ช่วงปี พ.ศ. 2513-2517 (early 1970s) เป็นช่วงแรกที่ประชากรญี่ปุ่นเริ่มลดลง ช่วงนั้นผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 2.1 คน และลดลงมาจนในปี 2548 ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 1.26 คน

<p>ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคนอายุยืนมากที่สุด โดยมีอายุเฉลี่ย 82 ปี และมีคนสูงอายุคิดเป็นสัดส่วนประชากรสูงที่สุดในโลก </p>

อาจารย์ฟิลลิปปา โฟการ์ที ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว BBC รายงานข่าวว่า ประชากรญี่ปุ่นลดลงเรื่อยๆ มากเกือบ 50 ปีแล้ว

...

ภาพที่ 1: ปีรามิดประชากรญี่ปุ่นจากสำนักข่าว BBC ไม่ใช่ผลงานของผู้เขียน

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><p></p><p>…</p><p>ภาพปีรามิดประชากรญี่ปุ่นจากสำนักข่าว BBC > [ Click ]</p><ul>

  • โปรดสังเกตแถบสีฟ้าอ่อนแสดงช่วงอายุ 0-15 ปี หรือ "วัยเด็ก" ซึ่งน้อยลงเรื่อยๆ นับจากปี 1950, 2006, 2050 หรือ พ.ศ. 2493, 2549, 2593 ตามลำดับ
  • ช่วงอายุ 15-64 ปี หรือ "วัยผู้ใหญ่ (วัยทำงาน)" ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 และลดลงไปเรื่อยๆ
  • ช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือ "คนสูงอายุ" ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1950 หรือ พ.ศ. 2493
  • ช่วงคนสูงอายุเป็นช่วงที่ประชากรผู้หญิงมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ชายชัดเจนมาก เนื่องจากผู้หญิงส่วนใหญ่อายุยืนกว่าผู้ชาย
  • </ul><p>…</p><p>ช่วงปี พ.ศ. 2513-2517 (early 1970s) เป็นช่วงแรกที่ประชากรญี่ปุ่นเริ่มลดลง ช่วงนั้นผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 2.1 คน และลดลงมาจนในปี 2548 ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 1.26 คน</p><p>ตามทฤษฎีแล้ว… ผู้หญิง 1 คนจะต้องมีลูกเฉลี่ยเกิน 2 คนจึงจะรักษาประชากรให้คงที่ได้ โดยคิดจากคู่สมรสที่มีผู้ชายและผู้หญิงฝ่ายละ 1 คน นอกจากนั้นต้องเผื่อให้เกิน 2 คนไว้บ้าง เนื่องจากคนส่วนหนึ่งจะตายไปในวัยเด็กและวัยรุ่น อีกส่วนหนึ่งก็ไม่โอกาสที่จะมีลูกตลอดชีวิต</p><p>…</p><p>ทุกวันนี้ประชากรญี่ปุ่นสูงอายุ (มากกว่า 65 ปี)มีมากกว่า 20% และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 40% ในปี 2050 (พ.ศ. 2593) ดังภาพ</p><p>ภาพที่ 2: ภาพปีรามิดประชากรญี่ปุ่นในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593 จากสำนักข่าว BBC ไม่ใช่ผลงานของผู้เขียน</p><p>…</p><p></p><p>ภาพปีรามิดประชากรสูงอายุญี่ปุ่นในปี 2050 (พ.ศ. 2593) > [ Click ]</p><ul><li>โปรดสังเกตว่า สัดส่วนวัยเด็กลดลงเหลือเพียง 8.6% วัยทำงานลดลงเหลือเพียง 51.8% วัยสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 39.6%</li></ul><p>…</p><p>อาจารย์โฟการ์ทีกล่าวว่า ประเทศที่มีโครงสร้างประชากรแบบนี้ไม่ได้มีเพียงญี่ปุ่นเพียงชาติเดียว </p><p>ทว่า… ยังมีอีกหลายชาติที่กำลังตามมาติดๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน อิตาลี กรีซ เยอรมนี และอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออก</p><p>…</p><p>ผลกระทบที่น่าจะตามมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปได้แก่</p><ol>

