<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>นี่ก็ครบขวบปีที่สองแล้วสำหรับข้อบังคับที่ส่งผลต่ออนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรีไทยฉบับนี้ ผมก็ยังไม่วายที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกทุกท่านอีกเช่นเคย ก่อนอื่นขออนุญาตทบทวนกันสักนิดว่า ในมาตรา 305 ที่เราๆพยายามทำความคุ้นเคยกันอยู่นั้นประกอบด้วย 2 วรรค <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>วรรคแรกก็คือ การยุติการตั้งครรภ์ที่ครรภ์นั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมารดา อย่าลืมนะครับว่า คำว่าสุขภาพตามนิยามขององค์การอนามัยโลกนั้น รวมถึงสุขภาพกายและใจ การใช้ข้อบังคับแพทยสภาฯนั้น ระบุว่า ในกรณีสุขภาพทางจิตนั้น แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยได้เลยโดยที่ไม่ต้องปรึกษาจิตแพทย์ (อย่าลืมว่าเราก็จบพบ.มาเหมือนกัน) และในกรณีที่ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงนั้น ในข้อบังคับฯก็ระบุว่า ความรุนแรงนั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของมารดาด้วยเช่นเดียวกัน อย่างนี้ เราก็สามารถให้บริการการยุติการตั้งครรภ์ในสตรีที่มารับบริการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์แล้วพบว่ามีความผิดปกติได้ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>วรรคที่ 2 กล่าวว่า การตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นจากความผิดอาญาอีก 5 มาตรา นั่นคือ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>276 ว่าด้วยการถูกข่มขืนกระทำชำเรา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>277 ว่าด้วยการทำให้เด็กอายุน้อยกว่า 15 ปีตั้งครรภ์ แม้ว่าจะเป็นการสมยอมหรือไม่ก็ตาม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>282, 283, 284 ว่าด้วยการล่อลวงผู้อื่นมาทำอนาจาร สนองความใคร่ โดยใช้อุบายล่อลวง บังคับ ข่มขู่ ซึ่งท้ายที่สุดอาจจะเกิดการสมยอมกัน แต่ถ้าเหตุมาจากสาเหตุข้างต้น กฎหมายก็อนุญาตนะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมเขียนมาเพื่อย้ำเตือนกันครับ เพราะยังไงเสียก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ทราบและไม่ให้การดูแลผู้หญิงไทยร่วมชาติของเราอยู่ ปล่อยให้เขาตกระกำลำบากไปตามยถากรรม มาถึงตรงนี้ก็มีเรื่องเล่าให้ฟังกันครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อราวเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ดูแลคนท้องรายหนึ่ง คนนี้เธอฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนภายใต้สิทธิ์ประกันตน จากสำนักงานประกันสังคม (ปกส.) เธอได้รับการตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงก่อนอายุครรภ์ 23 สัปดาห์ แล้วพบว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติคือ มีความพิการทางกายภาพของสมองอย่างรุนแรง (porencephaly with ventriculomegaly) ร่วมกับน้ำคร่ำน้อยมากและเจริญเติบโตช้า (fetal growth restriction and severe oligohydramnios) ซึ่งหลังจากทราบการวินิจฉัย เธอก็ได้รับการให้การแนะนำปรึกษาและเลือกที่จะขอยุติการตั้งครรภ์ โรงพยาบาลต้นสังกัดได้แจ้งว่า