พัฒนาอย่างยั่งยืน

<p align="center">ธารปัญญา</p><p align="center">(River Diagram)</p><p>การพัฒนาตนเองให้ยั่งยืน</p><p>จากการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมธารปัญญา เพื่อศึกษาถึงเรื่องการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืนโดยเริ่มจากให้ทุกคนในกลุ่มมาเล่าเรื่องที่ตนเองประสบความสำเร็จ เรื่องเล่าเร้าพลัง” แล้วให้เลือกHow To และทำกิจกรรมคัดสรร How to มาทำเป็นขุม(แก่นความรู้) แล้วให้ทุกคนในกลุ่มกำหนดว่า ขุมที่1-5 ตนเองอยู่ระดับที่ดาวกี่ดวง เพื่อที่จะได้นำไปทำกราฟ และนำไปสู่การพัฒนาตนเองให้ยั่งยืนต่อไป</p><p>กราฟในภาพรวมของสมาชิกในกลุ่ม </p><p></p><p>สรุปภาพรวมของกลุ่ม</p>

ในภาพรวมของกลุ่มมีสมาชิกจำนวน 7 คน กำหนดขุมที่สำคัญจำนวน 5 ขุม คือ

    1. ขุมการศึกษา
    2. ขุมการแข่งขัน
    3. ขุมการทำงาน
    4. ขุมความรับผิดชอบ
    5. ขุมการถ่ายทอดความรู้

</font></strong>สมาชิกส่วนใหญ่กำหนดจุดเป้าหมายที่ต้องการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืนไว้ในช่อง 5 ดาว ระดับ 4-5 ดาวจะเป็นผู้พร้อมให้ (Something to share) ส่วนระดับ 1-3 ดาวจะเป็นผู้เรียนรู้ (Something to learn) จะต้องไปเรียนรู้จากระดับ 4-5 ดาว หรืออาจจะเป็น ระดับ 4 ดาวไปเรียนรู้จากระดับ 5 ดาวก็ได้ เช่น <p>ขุมการศึกษา จิราวรรณ นิวัต พิชลฎา อนงค์ อยู่ในระดับ 5 ดาว เป็นผู้พร้อมให้ สามารถให้คำปรึกษากับ มาลัยพร อุไรวรรณ ส่วนกลิ่นขจร สามารถเรียนรู้จากบุคคลทั้ง 6 </p><p>ขุมการแข่งขัน กลิ่นขจร อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้ สามารถให้คำปรึกษากับ นิวัต และ จิราวรรณ พิชลฎา มาลัยพร อนงค์ อุไรวรรณ สามารถเรียนรู้จากบุคคลทั้ง 2 </p><p>ขุมการทำงาน กลิ่นขจร อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้ สามารถให้คำปรึกษากับ นิวัต ส่วน พิชลฎา มาลัยพร อุไรวรรณ จิราวรรณ อนงค์ สามารถเรียนรู้จากบุคคลทั้ง 2 </p><p>ขุมความรับผิดชอบ อุไรวรรณ อยู่ในระดับ 5 ดาว สามารถเป็นผู้พร้อมให้ สามารถให้คำปรึกษากับ กลิ่นขจร นิวัต พิชลฎา มาลัยพร จิราวรรณ และอนงค์ </p><p>ขุมการถ่ายทอดความรู้ พิชลฏา อยู่ในระดับ 5 ดาว เป็นผู้พร้อม สามารถให้คำปรึกษากับ นิวัต และ จิราวรรณ มาลัยพร อนงค์ อุไรวรรณ กลิ่นขจร สามารถเรียนรู้จากบุคคลทั้ง 2 </p><p> </p>

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

</font><p align="center">สายธารแห่งปัญญา</p></strong></font><p></p><p>สรุป</p><p>สายธารแห่งปัญญา ระหว่างเป้าหมาย(Target) และปัจจุบัน(Current) ของข้าพเจ้า คุณพิชลฏา ปัญญายิ่ง </p>

