GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อนุทินของครูสนธยา

อนุทิน  นางสนธยา  เผือกฉายา

                                                                17 พ.ค. 45

เรื่อง               ความไม่เข้าใจของผู้ปกครองของ  ด.ญ.  ทัศวรรณ  จามจุรี

เหตุการณ์       วันนี้ผู้ปกครองของด.ญ.  ทัศวรรณ  มาขอเบิกเงินทุนของ  ด.ญ.  ทัศวรรณ  บอกว่าลูกสาวอยากได้กระเป๋านักเรียนใบใหม่ ( โดยกระเป๋าใบเก่ายังอยู่ในสภาพดี )  ข้าพเจ้าจึงได้ชี้แจงว่า  ของเก่ายังใช้ได้อย่าเพิ่งซื้อเลย  ไว้ขาดเมื่อไรครูจะให้เบิกซื้อ  ถามไปถามมา  สรุปว่า  ผู้ปกครองบอกใหม่ว่าจะขอเงินทุนของ ด.ญ.  ทัศวรรณ  ไปซื้อรองเท้าให้น้องของ  ด.ญ. ทัศวรรณ  นั่นเอง  ข้าพเจ้าก็ชี้แจงอีกว่า  เงินทุนของเด็กแต่ละคนจะนำไปใช้ในลักษณะเผื่อคนอื่นไม่ได้  ซึ่งเป็นการผิดวัตถุประสงค์  ผู้ปกครองมีท่าทางโกธรและไม่พอใจ  พูดกับข้าพเจ้าว่าจะเบิกซื้ออะไรซักอย่างไม่ได้เชียวหรือ  ข้าพเจ้าจึงอธิบายต่อไปว่าครูไม่ได้หวง  เพราะเป็นเงินของเด็ก  ไม่ใช่เงินของครู  แต่ครูจะเป็นผู้ดูแล  เรื่องการเบิกถอนใช้ในสิ่งที่จำเป็น  เพราะปีต่อไปไม่ทราบว่าจะมีเงินทุนจัดสรรให้เด็กอีกหรือเปล่า  ( สรุปครูอยากให้นักเรียนประหยัด ) ผู้ปกครองได้เดินหันหลังกลับไปโดยไม่ได้กล่าวลาหรือสวัสดีข้าพเจ้าแต่อย่างใด 

ตอนเย็นก่อนโรงเรียนเลิก  ครูได้สอบถาม ด.ญ. ทัศวรรณว่าหนูอยากได้กระเป๋านักเรียนใบใหม่หรือ  เด็กตอบว่า ไม่เคยพูดเลย  ข้าพเจ้าจึงคิดว่าผู้ปกครองของ ด.ญ. ทัศวรรณ  คงไม่เข้าใจในเรื่องระเบียบการเบิกถอนเงินทุนไปใช้  จึงแนะนำให้  ด.ญ. ทัศวรรณ   ไปพูดให้ผู้ปกครองฟังอีกครั้ง  ถ้ายังมีข้อสงสัย  ครูยินดีพาไปพบท่านอาจารย์ใหญ่  เพื่อรับฟังปัญหาและความจำเป็น  เพื่อจะมีทางแก้ไขให้ผู้ปกครองบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ           (  ครูเหนื่อยใจ )       

