สอนเพลงอีแซวให้ครู

และภารโรง

      ตอนเย็นหลังเลิกเรียนวันนี้(๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐) เกิดเหตุการณ์ที่ผมประทับใจขึ้น หลังจากผมพานักเรียนไปประกวดเพลงพื้นบ้าน ชนะเลิศระดับประเทศที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กลับมา ครูรติรัตน์ คุ้มโต ซึ่งไปช่วยดูแลเด็กกับผม และครูรัตนาภรณ์ วงศ์ราช ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ ได้หลายเดือนแล้ว และเต็มใจที่จะมาช่วยดูแล ฝึกซ้อมเด็กๆ ทั้งสองคนมาคิดดูว่า การที่จะดูแลแนะนำเด็กๆได้จะต้องมีความรู้พื้นฐานเพลงอีแซวบ้าง จึงวิ่งมาหาผม บอกว่าหัวหน้าสอนเพลงอีแซวให้พวกเราหน่อย ผมดีใจมากที่มีคนสนใจรีบวิ่งห้อง ๕๑๕ ของครูรติรัตน์

     ครูภาษาไทยทั้งสองคน ให้ผมสอนการแต่งกลอนเพลงอีแซวซึ่งเป็นกลอนเพลงพื้นบ้าน ที่เรียกว่ากลอน หัวเดียว ผมอธิบายนิดเดียวทั้งสองก็เข้าใจ บอกให้ผมแต่งให้ดู ผมแต่งว่า

เรียนเพลงอีแซว  ตามแนวสุพรรณ 

มาเรียนรู้กัน ของไทยไทย

แต่งเพลงพื้นบ้าน เป็นงานไม่ยาก

ไม่เคยลำบาก หากใส่ใจ

เป็นของเก่าแก่ พ่อแม่ให้มา

เราควรรักษา สืบต่อไป

โรงเรียนบางลี่ ของดีมีแล้ว

คือเพลงอีแซว เจื้อยแจ้วดังไกล

     พออธิบายลักษณะบังคับกันดีแล้ว ครูทั้งสองก็ให้ผมร้องให้ฟัง ผมจึงต้องสอน การร้องเกริ่นยาว ให้ท่านทั้งสองฝึก ขณะนั้น ป้าบาง ภารโรงที่ดูแลอาคาร ๕ ที่ผมทำงานอยู่ได้ยินเข้า ด้วยความสนใจผนวกกับการที่แกมีสายเลือดศิลปินอยู่ จึงเข้ามร่วมฝึกฝนเรียนรู้ด้วย

     เพื่อการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบผมวิ่งไปหอบเครื่องประกอบจังหวะ ทั้ง ๓ ชิ้น คือตะโพนไทย ฉิ่ง กรับ จากห้อง ๕๑๘ ของผม โดยมีครูรติรัตน์ตามมาช่วยขน จากนั้นการฝึกตีเครื่องประกอบจังหวะจึงเกิดขึ้น ตามด้วยการร้อง ที่คร่อมจังหวะบ้าง ตีคร่อมจังหวะบ้าง และแล้วก็เริ่มดีขึ้น พอดีเย็นลงแล้ว ครู ๒ ภารโรง ๑ ก็บอกว่าจะกลับไปฝึกต่อที่บ้าน แล้วจะกลับมาแสดงความสามารถให้ครูพิสูจน์ ดู รับรองไม่ผิดหวัง

     เย็นวันนี้ผมมีความสุขมาก