ขุมการศึกษา เป้าหมายอยู่ที่ 5 ดาว ปัจจุบันอยู่ที่ 5 ดาว

ขุมการแข่งขัน เป้าหมายอยู่ที่ 5 ดาว ปัจจุบันอยู่ที่ 3 ดาว

</font><p>* ขุมการทำงาน เป้าหมายอยู่ที่ 5 ดาว ปัจจุบันอยู่ที่ 3 ดาว</p><p>ขุมความรับผิดชอบ เป้าหมายอยู่ที่ 5 ดาว ปัจจุบันอยู่ที่ 3 ดาว</p>

ขุมการถ่ายทอดความรู้ เป้าหมายอยู่ที่ 5 ดาว ปัจจุบันอยู่ที่ 5 ดาว

 

จากสายธารแห่งปัญญา ระบุได้ว่า ข้าพเจ้ายังต้องพัฒนาตนเองในอีก 3 ขุม คือ ขุมการแข่งขัน, ขุมการทำงาน, ขุมความรับผิดชอบจากการประเมินตนเองแล้วข้าพเจ้าตัดสินใจเลือก ขุมการทำงานในการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืน

</font><p></p>

 

</font></strong><p>กระบวนการถอดความรู้</p>กำหนดสมรรถนะที่ต้องการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ประเมินตนเองแล้วตัดสินใจกำหนดขุมการทำงานในการพัฒนาตนเองให้ยั่งยืน โดยการเรียนรู้จากบุคคลระดับ 5 ดาวและบุคคลที่พร้อมให้การเรียนรู้ที่อยู่ในระดับ 5 ดาว คือ คุณกลิ่นขจร สุปันทัง<p align="justify">นัดหมายเวลาสัมภาษณ์กระบวนการปฏิบัติและวิธีปฏิบัติ </p>

นัดหมายเวลาสัมภาษณ์ ทางโทรศัพท์ โดยโทรติดต่อคุณกลิ่นขจร และขอนัดสัมภาษณ์ กำหนดวันที่ 21 กันยายน 2550 เวลา 12.00 น

</font>สัมภาษณ์ กระบวนการปฏิบัติ และวิธีปฎิบัติ <p align="justify">ทำการสัมภาษณ์คุณกลิ่นขจร โดยใช้หลัก Best Practice(5W 2H) What, Why, With whom, Where, What, How to, How much/How many</p><p align="center">แบบบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้</p><p>วิธีปฏิบัติที่ดีเรื่อง การทำงาน</p><p>เจ้าของวิธีปฏิบัติที่ดี คุณกลิ่นขจร สุปันทัง</p><p>ผู้เรียนรู้ คุณพิชลฎา ปัญญายิ่ง</p><table border="1" cellspacing="1" cellpadding="7" width="614"><tbody>

วิธีปฏิบัติที่ดีของ คุณกลิ่นขจร

วิธีปฏิบัติตนเอง

โอกาสในการปรับปรุงวิธีปฏิบัติของตนเอง (OFI)

1. งานที่เป็นหน้าที่ประจำ(แม่บ้าน) ก็ทำเป็นประจำไม่มีขาดตกบกพร่อง

1. ทำบ้างแต่ไม่เป็นประจำ

1. ทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีขึ้น และจะทำเป็นประจำ

2. งานที่ทำเป็นอาชีพ เมื่อได้รับมอบหมายก็จำทำให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ไม่ทิ้งไว้ให้ค้างคาและเอาใจใส่งาน

2. ทำเสร็จทันตามกำหนดและเอาใจใส่งานดีมาก (ถ้าอารมณ์ดี)

ถ้าอารมณ์ไม่ดี ทำงานเสร็จแต่ยังไม่เอาไปเสนอเจ้านาย…เบื่อ

2. ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส เมื่องานเสร็จแล้วก็จะนำไปเสนอเจ้านาย ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย

3. ไปทำงานตรงต่อเวลา

3. ไปทำงานตรงต่อเวลา(เพราะไปรถของบริษัท)