                                                                21 พ.ค. 45

เรื่อง                        เด็กชายอานพ   สีดอกบัว   เกือบกลายเป็นเด็กพิการ

เหตุการณ์                เปิดเทอมวันแรก ( 15 พ.ค. 45  )  ด.ช.อานพไม่มาโรงเรียน  ข้าพเจ้าจึงถามเพื่อนนักเรียนที่อยู่ข้างบ้านของ  ด.ช. อานพว่าอานพจึงไม่มาโรงเรียน  เพื่อนบอกว่า  ด.ช. อานพ  เจ็บขานอนอยู่ที่บ้านโดยแม่เขาไม่สนใจปล่อยให้ลูกนอนซม  ข้าพเจ้าจึงบอกให้เพื่อนช่วยดู ด.ช. อานพว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า  พอวันรุ่งขึ้นอานพมาโรงเรียน  เดินขากระเผลก  ใส่ชุดพละ  กางเกงขายาวปิดบาดแผลอยู่  บอกกับครูว่าค่อยยังชั่วแล้ว  ตัวข้าพเจ้าก็ไม่ได้สนใจคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก  จนเขาไปล้างแผล  อ.พัชรี  ได้เห็นแผลที่หัวเข่าของอานพแล้วมาบอกข้าพเจ้าว่าแผลเป็นหนอง  ข้าพเจ้าจึงขอดูแผล  ด.ช. อานพ  บอกว่าเจ็บข้างในแผล  หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง  น้ำหนองได้ไหลออกมาจากบาดแผล  แล้วจัดแจงทำความสะอาดบาดแผลจนเรียบร้อย  แต่แผลยังมีลักษณะเขียวคล้ำ  ข้าพเจ้าจึงบอก  ด.ช.  อานพว่าพรุ่งนี้ให้แม่พาไปหาหมอ  เพื่อฉีดยากันบาดทะยัก( ครูไม่มีเวลาพาไป  เพราะทิ้งชั่วโมงการสอนไม่ได้  )  พอวันรุ่งขึ้นอานพหยุดโรงเรียน  แม่พาไปหาหมอ   และได้กลับมาเรียนในวันต่อมา

ด.ช.  อานพบอกกับข้าพเจ้าว่า   หมดได้พูดกับผมและแม่ว่า  ถ้าผมมาช้าอีก  1  อาทิตย์  ผมคงต้องถูกตัดขา  เพราะบาดแผลมีอาการไม่ค่อยดี  ข้าพเจ้าฟังคำบอกเล่ามีอาการหนาวเย็นที่หัวใจ  นี่ถ้าเพื่อนในห้องไม่บอกว่า  ด.ช.  อานพป่วย  และข้าพเจ้าไม่ติดตามข่าวคราว  ด.ช. อานพต้องกลายเป็นเด็กพิการแน่ๆเลย  และอนาคตเขาจะเป็นอย่างไร 

เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทธาหรณ์ให้ข้าพเจ้าต้องสนใจนักเรียนให้มากขึ้น  ก่อนที่จะสายเกินไป 

                                                                

                                                                24 พ.ค. 45

เรื่อง                        พานักเรียนชั้น  ป.4 – ป.6  เข้าชมนิทรรศการวันวิสาขบูชา  ณ. ท้องสนามหลวง

เหตุการณ์                วันนี้นักเรียนจำนวน  50  กว่าคนมีคณะครูคุมไป  5  ท่านโดยนั่งรถประจำทางสาย  6  รถแน่นพอสมควร  นักเรียนคงตื่นเต้น  คุยกันเสียงดัง  ข้าพเจ้ายืนอยู่ใกล้ๆ  คอยดูแลและมีดุให้เงียบๆบ้าง  ปรากฏว่ามีผู้โดยสารท่านหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า  พานักเรียนไปไหนกัน  ข้าพเจ้าตอบว่า  พาเด็กไปชมนิทรรศการที่สนามหลวง  เขาบอกว่าครูดีนะเด็กจะได้เห็นและได้เข้าร่วมกิจกรรมภายนอกโรงเรียน  ไม่ใช่ให้อยู่แต่ในโรงเรียน  ข้าพเจ้าก็ยิ้มแล้วบอกว่าเด็กเขาก็ชอบที่จะมาศึกษาภายนอกโรงเรียน  พอรถมาถึงสนามหลวง  นักเรียนชมนิทรรศการด้วยความสนใจ  จนมาถึงเต๊นท์ของมูลนิธิแห่งหนึ่งนักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตอบปัญหาธรรมะ  ข้าพเจ้านั่งอยู่ในบริเวณนั้นด้วย  คิดว่า  คำถามบางข้อนักเรียนอาจตอบไม่ได้  แต่เป็นการพลิกล๊อค  เด็กนักเรียนสามารถตอบปัญหาได้  เพราะนักเรียนบางคนเคยบวชเป็นสามเณรมาก่อน ( บวชช่วงปิดภาคเรียน )  ทำให้ข้าพเจ้าทึ่งในความสามารถของนักเรียน  คิดในใจว่าเราไม่น่ามองข้ามความสามารถของนักเรียนโรงเรียนเราเลย  เพราะเห็นเล่นซนอยู่ในโรงเรียน

