โลกในยุคสหัสวรรษที่สาม  มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โลกอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันกันอย่างสูง ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และในฐานะที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันอย่างรุนแรงนี้  และในขณะที่การปฏิรูปการศึกษาของไทยได้ดำเนินการไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  ซึ่งในปี พ.ศ.2550 ได้มีการประกาศกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.2550  มีการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหาร วิธีการทำงานขององค์กรและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นต้น เพื่อรองรับการกระจายอำนาจของกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีการกระจายอำนาจการศึกษาออกไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา  สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเชื่อว่าการปฏิรูปการศึกษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อการศึกษาของประเทศ  เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ ความเข้มแข็งและความมั่นคงของประเทศมาจากการพัฒนาศักยภาพของคนในชาติ  โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาคนต้องอาศัยระบบการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ โดยหลักการสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือ การกระจายอำนาจการบริหาร การจัดการศึกษา การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา การดำเนินการให้บรรลุตามหลักการดังกล่าวนั้น จำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้นำชุมชนและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาจึงเป็นยุทธศาสตร์หลักในการสร้างกลไก และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ<div>
<div id="ftn1"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoFootnoteText"> </p></div> </div>