือการจำกัดเสรีภาพดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำเท่าที่จำเป็นตามหลักเกณฑ์หรือไม่และอย่างไรจึงถือว่าเป็นการกระทำเท่าที่จำเป็น
ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าเนื่องจาก การตรากฎหมายนั้นก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่อหลักการอันมีคุณค่าสูงสุดแห่งรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ การบัญญัติกฎหมายนั้นต้องมุ่งหมายเพื่อให้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริง เพื่อความสงบสุขและความเรียบร้อยทางสังคม ซึ่งพิจารณาตามร่างพระราชบัญญัติธงนี้จะเห็นได้ว่า มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกเพศทุกวัยมีจิตสำนึกในการรักชาติซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยการกำหนดหน้าที่ให้ต้องยืนทำความเคารพธงตลอดจนหยุดยานพาหนะเพื่อแสดงความเคารพด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยถือปฏิบัติกันเป็นกิจวัติอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีบางส่วนที่ละเลยอยู่บ้าง แต่การกำหนดข้อบังคับดังกล่าวนั้นก็ไม่ถือว่ามีความจำเป็นเท่าที่ควรนัก โดยเฉพาะการกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบิติตามกฎเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากการออกกฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยมีจิตสำนึกในการรักชาติ ซึ่งบังคับให้แสดงออกมาในการเคารพธงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยความเห็นของข้าพเจ้านั้นเห็นว่า การไม่ยืนเคารพธงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุดรถเคารพธงนั้น หาใช่การแสดงออกถึงความไม่มีจิตสำนึกในการรักชาติไม่ ดังนั้นการออกข้อบังคับดังกล่าวจึงขาดความจำเป็น อันเป็นหลักเกณฑ์พิจารณาที่สำคัญในการบัญญัติกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
นอกจากนี้ หากไม่มองถึงหลักเกณฑ์ว่า รัฐสามารถตรากฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในประเด็นดังกล่าวได้หรือไม่แล้วนั้นจะเห็นได้ว่า การอกกฎหมายดังกล่าวนี้ อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดให้รถต้องหยุดเพื่อเคารพธงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติ ซึ่งนั่นหมายความว่า เวลา 8.00 น. และ 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่กำหนดรถทุกคนในประเทศไทยจะต้องทำการหยุด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการจราจร เนื่องจากรถทุกคันไม่สามารถที่จะได้ยินเสียงเพลงชาติและหยุดรถพร้อมกันทั่วทั้งประเทศได้
โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับร่างกฏหมายฉบับนี้ครับ เพราะเหตุผลหนึ่งก็คือ กฏหมายฉบับนี้มีโทษทางอาญา ซึ่งหลักการหนึ่งของกฏหมายอาญาคือ การแก้แค้นทดแทน แต่ในกรณีนี้ มันไม่มีเหตุที่ต้องลงโทษเลยครับ ถ้าให้แก้ไขก็ต้องแก้ไขในเรื่องของอัตราโทษครับ