  • ขาดคนวัยทำงาน > ทางออกที่เป็นไปได้คือ พัฒนางานให้คนที่เกษียณแล้วกลับมาทำงานใหม่ได้ ซึ่งข้อนี้ต้องอาศัยการดูแลสุขภาพที่ดีล่วงหน้าหลายสิบปี เนื่องจากต้องการคนสูงอายุที่แข็งแรง มีความรู้ และเรียนรู้งานใหม่ๆ ไม่ใช่คนสูงอายุที่เสื่อมสภาพ ป้ำๆ เป๋อๆ หรือโรคมากจนไม่มีใครกล้าจ้างงาน
  • ขาดคนวัยทำงาน > นำคนต่างชาติเข้ามาทำงานคล้ายๆ กับเมืองไทยทุกวันนี้
  • กระตุ้นให้คนมีลูกกันมากขึ้น
  • ขาดคนเสียภาษี > ทำให้รายรับของรัฐบาลลดลง ซึ่งอาจทำให้โครงการประกันสังคม หรือรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะประเทศที่เน้นนโยบาย "ประชานิยม" ล่มสลาย หรือเป็นหนี้มหาศาลได้
  • ความต้องการระบบสุขภาพ โดยเฉพาะพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด หมอนวดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
  • ความต้องการพี่เลี้ยงเด็กจะลดลง ความต้องการผู้ดูแลคนสูงอายุจะมากขึ้นเรื่อยๆ
  • คนรุ่นใหม่จะอพยพเข้าเมือง (urbanization) มากขึ้นเรื่อยๆ > ทำให้ต้องปรับระบบขนส่งมวลชน สาธารณูปโภคในเมืองครั้งใหญ่
  • บ้านนอกจะมีสัดส่วนคนสูงอายุมากขึ้น มีความต้องการบ้านพักคนสูงอายุมากขึ้น และอาจต้องมีสนาม "เด็กเล่น" หรือสโมสรสุขภาพสำหรับคนสูงอายุ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ
  • โรงเรียนจำนวนมากจะมีเด็กนักเรียนน้อยลงไปเรื่อยๆ จนต้องปิด และนำนักเรียนไปเรียนรวมกัน หรือเรียนทางไกลแทน
  • รูปแบบการเดินทางของคนสูงอายุจะเปลี่ยนไป เช่น การเดินทางจะมีความถี่น้อยลง ความต้องการรถระหว่างเมืองน้อยลง ทัวร์ประเภทผู้สูงอายุที่สมบุกสมบันน้อยหน่อย เน้นศิลปวัฒนธรรมมากขึ้นจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ฯลฯ
  • </ol><p>…</p><p>เมืองไทยเราเองก็มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ… เราจำเป็นต้องเตรียมการดูแลคนสูงอายุให้มากขึ้น เช่น กลุ่มคนสูงอายุที่ต้องการเข้ามาพักผ่อน ท่องเที่ยว หรือทำงานหลังเกษียณในไทย ฯลฯ</p><p>เมืองไทยควรรีบพัฒนาองค์ความรู้ด้านผู้สูงอายุ และพัฒนาบุคลากรที่คาดว่า จะมีความต้องการสูงขึ้น เช่น พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน โดยเฉพาะการฝังเข็ม ฯลฯ</p><p>…</p><p>นอกจากนั้นควรมีการเตรียมการด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแบบพ่วงบริการสุขภาพ ซึ่งน่าจะเป็นแหล่งทำรายได้สำคัญ</p><p>ถึงตรงนี้… ขอเรียนเชิญพวกเราหันมาใส่ใจสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ไม่อายุยืนแบบป้ำๆ เป๋อๆ เลอะๆ เลือนๆ ไปนานๆ ครับ</p><p>ที่มา                                                                              </p><ul>

  • Thank BBC > Phillipa Fogarty > Japan eyes demographic time bomb > [ Click ] > November 19, 2007.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 19 พฤศจิกายน 2550.
  • </ul>