เธอไม่สามารถใช้สิทธิ์จากการประกันตนได้จึงส่งตัวมาที่โรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ จากนั้นโรงพยาบาลก็ได้จัดการเรื่องการยุติการตั้งครรภ์จนเป็นที่เรียบร้อย ผมจึงได้หารือกับหน่วยงานสิทธิประโยชน์ของโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการเรื่องสิทธิ์ของผู้ประกันตน เขาก็ได้ติดต่อสอบถามและหารือไปยังสำนักงานประกันสังคมของจังหวัดซึ่งผมได้แนบเอกสารใบประกาศข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไปให้ด้วย ซึ่งทางสำนักงาน ปกส.จังหวัดก็ยืนยันกลับมาว่า ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ์ได้ ทางเราจึงส่งเรื่องกลับไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดของเขาเพื่อเก็บค่ารักษาพยาบาลครับ คำตอบที่ได้รับก็คือ เขาไม่ยินดีทีจะจ่ายเงินให้ โดยมีเหตุผลว่า ความผิดปกติของทารกไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ประกันตนโดยตรงและไม่ใช่โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ทั้งๆที่ทางหน่วยงานสิทธิประโยชน์พยายามอธิบายให้ฟังว่า เราได้อ้างอิงจากข้อบังคับแพทยสภาฯ การแปลความหมายและการยืนยันจาก ปกส.จังหวัด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อเป็นดังนั้นเราจึงแจ้งไปยัง ปกส.จังหวัด และที่นั่นเขาได้หารือต่อไปยังกองประสานการแพทย์และฟื้นฟูสมรรถภาพ และได้รับคำตอบมาว่า “กรณีที่ผู้ประกันตนจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพจิตของหญิงมีครรภ์ หากเป็นไปตามเงื่อนไขข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯได้”ดังนั้นโรงพยาบาลต้นสังกัดจึงต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้ประกันตนที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมแล้วก็เป็นเงินจำนวน 4,641 บาท <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ทั้งหมดที่ได้เล่ามานี้ก็เพื่อบอกว่า เราคงต้องตระหนักในสิทธิ์ของผู้ป่วยของเราเสมอครับ หากเราไม่ทราบ ไม่แน่ใจก็ควรติดต่อสอบถามให้ได้ความ หน่วยงานสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เขาจะช่วยเราได้ครับ อย่าลืมนะครับเราเป็นหมอ เราเป็นสูตินรีแพทย์ การช่วยเหลือผู้หญิงต้องเป็นงานของเราครับ
บทเรียนจากการใช้ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ตามมาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘
สวัสดีค่ะคุณหมอแป๊ะ
ครูอ้อยที่เคารพครับ
เดี๋ยวถูกตำรวจจับนะครับ เพราะว่าไม่เข้าเกณฑ์ข้อบังคับแพทยสภาฯครับ
ไม่รู้ว่า วิชาชีพครูเขามีข้อบังคับสภาครูมั้ย ลองบอกเขาให้ออกกฎดูสิครับท่าน
สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูเพ็ญวดีนะคะ
อาจารย์สบายดีมั้ยคะ
วันนี้หนูเจอเด็ก 15 ปีเป็นunplanned pregnancy มาตรวจด้วย คลื่นไส้อาเจียน คนไข้มากับมารดา โดยทั้งคู่ยังไม่ทราบการตั้งครรภ์
เพิ่งทราบวันนี้ด้วยกันทั้งคู่ นับถึงวันนี้ GA ประมาณ 5-6 weekค่ะ
เจอcase นี้หนูเลยนึกถึงวิชาของอาจารย์ค่ะ เลยเข้ามาหาข้อมูลreviewดูอีกที เพราะหนูนัดคนไข้กับมารดามาคุยอีกทีในครั้งหน้าค่ะ
ขอบคุณข้อมูลของอาจารย์นะคะ
สวัสดีครับมด
สู้สู้ ที่หาดใหญ่ OSCC เข้มแข็งมากครับ ช่วยเป็นกำลังให้ที่นั่นด้วยนะครับ
