การทำอารมณ์ของครูผู้สอน
อยากทราบความคิดเห็นของทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องการทำอารมณ์ของครูผู้สอน กรณีที่เด็กนักเรียนดื้อรั้น ไม่ใส่ใจและไม่เชื่อฟังครูในห้องเรียน
อยากทราบความคิดเห็นของทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องการทำอารมณ์ของครูผู้สอน กรณีที่เด็กนักเรียนดื้อรั้น ไม่ใส่ใจและไม่เชื่อฟังครูในห้องเรียน
สวัสดีครับ...กรณีเด็กดื้อรั้น ไม่ใส่ใจ ไม่เชื่อฟังครูผู้สอน...ผมว่าแทนที่ครูผู้สอนจะทำอารมณ์ ผมว่ามาทำใจดีกว่าครับ ทำใจว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เราต้องทำใจยอมรับเด็กทุกคนด้วยความรักและความเอาใจใส่ เด็กดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังครู ถือว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาบางประการที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากคุณครู เป็นเด็กที่น่าสงสารนะครับ เราต้องพยายามหาสาเหตุให้เจอ ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นมาจากปัญหาครอบครัว ลองสอบถามดูเถิดครับ เมื่อพบปัญหาแล้วแก้ปัญหาด้วยความรัก ความอบอุ่น เชื่อเถิดครับ รับรองแก้ได้แน่นอน และจะกลายเป็นเด็กที่ไม่ดื้อ และ เชื่อฟังคุณครูอย่างดี การช่วยเหลือเด็ก เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เลยนะครับ..ขอให้โชคดีครับ
ในเรื่องการทำอารมณ์ของครูเกี่ยวกับเด็กดื้อหรือ ครูควรที่จะหาวิธีการสอนใหม่เพื่อปลุกเร้าให้เด็กมีความตื่นตัวในเรื่องต่างๆ หากครูได้ทำการเปลี่ยนแปลงแล้วต้องทดลองวิธีนี้ลองดูเพราะผมเคยใช้แล้วได้ผล คือ ลองออกจากห้องเรียนแล้วบอกว่าใครอยากจะเรียนก็ให้ไปเรียนในที่เรากำหนดอยู่สักพักเขาก็จะตามไปเรียนเอง อีกกรณีเกี่ยวกับเรื่องส่งงาน หากเขาไม่ส่งเราก็ต้องลองไม่กำหนดวันส่งเขาก็จะเร่งกันเองหากเรากำหนดเขาจะไม่สนใจถือว่าครูเอาใจใส่เขาจะไม่สนใจต้องให้ครูคอยตามตลอด 2 วิธีนี้แหละที่จะกำจัดจุดเก่งของคนที่ไม่สนใจ เป็นเด็กดื้อและไม่เชื่อฟังครู
เฮ้อ ช่างเป็นปัญหาที่ประสบเช่นกัน
ก่อนอื่นเราก็ต้องทำใจไว้ก่อนว่า ผู้เรียนทุกคนมีสมาธิ ความตั้งใจ สำนึกในการในการเล่าเรียนต่างกัน ผู้เรียนในวัยเด็ก-วัยรุ่น อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์ พัฒนาการของเขา
เมื่อเราทำใจคิดพื้นฐานไว้ก่อน เราก็อาจมีอารมณ์ได้บ้างสำหรับพฤติกรรมของผู้เรียน ก็คงต้องใช้การหยุด นับเลขหนึ่งถึงสิบในใจ หายใจลึกๆ และพยายามควบคุมอารมณ์ไว้ก่อน
ผู้เรียนในปัจจุบันเป็นยิ่งกว่าลูกของเรา ยังสงสัยที่บอกว่าให้รัุกเหมือนลูก แต่ถ้าผู้เรียนเป็นลูกของเราจริง หรือเหมือนลูกเราจริง การลงโทษด้วยความรักก็อาจจะมีบ้าง เคยได้ยินการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ครั้งหนึี่ง แต่ไม่ทันได้สังเกตว่าใครเป็นผู้พูด เขามีความเห็นว่า เราต้องมีการ "ตี" เยาวชนบ้างให้เรามีความรู้สึกกลัวการลงโทษและไม่ทำผิด แต่ว่าจะใช้ได้จนเยาวชนอายุประมาณ 15 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะต้องให้เหตุผลในการทำโทษแก่เขาก่อน แต่ก็ยังลงโทษได้บ้าง เท่าที่ฟังดูก็น่าจะดีนะ แต่ไม่มั่นใจว่าผู้พูดเป็นใครจึงไม่แน่ใจที่จะเผยแพร่มากนัก แต่ก็ไม่ค่อยพอใจที่เยาวชน ผู้เรียนในปัจจุบันเป็นเหมือนเทวดา ที่แตะต้องไม่ได้ ลงโทษไม่ได้ จึงเสมือนว่าเขาเป็นมากกว่าลูกของเราซะอีก เพราะถ้าเป็นลูกของเราเองไม่ทำงาน ขี้เกียจเรียน คุยกันในห้องเรียน ฯลฯ เราเองก็จะตีให้รู้สึกบ้าง แต่ไม่รุนแรงเพราะเราก็รักลูกของเรา
ในการทำอารมณ์ของครูผู้สอนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายใน แบ่งได้ดังนี้
1. ปัจจัยภายนอก บางครั้งครูผู้สอนอาจจะอารมณ์เสียจากการที่นักเรียน คุยในห้องเรียน ไม่ส่งการบ้าน ขาดระเบียบวินัย ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
2. ปัจจัยภายใน เช่นครูมีปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัว ปัญหาด้านการเงิน ปัญหาในที่ทำงาน ฯลฯ
เมื่อครูมีปัญหาหลายด้านมากระทบจิตใจ ก็อาจจะทำให้ครูต้องทำอารมณ์ให้เยือกเย็น ใช้สติ และความอดทนให้มาก เพราะมิฉะนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อเด็กนักเรียน และ การเรียนการสอนได้ โดยบางครั้งอาจจะใช้ความรุนแรง หรือ ถ้อยคำที่ไม่ดีกับเด็กได้
เพราะฉะนั้นถ้าครูเกิดมีปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหานั้นให้จบสิ้นไปโดยเร็ว หรือหาคนที่ไว้ใจปรึกษาปัญหานั้น ๆ เสีย เพราะถ้าไม่รีบแก้ไขปัญหาโดยเร็ว อาจจะมีผลเสียในหลาย ๆ ด้าน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความอดทน ความเยือกเย็น การใช้สติ และไม่สร้างปัญหาถ้าไม่จำเป็น