"...เสถียรภาพนั้นเกิดจากสาธรณะชน มิใช่จาการเมืองหรือเศรษฐกิจ มันขึ้นอยู่กับว่าสาธารณะชนในประเทศนั้นๆ มีสามัญสำนึกต่อประเทศชาติของตนมากน้อยแค่ไหน..."

สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ดูเหมือนว่าจะยังสะกดคำว่า ' เสถียรภาพ ' กันไม่ค่อยจะเป็นสักเท่าไรนัก จากเสถียรภาพ จึงกลายเป็นภาพที่ดูไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไรนัก

ในประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้น กำลังวุ่นวายอยู่กับการแก่งแย่งแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งในทางการกระทำและในทางความคิด ต่างคนต่างมุ่งเอาความคิดตนเป็นที่ตั้ง ว่าตนนั้นแน่จริง เป็นของจริง เพราะพวกตนนั้นเรียนมาศึกษามาจะเถียงมิได้ แม้จะเถียงได้ก็ไม่เป็นที่รับฟัง

ในสังคมประเทศที่ยังคงความนิ่งไว้ได้ ก็เพราะเขามีเสถียรภาพอยู่ในสภาวะใดหนึ่งดังนี้ กล่าวคือ

1.สภาวะการณ์การมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

2.สภาวะการณ์การมีเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง

3.สภาวะการณ์การมีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ

4.สภาวะการณ์การมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ซึ่งในสภาวะการณ์ที่ 4 นั้นเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา(อยู่นะเนี่ยรู้มั้ย)

หากการเมืองไร้ซึ่งเสถียรภาพ ทว่าเศรษฐกิจและสังคมยังคงไว้ซึ่งเสถียรภาพอยู่ ความวุ่นวายก็จะยังไม่เกิด

หากระบบเศรษฐกิจไร้ซึ่งเสถียรภาพ แต่ทางด้านสังคมและการเมืองยังคงไว้ซึ่งเสถียรภาพได้อยู่ ความวุ่นวายก็ยังไม่เกิด

และถ้าหากว่าสังคมไร้ซึ่งเสถียรภาพ แต่ทว่าทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองนั้นยังคงไว้ซึ่งเสถียรภาพไว้ได้อย่างดี ความวุ่ยวายก็ย่อมมีไม่มาก

ทั้งนี้เงื่อนไขสองในสามนั้นก็ยังหาความแน่นอนมิได้เสียทีเดียว เสถียรภาพนั้นจะมีเพียงสองในสามมิได้ มิฉะนั้น ก็มิอาจเรียกได้ว่ามีเสถียรภาพ แต่จะให้มีครบสามนั้นมันก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

เสถียรภาพนั้นเกิดจากสาธารณะชน มิใช่จากการเมืองหรือเศรษฐกิจ มันขึ้นอยู่กับว่าสาธารณะชนในประเทศนั้นๆ มีสามัญสำนึกต่อประเทศชาติของตนมากน้อยแค่ไหน ในประเทศที่ยังคงมีความขัดแย้งอยู่มาก นั่นหมายความว่าสามัญสำนึกยังคงเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ทางถ้อยคำ มากกว่าที่จะนำมาใช้ได้จริง นี่เรียกว่าสามัญสำนึกระดับอนุบาล แม้จะเป็นในระดับผู้ใหญ่ก็เป็นก็เป็นได้แค่เพียงระดับเฒ่าทารก

เราเรียกร้องหาเสถียรภาพ เอกภาพ หรือสมานฉันท์ ในสังคมระดับอนุบาล ในสังคมเฒ่าทารก ก็ลองนึกดูสิว่า สภาพการณ์มันน่าจะเป็นเช่นไร สังคมอนุบาลธิปไตย !!!

เสถียรภาพต้องมาจากการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพื่อสร้างหนทางแห่งการอยู่รอดของสังคมชาติ ไม่ใช่มาจากการดึงดัน การเตะตัดขา หรือการวิ่งตัดหน้ากันแล้วเกิดอารมณ์ลงมาชกต่อยกันจนเหนื่อยปากแตก แล้วถึงค่อยมานั่งแหกปากร้องหาความยุติธรรม สันติภาพ ความสงบสุข

หากประเทศชาติใด ยังสะกดคำว่า ' เสถียรภาพ ' กันไม่เป็น ก็อย่าได้เที่ยวโพนทนาออกไปอย่างเด็ดขาดว่า บ้านนั้นเมืองนั้นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยให้อับอายขายหน้าชาวโลกเขาเลย เพราะประเทศชาติที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่แท้นั้น ย่อมอุดมไปด้วยความมีเสถียรภาพ มากกว่า ตะลุมบอนภาพเสียอีก และก็ไม่มีการยกเอาประเทศนั้น โน้น นี้ มากล่าวอ้างเพื่อหาพวกหาพ้องด้วยว่าประเทศนั้นก็เป็น ประเทศนี้ก็เป็น นั้นไม่ใช่หนทางแห่งการมีเสถียรภาพในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเลยสักนิดเดียว

______________________________________