![]()
พวกเราคงจะทราบกันดีว่า การสูญเสียอวัยวะเป็นความเครียดที่รุนแรงมาก คนไข้ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดพิเศษที่เรียกว่า "แฟนธอมลิมบ์ (phantom limb)" ซึ่งเป็นการปวดแขนหรือขาที่ขาดไปแล้ว
ปัญหาที่สำคัญของอาการปวดแบบนี้คือ ยาแก้ปวดจะลดอาการปวดได้น้อยมาก แถมบางคนยังมีอาการแปลกๆ เช่น คันขาหรือแขนข้างที่ขาดไป ฯลฯ หงุดหงิด แถมยังบอกให้คุณพยาบาลไปช่วยเกา(ขาหรือแขนที่ขาดไป)ให้ได้เสียอีก
...
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์แจค เซา แพทย์ทหารเรือผู้เชี่ยวชาญสาขาประสาทวิทยา และคณะ แห่งศูนย์การแพทย์ทหารวอลเทอร์ รีด วอชิงตัน สหรัฐฯ ทำการศึกษาวิจัยพบว่า กระจกช่วยรักษาใจที่ป่วยแบบนี้ได้
อาการปวดแบบแฟนธอมลิมบ์ หรือ "ปวดแขนขาด-ขาขาด" พบมากกว่า 90% ในคนที่ขาขาด หรือแขนขาด
...
คนไข้ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดร่วมกับความรู้สึกว่า แขนหรือขาที่ขาดไปนั้นติดอยู่ผิดที่ผิดทาง เลยพลอยทำให้แขนหรือขาข้างที่เหลือทำงานไม่สะดวกไปด้วย
ท่านทำการศึกษาในอาสาสมัครทหารที่มีขาขาดในสงครามอิรัก 22 คน แบ่งการรักษาเป็น 3 กลุ่ม
...
4 สัปดาห์แรกมีการรักษาดังต่อไปนี้
- กลุ่มที่ 1 > ให้ส่องกระจกเงา 15 นาที ช่วงนี้ให้ฝึกเคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ไปทางโน้นทางนี้
- กลุ่มที่ 2 > ให้ฝึกเคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ไม่ให้เห็นขาข้างที่เหลืออยู่ โดยนำแผ่นทึบแสงไปปิดกระจกเงา
- กลุ่มที่ 3 > ให้ปิดตา จินตนาการว่า กำลังฝึกเคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ไปทางโน้นทางนี้
...
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ 1 ซึ่งฝึกการเคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ และเห็นภาพสะท้อนในกระจกมีอาการปวดน้อยลง คิดเป็นคะแนนปวด (pain score) จาก 30 ใน 100 คะแนน เป็น 7 ใน 100 คะแนน
หลักการของคะแนนปวดคือ ให้คนไข้ลองกากบาทลงบนเส้นตรงที่มีคะแนนตั้งแต่ 0-100 สมมติให้ 100 คะแนนเป็นอาการปวดรุนแรงจนทนไม่ไหวหรือต้องฆ่าตัวตาย(ในสายตาฝรั่ง - คนไทยไม่นิยมใช้ทางออกแบบนี้) และ 0 คะแนนเป็นระดับที่ไม่ปวดเลย
...
กลุ่มที่ 2 ซึ่งฝึกการเคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ไปทางโน้นทางนี้ โดยไม่เห็นภาพสะท้อนในกระจกเงา มีอาการปวดเพิ่มขึ้นจาก 30 ใน 100 คะแนน เป็น 60 คะแนนในสัปดาห์แรก
สัปดาห์ที่ 2-4 พบว่า อาการปวดไม่ทุเลาลงเลย
...
กลุ่มที่ 3 ซึ่งใช้วิธีคิด หรือจินตนาการว่า ได้เคลื่อนไหวขาข้างที่เหลืออยู่ไปทางโน้นทางนี้ มีอาการปวดเพิ่มขึ้นจาก 30 ใน 100 คะแนน เป็น 60 คะแนนในสัปดาห์แรกเช่นกัน
สัปดาห์ที่ 2-4 พบว่า อาการปวดทุเลาไปมาก
...