3. ไปทำงานตรงต่อเวลาทุกวัน

4. ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส

4. มีบ้างบางครั้งที่หงุดหงิด ส่วนมากกับคน ไม่ใช่งาน

4. ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส

5. แบ่งเวลาเพื่อพักผ่อน

5. เวลาพักผ่อนมีน้อยมาก

5. แบ่งเวลาเพื่อพักผ่อนให้มากขึ้น

6. หาความรู้เพิ่มเติมเมื่อมีโอกาส

6. ความรู้เพิ่มเติมส่วนมากได้จากที่มาเรียนเสาร์-อาทิตย์

6. หาความรู้เพิ่มเติมมากกว่าที่ได้รับจากการไปเรียน

</tbody></table><p align="center"> </p><p>เรียนรู้วิธีปฏิบัติใหม่</p><p>- วางแผนปฏิบัติงานของตนเองที่ได้จากการเรียนรู้</p><p>1. ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส ไม่เครียดกับการทำงานทั้งที่บ้านและที่ทำงาน</p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="7" width="595"><tbody><tr><td valign="top"><p>2. แบ่งเวลาเพื่อพักผ่อน เพื่อร่างกายและสมองจะได้ผ่อนคลาย</p></td></tr></tbody></table><p>3. ทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีขึ้น และทำเป็นประจำ จะได้ไม่คั่งค้างและคิดว่ามันเป็นภาระเพราะจะทำ </p>

ให้ไม่เครียดและไม่รู้สึกเหนื่อย มีความสุขกับการทำหน้าที่แม่บ้าน

4.ไปทำงานตรงต่อเวลาทุกวัน

5. ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส เมื่องานเสร็จแล้วก็จะนำไปเสนอเจ้านาย ตาม หน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ไม่แสดงความเบื่อหน่ายให้เจ้านายเห็น

6. หาความรู้เพิ่มเติมมากกว่าที่ได้รับจากการไปเรียน

</font><p>- นำวิธีปฏิบัติที่ปรับปรุงแล้วของตนเองมาเขียนเป็นขั้นตอน (How To)</p><p>1. ทำจิตใจให้แจ่มใส</p>

2. แบ่งเวลาเพื่อการพักผ่อน

3. ทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีและเป็นประจำ

4. มีความสุขกับการหน้าที่แม่บ้าน

5. ไปทำงานตรงต่อเวลา

</font>6. ทำงานเจ้านายมอบหมายด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส <p>7. ทำงานเสร็จให้นำเสนอเจ้านาย</p>

8. หาความรู้เพิ่มเติม

<p>- ทดลองปฏิบัติตามวิธีใหม่ จดบันทึกผลที่ได้ ทั้งข้อดี / ข้อบกพร่อง นำกลับไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเจ้าของความรู้ (อุไรวรรณ ยาวิลาศ)</p></font><p align="center"> </p><table border="1" cellspacing="1" cellpadding="7" width="614"><tbody>

แผนที่ปรับปรุงใหม่

การลงมือปฏิบัติจริง

การแลกเปลี่ยน

1. ทำจิตใจให้แจ่มใส

1. ข้อดี ทำให้ทำงานอย่างมีความสุข ข้อบกพร่อง บ้างครั้งเมื่อเจอสิ่งที่มันฝืนความรู้สึกก็ยากที่จำทำให้ใจแจ่มใส

1. บางสิ่งบางอย่างถ้าเราใส่ใจมากไปก็จะทำให้เครียด หัดปล่อยวางเสียมั่ง

2. แบ่งเวลาเพื่อการพักผ่อน

2. ข้อดี ทำให้สุขภาพกาย ใจ ดีขึ้น ข้อบกพร่อง หาเวลาที่จะว่างยากเพราะต้องทำงาน กลับถึงบ้านก็เย็น ส่วนมากจะเป็นเสาร์-อาทิตย์หลังเลิกเรียน

2. ให้ทำเท่าที่จะทำได้ อย่าไปบังคับว่าจะต้องพักผ่อนเป็นเวลาเท่านั้นเท่านี้ คนเราแค่เดินไปดูต้นไม้ข้างบ้านที่เราปลูกไว้ก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนเหมือนกัน

3. ทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีและเป็นประจำ

3. ข้อดี ทำให้คนในครอบครัวมีความสุข ข้อบกพร่อง มีอยู่บ้างที่รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน จนบางครั้งรู้สึกท้อ

3. ถ้าวันไหนเหนื่อยเหลือเกินก็หยุดบ้างกับงานที่บ้าน ไม่ต้องฝืนมากเกินไป หรือจะชวนคนในครอบครัวไปดูหนังฟังเพลงบ้างเพื่อเป็นการคลายเครียด

4. มีความสุขกับหน้าที่แม่บ้าน

4. ข้อดี ทำให้คนในครอบครัวมีความสุข ข้อบกพร่อง ถ้าวันไหนเครียดและเหนื่อยก็จะไม่สนุก

4. ถ้าวันไหนเหนื่อยและเครียดก็ให้หยุดบ้างและอย่าระบุว่าวันนี้ฉันจะต้องกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้าให้เสร็จ เพราะมันจะทำให้เราเหนื่อยและเป็นกังวล

5. ไปทำงานตรงต่อเวลา

5. ข้อดี ทำให้ทันรถบริษัท ไม่ต้องเอารถส่วนตัวไปทำงาน ประหยัดน้ำมัน และมีเวลาในการเตรียมตัวก่อนทำงาน ข้อบกพร่อง มีบางครั้งขี้เกียจตื่นเช้า ต้องรีบมากจนบางครั้งลืมนั่นลืมนี่

5. ให้ตื่นเช้าทุกวันจนเป็นนิสัย มันจะทำให้เกิดความเคยชินเมื่อถึงเวลา จะมีความรู้สึกที่อยากจะลุกขึ้นจากที่นอน

6. ทำงานเจ้านายมอบหมายด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส

6. ข้อดี ทำให้งานออกมาดี เจ้านายพอใน ข้อบกพร่อง ถ้าวันไหนหงุดหงิดก็ทำงานด้วยอารมณ์ไม่ดี

6. พยายามทำจิตใสให้แจ่มใส หัดปล่อยวาง อย่าปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเพราะจะทำให้งานเสีย และมันจะเป็นสาเหตุทำให้ตำแหน่งหน้าที่ไม่ก้าวหน้า

7. ทำงานเสร็จให้นำเสนอเจ้านาย

7. ข้อดี ทำให้เจ้านายพอใน ข้อบกพร่อง บางครั้งถ้าขาดการตรวจทานก็จะมีบางที่ผิด

7. ก่อนนำจะเสนอผลงานทุกครั้งควรตรวจทานก่อน

8. หาความรู้เพิ่มเติม

8. ข้อดี ความรู้เพิ่มขึ้น ข้อบกพร่อง บางครั้งติดพันกับการอ่านจนลืมงานอื่น

8. ให้รู้จักแบ่งเวลา อย่าให้มันมากเกินไป หรือน้อยเกินไปก็ไม่ดี

การอ่านหนังสือหรือเข้าinternet ก็ถือเป็นการพักผ่อนได้เหมือนกันเราอาจจะทำในเวลาพักผ่อนก็ได้

</tbody></table><p> </p>

 

 

 

 

 

 

<p>การทดลองแบบ Best To Corrent</p>

นำเอาแบบปฏิบัติที่ดีเยี่ยมไปทดลองใช้ แล้วบันทึกผล

</strong></font><table border="1" cellspacing="1" cellpadding="7" width="614"><tbody>

แบบปฏิบัติที่ดีเยี่ยม

ผลของการปฏิบัติ

 

1. ให้ตื่นเช้าทุกวันจนติดเป็นนิสัย

1. ดีมีเวลาเตรียมนั่นเตรียมนี่ไม่รีบร้อน

2. ให้รู้จักปล่อยวาง อย่าใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนทำให้คิดว่าอะไรก็เป็นปัญหาไปหมด

2. ทำให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ดีขึ้น จนเพื่อนและคนในครอบครัวทักว่า “เดี๋ยวนี้อารมณ์ดีเนาะ”

3. อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเป็นอันขาดเพราะมันจะทำให้ ทั้งที่บ้านไม่มีความสุขและที่ทำงานจะทำให้หน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า