เพราะฉะนั้น  ข้าพเจ้าคิดว่า  นักเรียนโรงเรียนวัดบางน้ำชนของเรา  คงไม่ด้อยไปกว่าโรงเรียนอื่นๆ  ในระดับเดียวกัน  ถ้าพวกเขาได้รับการพัฒนาศักยภาพและการดูแลเอาใจใส่จากคุณครูทุกๆท่าน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง  ช่วยกันให้เด็กได้เรียนตามความสามารถ  ความถนัดของเขา  นักเรียนจะได้เรียนแบบมีความสุข  และตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่

                                                                10 มิ.ย. 45

เรื่อง                        บ้านหลังที่สอง

เหตุการณ์                ข้าพเจ้าดีใจได้ลูกใหม่ตั้ง  12  คนเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับการสัมผัส  ของคำว่า  “ แม่ “  แต่ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังจะเป็นแม่ของลูก  12  คน  มันรู้สึกเหมือนมีอะไรที่เป็นความแปลกใหม่เข้ามาในชีวิต  สอนเด็กมามากมายหลายปีเพิ่งจะประสบความสำเร็จในการถูกเรียกว่า  “ แม่ “  อย่างเต็มปากเต็มคำ  ของพวกลูกๆ  ภาระหน้าที่และความผูกพันเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงว่า  เราจะมีการจัดการอย่างไร  ที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข  คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง  ที่จะนำพาให้ลูกทุกคนมีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิตของพวกเขา  ข้าพเจ้าจะพยายามทำหน้าที่ของความเป็นแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้

                                                                20 ธ.ค. 45

เรื่อง                        การเรียนรู้สู่โลกกว้าง ( Walk  Rally ) 

เหตุการณ์                คณะครูได้พานักเรียนตั้งแต่ ป. 3 – ป.6  ไปทัศนศึกษาโดยรถโดยสารประจำทาง  ณ.ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ   จ. สมุทรปราการ   เด็กทุกคนตื่นเต้นและดีใจ  ได้ไปเห็นโบราณสถาน,โบราณวัตถุ  ที่สำคัญ  มีป่าชายเลน   และท้องทะเลบริเวณปากอ่าวไทย  เด็กได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนาน  ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่นักเรียนบางคนไม่เคยเห็นและไม่เคยไปมาก่อน        ครูก็ได้เรียนรู้ไปกับเด็ก         จากการที่ครูสังเกตนักเรียนมีความกระตือรือล้นที่อยากปฏิบัติกิจกรรม  และกลับมาเด้กได้บันทึกอนุทินบรรยายเหตุการณ์และความรู้สึกที่ได้รับจากการไปทัศนศึกษาในครั้งนี้  สรุปผลออกมาแล้วว่า  อยากให้ครูจัด  Walk  Rally  แบบครั้งนี้อีกในโอกาสต่อไป