มาอ่านแล้วค่ะคุณหมอ
ทานยาสิวมานาน 4 ปีแล้วค่ะ แต่เกิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้น ตอนนี้เพิ่งทราบค่ะ อายุครรภ์ 4-5 สัปดาห์ ทั้งดิฉันและสามีเครียดมากค่ะ ใจนึก็อยากมีลูกแต่ก็กลัวเด็กพิการทั้งร่างกายและสมอง สงสารลูกค่ะ ทำยังไงดีคะ
ปรึกษาสูตินารีแพทย์ที่รพ.เอกชน ตอนที่ไปตรวจการตั้งครรภ์ คุณหมอไม่แนะนำอะไร เพียงแต่บอกว่า
"โจทย์นี้ไม่มีคำตอบ ใช้โชคช่วยอย่างเดียว"
และบอกว่า "40-50% ที่เจอเด็กมีปัญหาทางประสาทตา"
แต่คุณหมอที่คลินิกรักษาสิวบอกว่า ไม่น่าจะเป็นอันตราย เพราะปริมาณยา Roaccutane (10 mg) ที่ได้รับต่ำ ถ้าหากยามีพิษต่อเด็กเด็กจะอยู่ไม่ได้และแท้ออกมาเองในระยะ 2-3 เดือนนี้
ดิฉันรอไม่ไหว กลุ้มใจมาก และปวดท้อน้อยมาตลอดระหว่างตั้งครรภ์
กรุณาช่วยดิฉัน ขอคำปรึกษาทีนะคะ
maya
คำแนะนำของผมก็คือ มีโอกาสเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดประมาณ 7% ครับ ซึ่งหลายกรณีก็ไม่สามารถทราบได้จากการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์
โดยทั่วไป หมอสูติจะทำแท้งให้ในกรณีแบบนี้ครับ แต่หากเขาไม่ทำก็บังคับเขาไม่ได้ ร้อยพ่อพันแม่ครับ
ขอบคุณมากค่ะ แต่ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรจริงๆ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับครอบครัวดิฉันและสามีค่ะ
คุณหมอมีคำแนะนำมากกว่านี้หรือไม่คะ คิดซะว่าสงสารประชาชนคนหนึ่งที่ไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ทุกวันนี้วันๆ ก็ได้แต่นั่งหาข้อมูลจากใน google แล้วก็คิดวนไปวนมา ไม่มีทางออก เครียดค่ะ
แนะนำว่า อย่างไรก็ต้องไปหาหมอสูติครับ ไปหาคนแรกไม่เจอเดี๋ยวก็เจอคนที่ 2 หาไปเรื่อยๆครับ เรื่องนี้หาคนจัดยากครับ ผมก็จนปัญญา
ขอบคุณค่ะคุณหมอ พรุ่งนี้จะลองปรึกษาคุณหมอรพ.ธนบุรี1 พอดีมีญาติไปหาข้อมูลจากเพื่อนๆ อีกที มีคนแนะนำมาว่าที่รพ.นี้ มีคุณหมอท่านนึงเคยดูแลคนไข้กรณีเดียวกันมาก่อน แต่ทราบมาว่าค่าใช้จ่ายสูงมาก สำหรับการตรวจครรภ์จนกว่าจะคลอด (รวม ๆ แล้ว หลายแสนบาท) หากสูงมากตามที่ทราบมาก็คงต้องกลับมาคิดกันอีกที
ขอบพระคุณมากๆ นะคะคุณหมอ
รบการถามเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ ค่ะเด็กอายุ13ปี เกิดมีการตั้งครรภ์ยังไม่พร้อมถ้าเราจะยุติการตั้งครรภ์จะต้องดำเนินการเริ่มจากอะไรมีขั้นตอนรึอะไรที่เกี่ยวข้อกับเรื่องบ้างมั้ยคะ
คุณจาม ในมาตรา ๓๐๕ วรรคที่สอง ระบุว่า หากการตั้งครรภ์เกิดจากการกระทำผิดทางอาญามาตรา ๒๗๗ ผู้นั้นไม่มีความผิด มาตรา ๒๗๗ คือการตั้งครรภ์ในเด็กอายุน้อยกว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ แม้ว่าการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจากการสมยอมก็ตาม
การทำให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีท้อง เป็นความผิดอาญาครับ ดังนั้น หมอต้องทำแท้งให้ ไม่ต้องไปเอาใบแจ้งความด้วยซ้ำ (หากจะมาทำแท้งเพราะท้องจากการถูกข่มขืน ต้องไปแจ้งความก่อน)
ดังนั้น ที่ถามว่าต้องดำเนินการอย่างไร ผู้ปกครองก็พาไปโรงพยาบาลได้เลยครับ รับบริการได้ตามสิทธิ์
ต้องใช้สิทธิ์ประกันสังคมอย่างเดี่ยวหรอค่ะ ถึงจะยุติการตั้งครรภ์ในเด็กอายุต่ำกว่า 15แี ค่ะ