3. อารมณ์เย็นลง และเป็นคนมีเหตุผลมากขึ้น ไม่วู่วาม จะคิดก่อนสิ่งไหนควรพูดสิ่งไหนไม่ควรพูด และงานก็ออกมาดี ทั้งงานบ้าน

4. การพักผ่อนไม่ต้องไปกะเกณฑ์เวลา มันจะทำให้เรารู้สึกไม่มีเวลาว่างสำหรับการพักผ่อน เพียงแค่เดินดูธรรมชาติรอบ ๆ บ้าน อ่านหนัง ก็ถือได้ว่าเป็นการพักผ่อนเหมือนกันและยังได้ความรู้ด้วย

4. ทำให้จิตใจแจ่มใส และมีกิจกรรมกับคนในครอบครัว ช่วยกันปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในบ้าน หรือบางครั้งก็ชวนกันไปซื้อหนังสือที่ร้าน ทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข และมีเวลาอยู่ร่วมกัน

5. การทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีและประจำ คำว่าประจำใช่ว่าจะต้องทำทุกวัน ถ้าวันไหนเราล้ามากๆ เราก็หยุดพักได้ หรือชวนครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้าน ดูหนังฟังเพลง

ให้มีความสุขกับหน้าที่แม่บ้าน โดยไม่ต้องไปกะเกณฑ์ว่า วันนี้ฉันจะต้องกวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้ารีดผ้าให้เสร็จ เพราะมันจะทำให้เราเหนื่อย

5. มีความสุขมากขึ้นทั้งเราและคนในครอบครัวผลต่อเนื่องเมื่อที่บ้านมีความสุข ก็ทำให้ไม่เครียดและไปทำงานอาชีพด้วยอารมณ์ดีเต็มร้อย

งานออกมาก็ดี เจ้านายก็ชอบ

6. ก่อนนำเสนอผลงานตรวจทางทุกครั้ง

6. งานผิดน้อยลง เจ้านายชม

</tbody></table><p> </p>

 

 

 

 

 

<p>ปฏิบัติด้วยวิธีการเดิม แล้วบันทึกผล</p></font><table border="1" cellspacing="1" cellpadding="7" width="559"><tbody>

แบบปฏิบัติที่ดีเยี่ยม

ผลของการปฏิบัติ

1. ให้ตื่นเช้าทุกวันจนติดเป็นนิสัย

1. ทุกวันเมื่อถึงเวลา 5.30 น. อยากลุกจากที่นอน

2. ให้รู้จักปล่อยวาง อย่าใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนทำให้คิดว่าอะไรก็เป็นปัญหาไปหมด

2. ทำให้เป็นคนอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ทำงานอย่างมีความสุข ส่งผลทำให้งานก็ออกมาดี หน้าที่การงานก้าวหน้า

3. อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผลเป็นอันขาดเพราะมันจะทำให้ ทั้งที่บ้านไม่มีความสุขและที่ทำงานจะทำให้หน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า

3. อารมณ์เย็นลง และเป็นคนมีเหตุผลมากขึ้น ส่งผลทำให้งานออกมาดี หน้าที่การงานก้าวหน้า

4. การพักผ่อนไม่ต้องไปกะเกณฑ์เวลา มันจะทำให้เรารู้สึกไม่มีเวลาว่างสำหรับการพักผ่อน เพียงแค่เดินดูธรรมชาติรอบ ๆ บ้าน อ่านหนัง ก็ถือได้ว่าเป็นการพักผ่อนเหมือนกันและยังได้ความรู้ด้วย

4. ทำให้จิตใจแจ่มใส ส่งผลทำให้การทำงานออกมาดี หน้าที่การงานก้าวหน้า

5. การทำหน้าที่แม่บ้านให้ดีและประจำ คำว่าประจำใช่ว่าจะต้องทำทุกวัน ถ้าวันไหนเราล้ามากๆ เราก็หยุดพักได้ หรือชวนครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้าน ดูหนังฟังเพลง