                                                                 26 เม.ย. 46

เรื่อง                        ความสูญเสียที่ยากที่จะลืม

เหตุการณ์                วันที่  25 เมษายน  2546  ข้าพเจ้าได้สูญเสียพี่ชาย ( ข้าพเจ้ามีพี่ชายคนเดียว ) ซึ่งเป็นวันที่ข้าพเจ้ากลับจากการเข้าร่วมสัมมนา  เกี่ยวกับเรื่องการวิจัยในชั้นเรียน  ที่หมาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม  กลับถึงบ้านเวลาประมาณ  2 ทุ่มครึ่ง  พี่ชายของข้าพเจ้าจากไปแบบไม่มีวันกลับ  ข้าพเจ้ากลับมาดูใจไม่ทัน  เพราะก่อนไปสัมมนา  ข้าพเจ้าบอกกับพี่ชายว่า  ช่วงเวลา  3  วัน ( ย้อนหลัง ) ข้าพเจ้าไม่ได้มาอยู่ดูแล ( พี่ชายนอนป่วยอยู่ ห้อง ไอ ซี ยู  รพ. ตากสิน )  ข้าพเจ้าจะให้น้องสาวอีกคนมาอยู่เฝ้า  พี่ชายข้าพเจ้าพูดไม่ได้  แต่ได้พยายามกระดิกนิ้ว  3  นิ้ว  เพื่อเป็นการแสดงอาการรับรู้ว่าได้รับคำบอกกล่าวของข้าพเจ้าแล้ว  แต่มันก็สายเกินไป  ข้าพเจ้ากลับมาไม่ทัน  ข้าพเจ้าเสียใจมาก  นั่งนับลำดับเหตุการณ์  ข้าพเจ้าไม่มีเวลาดูแลเขา  รู้ว่าเขาไม่สบาย  แต่ไม่ได้สนใจ  คิดว่าเขาเป็นไม่มาก  เขาไม่เคยปริปากบอกข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าเห็นเขานอนซม  คิดว่าเขากินยา  แล้วพักผ่อนคงจะหาย  ข้าพเจ้ากลับบ้านค่ำทุกวัน  ไม่รู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว  มัวทำงานที่โรงเรียน  แต่มันก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ  ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ผ่านมา  ข้าพเจ้าผิดหรือถูก  แต่ในส่วนลึกของจิตใจ   ข้าพเจ้าเสียใจที่ทอดทิ้งพี่ชายของข้าพเจ้า  ห่วงงานมากกว่าห่วงความเป็นอยู่ของเขา  รู้ทั้งรู้ว่าเขานอนป่วยหนัก  ข้าพเจ้าคิดตำหนิตัวเอง  และคิดว่าต่อแต่นี้ไปข้าพเจ้าต้องแบ่งเวลาให้เหมาะสม  ไม่อยากให้มีการสูญเสีย  เช่นนี้อีก  เพราะความไม่เอาใจใส่คนในครอบครัว

                                                                27 ก.ค. 46

เรื่อง                        ชาวคณะ U.N.D.P.  ( ชาวตางประเทศแถบแอฟริกาใต้ ) มาเยี่ยมชมโรงเรียนเกี่ยวกับการักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์                วันที่  28 กรกฎาคม  2546  เป็นวันที่ข้าพเจ้าตื่นเต้นและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ที่มีโอกาส  ต้อนรับบรรดาแขกที่มาเยือน  โดยเป็นชาวคณะแถบแอฟริกาใต้  ประกอบไปด้วยหลายประเทศ  มาดูเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม  ซึ่งข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการในชั้น ป. 3 – ป.4  พร้อมด้วยคณะครูในทีมงาน  ได้แก่  อ. สนธยา( ตัวข้าพเจ้าเอง ), อ.ณรงค์ , อ.เพ็ญจันทร์ , อ. ลัดดาวัลย์  และที่ขาดไม่ได้แน่นอน  คือนักเรียนชั้น ป. 3 – ป.4  ของเรา  ก่อนถึงวันที่ชาวคณะ U.N.D.P.  จะมา  พวกทีมงานได้ร่วมกันวางแผนว่า  เราควรจะนำเสนอผลงานในเรื่องอะไรบ้าง  ซึ่งได้ปรึกษากับท่านอาจารย์ใหญ่บุญเหลือ  ว่าระดับชั้น ป. 3 – ป.4  จะนำเสนอวิธีการผลิตจุลินทรีย์ E.M.  ขยายสูตรต่างๆ  ให้พวกเขาดูว่านักเรียนตัวเล็กๆของเรา  สามารถทำอวดเขาได้  นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียม ผลิตภัณฑ์  E.M.  ขยายสูตรต่างๆ  เช่น  สูตรมะกรูด มะนาว  ตะไคร้  ใบเตย  สับปะรด  นมสด ฯลฯ  มีแผ่นพับเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์  เป็นภาษาอังกฤษไว้แจกจ่ายเผยแพร่ให้แก่แขกที่มา  เตรียมวิธีการสาธิต  ซึ่งมีวัตถุดิบ  และอุปกรณ์ต่างๆ  พร้อมจะทำการสาธิต  ได้ทันที

