พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องปรากฏการณ์โลกร้อน ซึ่งเกิดจากก๊าซเรือนกระจกหลายชนิด เช่น คาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้และทำลายป่า มีเทนจากการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น วัว ฯลฯ มาแล้วไม่มากก็น้อย
คณะนักวิทยาศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบอร์กเลย์ สหรัฐฯ คำนวณว่า ถ้าคนอเมริกาอายุ 10-74 ปีหันมาเดินแทนการขึ้นรถวันละ 30 นาที หรือครึ่งชั่วโมงจะมีผลดีต่อโลกกลมๆ ใบนี้อย่างมากมาย
...
ผลดีที่จะเกิดขึ้นทันทีในปีแรกมีดังต่อไปนี้
- ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลงปีละ 64 ล้านตัน
- ลดการใช้น้ำมันปีละ 6.5 ล้านแกลลอน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันตกลงและกลุ่มโอเปกตกใจทันทีว่า อเมริกาจะมาไม้ไหนอีกนี่
- เผาผลาญไขมันได้ปีละ 10.5 ล้านล้านแคลอรี
- น้ำหนักตัวรวมทั้งประเทศจะลดลงปีละ 3 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,362 ล้านกิโลกรัม
...
ผลต่อชาวอเมริกาคือ การเดินวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเผาผลาญไขมันได้ปีละ 13 ปอนด์ หรือประมาณ 5.9 กิโลกรัม
อาจารย์ดอกเตอร์โฮเวิร์ด ฟรัมคิน ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพสิ่งแวดล้อม แห่งศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) กล่าวว่า มาตรการนี้เป็นมาตรการแบบ "ปล่อยปลาตัวเดียว ปลารอดตายทั้งฝูง" ทีเดียว เช่น ปล่อยแม่ปลาที่กำลังจะวางไข่ ฯลฯ (ไม่ได้เปรียบเทียบการยิงนก เนื่องจากกลัวบาป)
...
นั่นคือ การเดินแทนนั่งรถเพิ่มขึ้นวันละครึ่งชั่วโมงส่งผลต้านภาวะโลกร้อน ป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้รถใช้ถนน(รวมทั้งอันตรายจากรถติด)
องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ปี 2000 (พ.ศ. 2543) มีคนตายจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดน้ำท่วม และทำให้เกิดโรคมาลาเรีย โรคท้องเสียติดเชื้อ ขาดอาหาร และจมน้ำเพิ่มขึ้น 160,000 คน
...
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นทุกวัน รวมทั้งที่มีการพยากรณ์เร็วๆ นี้ว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ภายใน 10 ปี
อเมริกาเป็นชาติที่ใช้พลังงานของโลกฟุ่มเฟือยมากที่สุด นอกจากนั้นยังกินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่มากเกินไปถึง 1.6 เท่า ทำให้เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น
...
อาจารย์ฟรัมคินกล่าวว่า คนอเมริกาน่าจะหันมากินโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น กินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ กินผลิตภัณฑ์จากพืช เช่น ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้) ฯลฯ ให้มากขึ้น
การทำฟาร์มเนื้อ เช่น วัว ฯลฯ ใช้พลังงานมากกว่าการทำอาหารจากพืช การหันมากินผลิตภัณฑ์จากพืชมากขึ้นจึงมีส่วนช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ในระดับหนึ่ง
...
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในปีแรกที่คนอเมริกาหันมาเดินแทนการใช้รถ ทีนี้ถ้าคนทั่วโลกเดินแทนการนั่งรถ หรือห้อยโหนบนรถ เช่น รถเมล์ไทยและพม่า ฯลฯ เพิ่มขึ้นทุกวันๆ ละครึ่งชั่วโมงได้... กลุ่มโอเปกที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอาจจะสะอึกขึ้นมาทันที
ขอแนะนำ
ที่มา
- Thank Reuters & WiredBerry blog > Fighting fat and climate change? > [ Click ] , [ Click ] > November 19, 2007.
- Thank Physorg.com > Seth Borenstein (AP) > Fighting fat and climate change > [ Click ] > November 19, 2007. / Lancet. September 2007.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อรักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 20 พฤศจิกายน 2550.
ถ้าทุกคนหันมาเดินบ้างก็ดีนะคะ แต่ในที่สุด..รถก็มีบทบาทอยู่ดี
ขอความกรุณาคุณหมอช่วยลบความเห็นที่ 1 ของหนูหน่อยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีครับอ.หมอ ครับ
เฮฮาศาสตร์ที่ดงหลวงสนุกสนานดี ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวหอแก้ว ที่เมืองมุก เดินลงหอคอย ๗ ชั้น จนกล้ามเนื้อเกร็งจนล้าไปเลย
เห็นด้วยเดินให้มากขึ้น ลดโลกร้อน ประหยัดพลังงาน เพิ่มพลังงานให้ตนเองครับ
ตอนนี้ ราคาน้ำมันแพงมากๆ แทบอยากจอดรถไว้กับบ้านไม่อยากไปไหนครับ
ขอขอบคุณ... คุณเนปาลี
ขอขอบคุณ... คุณเนปาลี
ขอขอบคุณ... คุณเนปาลี
ขอขอบคุณ... คุณเอก / จตุพร