เมืองไทยแข็งแรง คนไทยแข็งแกร่ง
เป็นโครงการของกระทรวงสาธารณสุขตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างสุขภาพคนไทยให้แข็งแรง
โดยพิจารณาจากการปรับปรุงปัจจัยต่างๆที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนไทยได้
จากการที่เมืองไทยได้ประกาศเรื่องของสุขภาพดีถ้วนหน้าในปี 2000
ไปแล้ว
แต่พอเวลาผ่านไปกลับพบว่าคนไทยยังไม่ได้มีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างแท้จริง
ยังมีปัญหาทางด้านสุขภาพต่างๆที่ยังเป็นการท้าทายความสามารถของรัฐบาลไทยภายใต้ความรับผิดชอบหลักของกระทรวงสาธารณสุข
การที่เคยบรรลุสุขภาพดีถ้วนหน้า (Health for All) มาแล้ว
ทำไมต้องมาทำเรื่องเมืองไทยสุขภาพดีอีก
หากมองแง่ลบก็อาจจะบอกว่าสงสับมีการเมคข้อมูลกัน
แต่ถ้ามองในเชิงบวกก็จะพบว่า เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องพลวัต
(Dynamic) เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง
วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลง
ตามหลักการแล้วย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างหนีไม่พ้น
ปัญหาสุขภาพเดิมๆได้รับการแก้ไขไปแล้ว
แต่ก็มีกลุ่มโรคที่อุบัติขึ้นมาใหม่ โรคไม่ติดต่อที่มีมากขึ้น
ตรวจพบมากขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีโครงการระดับชาติเข้ามา
รวมทั้งโรคที่สามารถแพร่กระจายได้มากขึ้น
หากเมืองไทยไม่มียุทธศาสตร์ที่จะรับมือกับภาวะเสี่ยงทางด้านสุขภาพเหล่านี้
ก็อาจจะส่งผลกระทบและความเสียหายมากในอนาคตได้
การมีนโยบายโครงการเมืองไทยสุขภาพดี
จึงน่าจะเป็นตัวช่วยในการับมือกับภาวการณ์เหล่านี้ได้
หากได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง
ไม่หวังแค่การสร้างข้อมูลตัวเลขเท่านั้น
และพยายามมุ่งปรับไปสู่กิจกรรมที่ส่งผลลัพธ์ที่แท้จริงถึงสุขภาพของประชาชน
ตามแนวคิดของโครงการเมืองไทยแข็งแรงนั้น เป็นสิ่งที่ดีมาก มีทั้งแนวคิด หลักการ ที่ชัดเจน ดังนี้
Healthy Thailand Principle
- Area based Implementation & Evaluation
- Integration & Intersectual action collaboration
- Community based Approach
- Knowledge Worker & Knowledge Organization
Healthy Thailand Strategy
- Community participation
- Public Communication
- Capacity Building
- Quality of Care
- Social measures
- Knowledge Management
- Result oriented Management
เมื่อมีการแปลงนโยบาย แนวคิดมาสู่การปฏิบัติเพื่อให้มีความเป็นรูปธรรม
จับต้องได้ชัด
กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดออกมาเป็นเป้าหมายและตัวชี้วัด
ดังนี้
ตัวชี้วัดหมู่บ้าน/ตำบล
ความสำเร็จ > 8
ออกกำลังกาย
1.ประชากร>6ปีออกกำลังกายตามวัย > 50 %
อาหาร
2.อาหารปลอดภัยจากสารปนเปื้อน 6ชนิด> 90 %
3.ตลาดสดผ่านเกณฑ์ขั้นพื้นฐานตลาดสดน่าซื้อ> 80
1.ร้านอาหาร/แผงลอยผ่านCFGT>30
2.ตลาดสดน่าซื้ออำเภอละ 1 แห่ง
3.รง.อาหารผ่านGMP >50 %
อารมณ์
4.วัยรุ่นเป็นสมาชิกTBN1/มีกิจกรรมต่อเนื่อง>50
5.ผู้สูงอายุเป็นสมาชิกชมรม/กิจกรรมต่อเนื่อง>50
อโรคยา
6.ไข้เลือดออกไม่เกิน 50ต่อแสนประชากร
7.ปชก>40ปีตรวจปัสสาวะ/BPทุกปี > 80%
8.สตรี>35ปีรู้เรื่องตรวจเต้านมถูกต้อง> 85 %
อนามัยสิ่งแวดล้อม
9.เด็ก<5ปีมีการเจริญเติบโตพัฒนาการสมวัย>80%
ตำบลศูนย์เด็กเล็กเข้ากระบวนการศูนย์เด็กเล็กน่า อยู่ อย่างน้อย
1 แห่ง
10.รร.ผ่านเกณฑ์พื้นฐานรร.ส่งเสริมสุขภาพ>50%
ตัวชี้วัดอำเภอ/จังหวัด
ความสำเร็จ > 80%
อาหาร
1.ร้านอาหาร/แผงลอยผ่านCFGT>30
2.ตลาดสดน่าซื้ออำเภอละ 1 แห่ง
3.รง.อาหารผ่านGMP >50 %
อนามัยสิ่งแวดล้อม
4.ศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่ >30 %
5.โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ >30%
6.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 1 อ.หรือในจังหวัด > 50 %
สรุป ผลการประเมิน ดังนี้
หมู่บ้านสุขภาพดี
75% หมู่บ้านผ่านเกณฑ์เป็นตำบลสุขภาพดี
50% ตำบลผ่านเกณฑ์ เป็นอำเภอสุขภาพดี
50% อำเภอผ่านเกณฑ์ เป็นจังหวัดสุขภาพดี
50% จังหวัดผ่านเกณฑ์ เป็นเมืองไทยสุขภาพดี
ข้อสังเกตว่า การผ่านเกณฑ์เมืองไทยสุขภาพดีนั้น
เป็นการผ่านตามนิยามที่กำหนดไว้
ส่วนเกณฑ์ก็เป็นการวัดที่ตัวกระบวนการและผลผลิตเท่านั้น
ยังไม่ได้วัดที่ตัวผลลัพธ์ต่อประชาชน
โดยอาจคิดว่าถ้าทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ครบ ผลลัพธ์จะได้มาเอง
แต่เราก็พบว่าในความเป็นจริง หลายๆกิจกรรมที่ดูดี
แต่ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีก็มีมากมาย
ในขณะนี้
กำลังมีการศึกษาเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การประเมินกิจกรรมให้มีความเข้มข้นขึ้น
ก็หวังว่าจะสามารถวัดไปถึงผลลัพธ์ต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรงได้
แม้จะยากก็ตาม
บทความนี้ อธิบายสิ่งซับซ้อนให้เข้าใจภาพรวมได้อย่างดียิ่ง ขอบคุณมากจริงๆ
มีความรู้สึกว่า นโยบายการสร้างเมืองไทยสุขภาพดี ตามที่อธิบายมาเป็นขั้นตอน ทั้งหลักการ ยุทธศาสตร์ และตัวชี้วัด เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย ที่หลายภาคส่วนได้ดำเนินการกันมาโดยตลอด แต่รู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมที่กระทบต่อสุขภาพนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบที่รวดเร็วมาก ทำให้ดูเหมือนว่ากลยุทธ์เมืองไทยสุขภาพดีตามไม่ค่อยทัน จะมีนโยบายอะไรบ้างที่ทำให้คนไทยตื่นตัวเรื่องสุขภาพและมีความรู้เรื่องสุขภาพที่ถูกต้อง ตลอดจนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีถ้วนหน้า