ชีวิตที่พอเพียง : 409. วอชิงตัน ดีซี วันแรก (23 ต.ค. 50)

ใต้จองตั๋วเครื่องบิน JetBlue จากนิวยอร์ค ไปวอชิงตัน ดีซี ให้ และมูราลี่กับใต้ขับรถไปส่งที่สนามบิน JFK ตั้งแต่ตีห้า หมออมราจำสถานที่ที่เรามานั่งรอขึ้นเครื่องเมื่อเดือน มิย. ปีที่แล้ว ได้อย่างดี แต่ผมจำไม่ได้เลย

เครื่องบิน E190 ที่นั่ง 2+2 ประมาณ 25 แถว เรานั่งแถว 15 ABC ตรงปีกพอดี ที่นั่งสบายกว่าการบินไทย leg room ก็ยาวกว่า

เขาโฆษณาว่ามีบริการเพียบ เห็นได้ชัดว่า JetBlue เน้น in-flight pleasure ไม่เน้นประหยัด มีบริการ DirectTV 42 ช่อง แต่ไม่มี นสพ มีหูฟังชนิด disposable ให้ดูทีวี ต่อไปคงจะมีเครื่อง disposable electronic มากขึ้นเรื่อยๆ บนการบินไทยมานิวยอร์คก็มีหูฟัง disposable ให้ฟรีและคุณภาพดีกว่าด้วย

แต่พอเครื่องขึ้นแล้วเสียงเครื่องบินดังมากจนฟังทีวียาก

เราโชดดีที่ 2 วันที่ผ่านมาอากาศดี แดดออกจ้า วันนี้ที่นิวยอร์คฝนตกแต่เช้า และจะตกไปจนถึงวันเสาร์

สรุปคุณภาพบริการของ JetBlue ดีเยี่ยมด้านที่นั่งสบายและมีทีวีให้ดูมากช่อง แต่สอบตกด้านไม่มีหนังสือพิมพ์ คนชอบอ่านอย่างผมชอบให้มีหนังสือพิมพ์แทนทีวี

เครื่องเข้าจอดที่ Concourse B ต้องไปรอรถ shuttle ไป Main Terminal ซึ่งออกทุก ๆ 15 นาที รถ shuttle เป็นรถไฟฟ้าล้อยางมีไฮดรอลิคยกตัวถังขึ้นเทียบชานชาลาได้ ใช้หัวจ่อเข้ากับชานชาลา ทำให้ไม่กินที่ เป็นครั้งแรกที่เห็น shuttle แบบนี้

แท็กซี่ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ค่าโดยสาร $60 Embassy Circle Guest House ที่ใต้จองให้ เคยเป็นสถานทูตไต้หวันมาก่อน เขา renovate ใหม่และเพิ่งเปิดเป็น guest house เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง มีห้องเพียง 10 ห้อง เจ้าของชื่อ Laura & Raymond Saba (www.embassycircle.com) ผู้จัดการชื่อ Molly เป็นคนฟิลิปปินส์มาอยู่อเมริกา 20 ปีแล้ว เป็นที่พักที่สะดวกและบริการดีแบบกันเอง เดินไปสถานีรถใต้ดิน Dupont Circle ประมาณ 10 นาที แต่ราคาก็สูงด้วย คือกว่า $200 ใต้เขาจ่ายให้ล่วงหน้าแล้วและไม่ยอมบอกราคา

ห้องยังไม่เสร็จ แต่เขาชวนกินอาหารเช้าเลย อาหารมีมากและหลายอย่าง กินเสร็จเราเดินไปนั่งรถใต้ดินไปเที่ยวที่ Smithsonian Freer Gallery of Art และ National Museum of Natural History จน 5 โมงเย็นก็กลับ ได้ความรู้และสนุกทั่วกันทั้งสามคน

พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยนไม่เก็บเงินค่าเข้าชม และให้ถ่ายรูปได้ตามสบาย แม้เครื่องเพชรราคาแพงระดับประมาณค่ามิได้ก็ให้ถ่ายภาพตามสบาย

Freer Gallery of Art เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเซีย และภาพวาดของศิลปินอเมริกัน ชื่อ James McNiel Whistler

เราชม National Museum of Natural History ได้เกือบทั่ว ได้แก่ ห้องไดโนเสาร์ ห้องฟอสซิล ห้อง Ice Age ห้อง mammals ห้อง Hope Diamond และ ห้อง Geology, Gems & Minerals เราใช้เวลาที่ห้องนี้นานเพราะมีของสวยๆให้ถ่ายรูปมาก

เราซื้อตั๋วเข้าชม Johnson IMAX Theater รอบ 15 น. เรื่อง Sea Monster ที่จินตนาการขึ้นจากการขุดค้นกระดูกไดโนเสาร์เมื่อ 75 ล้านปีก่อน เป็นหนังสามมิติ 40 นาที หมออมราดูแล้วเวียนศีรษะ แต่ก็ชอบกันทุกคน เหมือนเราลงไปดูปลาว่ายอยู่ในทะเลด้วย

ตอนเย็นโรงแรมเลี้ยงอาหารว่างและไวน์ เราซื้อแซนวิชจากร้าน Subway มากินง่ายๆ

ตกดึกลูกสาว (แต้ว) โทรศัพท์มาบอกว่าห้องของเขาซึ่งเป็นคล้ายห้องใต้ดิน อยู่ใต้สำนักงาน มีเสียงคนเดินอยู่ตลอดเวลา ขอเปลี่ยนห้องไม่ได้ ต้องแลกห้องกัน ให้ลูกสาวสลับไปอยู่ห้องชั้นบน ภรรยากับผมย้ายไปอยู่ชั้นล่างแทน

Freer Gallery of Art ภาพหินสลักสมัยคันธาระ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 8 แสดงมารผจญก่อนตรัสรู้

แสดงทั้ง 4 ภาพ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน

สถูปเก็บกระดูกและส่วนของร่างกายที่เก็บไว้เป็นที่ระลึก ศิลปะจีนจากความเชื่อของทิเบต สูงประมาณฟุตเศษๆ ชวนให้ระลึกว่าทุกคนต่างก็ถูกกลืนกินเข้าสู่สภาพนี้

พระพุทธรูปญี่ปุ่น ปาง Amida (Infinite Light)

ภาพชื่อ The White Symphony - Three Girls วาดโดย James McNeill Whistler ประมาณปี 1868

ภาพชื่อ Breakfast in the Loggia วาดโดย John Singer Sargent 1910

Diamond of Hope เพชรสีน้ำเงินเข้มเกิดจากมีอะตอมของโบรอนปนกับคาร์บอนหนึ่งในล้านอะตอม ของจริงสวยกว่ารูปมากมาย

มงกุฎเพชรของมารีหลุยส์ราชินีของนโปเลียน ของเดิมมีมรกต 79 เม็ด ถูกแทนด้วนเทอร์ค้อย

แร่ Fluorite มีได้หลากหลายสีและรูป

Crocoite PbCrO4

วิจารณ์ พานิช
23 ต.ค. 50
Embassy Circle Guest House, Washington DC

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)