คืนนี้....หนูให้พ่อกับแม่ไปลอยกระทงกันนะคะ...เป็นเสียงของน้องขวัญ  ทิ้งไว้ให้ครูอ้อยสงสัย  ทำไม  เธอจึงให้พ่อกับแม่ไปกันสองคน  ทั้งๆที่เธอต้องพ่วงไปด้วยทุกครั้งทุกงาน  

อ๋อ....หนูจะไปงานกินโต๊ะจีน  งานทำบุญซอย 

นั่นเอง...เห็นไหมล่ะ   เป็นคำตอบสุดท้าย  ที่ไม่เคยเสียเปรียบเลย

ดังนั้น  ค่ำคืนนี้ ...ครูอ้อยกับพ่อบ้าน  ก็จะได้สัมผัส  เดือนเพ็ญ เดือนสิบสอง  แบบสาวหนุ่ม  ชื่นมื่น  กันเต็มที่ 

วาย....ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ 

ไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร.....  เป็นคำตอบ  ในเมื่อทุกๆปี  ครูอ้อยจะลอยกระทงที่โรงเรียน  จัดสร้าง  สระน้ำจำลองขึ้นในโรงเรียน 

นักเรียน  ครู  และผู้ปกครอง  ตลอดจนคนในชุมชนใกล้เคียง  ต่างพากันชมเชยยกยกย่องว่า....โรงเรียนจัดงานประเพณีลอยกระทงได้ดี  เป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทย..

เมื่อปีก่อนโน้น  ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว 

ปีนี้  โรงเรียนที่ครูอ้อยสอนนั้น  ไม่ได้มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงแต่อย่างใด  ....คงมีแต่การจัดการเรียนรู้เท่าที่จะจัดได้   ให้เรียนรู้ประเพณีไทยที่สืบสานมาแต่ช้านาน  ประวัติความเป็นมา  ทำไมต้องมีการลอยกระทง  กระทงได้แบบอย่างมาจากอะไร  ใครเป็นผู้คิดค้น 

บ้างก็พานักเรียนร้องเพลง  เคาะโต๊ะไปตามจังหวะ  วาดภาพ  คัดลายมือ  เขียนเรียงความตามประสบการณ์...

ฝรั่งที่มาสอน  ก็พานักเรียนร้องเพลง......

ครูประจำชั้นอนุบาลบอกว่า..ไม่ได้พักเลย  พานักเรียนทำกระทงทั้งวัน  หิ้วกระทงกลับบ้าน  คนละกระทง...

ครูสอนลูกเสือ ก็พานักเรียนร้องเพลง..ลอยกระทงกันอย่างเอิกเกริก

นักเรียน  ถามครูอ้อย หลายคน  ครูอ้อยตอบบ่ายเบี่ยงไปว่า...พวกเราต้องเรียนกันอย่างหนัก  เพราะภาคเรียนนี้...เรามีเวลาเรียนน้อยกว่าภาคเรียนที่

นักเรียนบางคนยังย้อนถามครูอ้อยว่า...แล้วงานคริสต์มาส  เป็นเทศกาลของชาวต่างประเทศ  ทำไมจะต้องจัดล่ะคะ 

ขนาดของไทยแท้ๆ  โรงเรียนยังงดได้เลย....ครูอ้อย..งง..ไม่ได้ตอบโต้อะไร  ปล่อยให้  คำถาม  ผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา...เผื่อว่า..เสียงดังของคำถามนักเรียนนี้  จะดังไปถึงหูคนต่อไปอีก...

เป็นเหตุผลหนึ่งที่ครูอ้อย ต้องตื่นเต้น ที่ได้ไปกับพ่อบ้าน   ไม่ได้ลอยกระทงที่โรงเรียนก่อน.....

ค่ำคืนนี้  ครูอ้อยจะได้ไปลอยกระทง  พร้อมๆกับมิตรรักท่านไหนหนอ