ให้มีความสุขกับหน้าที่แม่บ้าน โดยไม่ต้องไปกะเกณฑ์ว่า วันนี้ฉันจะต้องกวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้ารีดผ้าให้เสร็จ เพราะมันจะทำให้เราเหนื่อย

5. มีความสุขมากขึ้นทั้งเราและคนในครอบครัวผลต่อเนื่องเมื่อที่บ้านมีความสุข ก็ทำให้ไม่เครียดและไปทำงานอาชีพด้วยอารมณ์ดีเต็มร้อย

งานออกมาก็ดี เจ้านายก็ชอบ หน้าที่การงานก็ก้าวหน้า

6. ก่อนนำเสนอผลงานตรวจทางทุกครั้ง

6. งานผิดน้อยลง เจ้านายชม

</tbody></table><p> </p>

 

 

 

 

 

เปรียบเทียบผลลัพธ์ วิเคราะห์ความแตกต่าง ผลที่ได้ และนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้

</font></strong><table border="1" cellspacing="1" cellpadding="7" width="559"><tbody>

แบบปฏิบัติที่ดีทำแล้วทำให้งานออกมาดี

แบบปฏิบัติที่ไม่ดีทำแล้วทำให้งานออกมาไม่ดี

ตื่นเช้า

ตื่นสาย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ไม่พักผ่อน

ปล่อยวางในบางเรื่อง หรือเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

ไม่ปล่อยวางในบางเรื่อง หรือเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

ไม่ให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล

ให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล เจ้าอารมณ์

ไม่เคร่งเครียดกับงานจนเกินไป

เคร่งเครียดกับงานมากจนเกินไป

ตรวจทานงานก่อนนำเสนอ

ไม่ตรวจทานงานให้ดีก่อนนำเสนอ

</tbody></table><p>การสร้างนวัตกรรมจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้</p><p>จากการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรม เริ่มตั้งแต่ ให้ทุกคนในกลุ่มมาเล่าถึงเรื่องที่ตนเองประสพผลสำเร็จ “เรื่องเล่าเร้าพลัง” จนมาถึงกระบวนการ “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้” ทำให้ข้าพเจ้า พิชลฏา ปัญญายิ่ง ได้ทราบถึง เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่มีผลดีต่อการทำงาน และถ้าเราได้ลงมือปฏิบัติตามแล้วจะทำให้การทำงานออกมาดีมีประสิทธิภาพ และประสพความสำเร็จในการทำงาน</p>

จากเมื่อก่อนนั้น ข้าพเจ้า ทำงานแบบไม่นึกถึงเลยเรื่องการพักผ่อนเลย ว่าจะมีเวลาพักผ่อนหรือมีเวลาให้กับครอบครัวหรือไม่ ทุมเทให้กับงานอย่างเดียว เพื่อหวังจะให้งานออกมาดี และตำแหน่งหน้าที่ ที่ดี ทำให้เป็นคนที่เคร่งเครียดมากกับงาน ถ้าทำงานได้ไม่ดีเท่าที่คิดไว้หรือทำไม่ทันยิ่งทำให้เครียด ยิ่งถ้าโดนเจ้านายตำนิยิ่งไปกันใหญ่ จนเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย จนเป็นคนเจ้าอารมณ์บางครั้งก็ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล

และเมื่อได้มาทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ทราบถึงการที่จะให้การทำงานออกมาดีจาก คุณกลิ่นขจร สุปันทัง คือ เริ่มตื่นเช้าเพื่อพร้อมรับวันใหม่ที่สดใส มีเวลาให้ร่างการและสมองได้พักผ่อนบ้าง รู้จักปล่อยวาง เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องหรือเรื่องหยุมหยิมก็อย่าเก็บเอามาใส่ใจ ไม่ให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล ไม่เคร่งเครียดกับงานมากจนเกินไป ตรวจทานงานให้ดีก่อนนำเสนอทุกครั้ง เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ เมื่อประกอบกันขึ้นมา ทำให้ การทำงานออกมาดีแน่นอน

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณกลิ่นขจร สุปันทัง ที่ได้ให้ข้อคิด และความรู้ เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน จนทำให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จ

</font>