สรุปง่ายๆ คือ กลุ่มที่ฝึกหน้ากระจกเงาหายปวดเร็วที่สุด รองลงไปเป็นกลุ่มที่ฝึกจินตนาการ หรือฝึก "คิดในใจ"
การทดลองยกที่ 1 ผ่านไป 4 สัปดาห์ ทีนี้มาถึงยกที่ 2 ท่านอาจารย์เซาให้คนไข้ทุกคนฝึกใหม่ โดยใช้กระจกเงาเหมือนๆ กันอีก 4 สัปดาห์
...
คราวนี้คนไข้เกือบ 90% บอกว่า การฝึกเคลื่อนไหวหน้ากระจกทำให้อาการปวดลดลงไปมาก
อาจารย์เซากล่าวว่า กลไกที่ทำให้อาการปวดขาข้างที่ขาดลดลงนั้น เข้าใจว่า น่าจะมาจากการสร้างภาพในสมอง ซึ่งการใช้กระจกเงาช่วยให้สมองปรับสมดุลใหม่ได้ดีที่สุด รองลงไปเป็นการฝึกจินตนาการ หรือ "ฝึกคิดในใจ"
...
ท่านจะทำการศึกษาเรื่อง "ปวดแขนขาด-ปวดขาขาด" หรือ "แฟนธอมลิมบ์" ครั้งต่อไปในคนไข้ที่แขนขาดบ้าง
สาเหตุที่ทำให้คนไทยสูญเสียขาหรือแขน... ส่วนใหญ่เป็นผลจากอุบัติเหตุจราจร โดยเฉพาะการ "เมาแล้วขับ" และ "ง่วง(อดนอน)แล้วขับ" รองลงไปเป็นสาเหตุอื่นๆ เช่น เบาหวานแล้วถูกตัดเท้า ฯลฯ
...
สาเหตุที่ทำให้คนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยสูญเสียขาหรือแขน... ส่วนใหญ่เป็นผลจากกับระเบิด รองลงไปเป็นผลจากอุบัติเหตุจราจร
เจ้าหญิงไดอานาทรงมีส่วนในการรณรงค์ เพื่อให้คนทั่วโลกยกเลิกการใช้กับระเบิด ข่าวดีคือ เมืองไทยเราก็ประกาศยกเลิกการใช้กับระเบิดแล้ว... สาธุ สาธุ สาธุ
...
วิธีป้องกันขาขาด หรือแขนขาดที่สำคัญได้แก่
-
นอนให้พอทุกวัน
-
ถ้าง่วง... อย่าขับรถ
-
งด-ลด-ละ-เลิกการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
-
ระวังอย่าให้อ้วน เพราะอ้วนแล้วจะเสี่ยงเบาหวานเพิ่มขึ้น
-
กินอาหารประเภทน้ำตาล และแป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว อาหารทำจากแป้ง ขนมปังขาว ฯลฯ ให้น้อยลง
-
เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง
-
กินผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผลให้มากขึ้น โดยกินผักให้มากกว่าผลไม้เสมอ
-
ลดการดื่มน้ำผลไม้ เปลี่ยนเป็นผลไม้ทั้งผลแทน
-
กินอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำเป็นหลัก
-
ออกแรง-ออกกำลังเทียบเท่าการเดินเร็ว และเดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส รวมกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที
-
ถ้าอ้วนหรืออ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง) ให้เพิ่มการออกแรง-ออกกำลังเป็นอย่างน้อยวันละ 60 นาที
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
ขอแนะนำ
-
รวมเรื่องสุขภาพ "อาหารสุขภาพ / ดัชนีน้ำตาล (glycemic index / GI)" > [ Click ]
-
รวมเรื่องสุขภาพ "เบาหวาน / ภาวะใกล้เป็นเบาหวาน" > [ Click ]
-
บล็อก "บ้านสาระ" > [ Click ]
ที่มา
- Thank Reuters > Gene Emery > Researchers find mirror fools phantom limb pain > [ Click ] > November 21, 2007. / NEJM.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 22 พฤศจิกายน 2550.