พอถึงวันจันทร์ที่  28 กรกฎาคม 2546  เวลา 13.00  น.  ข้าพเจ้าและทีมงานได้เตรียมพร้อมให้การต้อนรับ  ชาวคณะได้พักผ่อนที่ห้องประชุม  เพื่อดูการแนะนำโรงเรียนและดู วีดีโอ  เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมภายในกรุงเทพมหานคร   พอได้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เดินออกมาจากห้องประชุม  เพื่อมาชมการจัดนิทรรศการของกลุ่มนักเรียนตามระดับสายชั้น  โดยเฉพาะกลุ่มระดับชั้น ป. 3 – ป.4 พวกท่านเหล่านั้นให้ความสนใจกันมาก  มีเอกสารแผ่นพับแจก  และยังมีผลิตภัณฑ์ E.M. ขยายสูตรต่างๆวางตั้งไว้  เพื่อเผยแพร่ชาวคณะ U.N.P.O.  สอบถามล่าม  ถึงเรื่องราวต่างๆ  ที่เขาสนใจพร้อมกับเดินดูการสาธิต  ของเด็กนักเรียนตามโต๊ะต่างๆที่จัดแสดงและได้พูดคุยกับนักเรียนโดยมีล่ามเป็นสื่อกลางแปลให้ฟัง  คณะครูได้มีโอกาสพูดคุย  และอธิบายแบบใช้คำศัพท์เป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ  ซึ่งเขาก็เข้าใจ  พร้อมแจกผลิตภัณฑ์ เป็นที่ระลึก  พวกเขาประทับใจชื่นชอบมาก  ใช้เวลาเยี่ยมชมในระดับ  ป. 3 – ป.4 ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงได้เดินชมในระดับชั้นอื่นต่อไป

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากกิจกรรมในงานวันนี้คือ  ต่อไปข้างหน้าจะมีประสบการณ์  เช่นวันนี้อีกหรือไม่  ถ้ามีเราก็จะมีการปรับปรุงและพัฒนางานให้ดีขึ้นกว่าเดิม  และหลากหลายเพื่อโปรโมทโรงเรียนระดับเล็กๆ  แต่มีคุณภาพให้คนต่างชาติได้รู้จักและชื่นชม

                                                                1 ต.ค. 46                                                                                                               

เรื่อง                        ความไม่เข้าใจกันระหว่างเพื่อนครูด้วยกัน

เหตุการณ์                ข้าพเจ้าไม่อยากหลอกตัวเองว่าช่วงนี้มันมีเหตุการณ์ที่ไม่ค่อย  Happy  เท่าใดนัก  เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่าบรรยากาศอึมครึมทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่า  คณะบุคคลากรของโรงเรียนวัดบางน้ำชน  ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี  แต่มาบัดนี้  จึงมีเหตุอันใดที่ทำให้พวกครูเรามีรู้สึกเหินห่าง  ปั้นสีหน้าแบบไม่รู้ว่าโกธรกันมากี่สิบชาติ  ทำไมจึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาได้  อาจเป็นเพราะว่าต่างคนต่างถือฐิติ  ไม่หันหน้ามาเคลียร์ปัญหากัน  ถ้าทุกคนยอมรับความเป็นจริงของปัญหาที่เกิดขึ้น  และช่วยกันแก้ปัญหาทุกอย่างคงจะลงเอยกันด้วยดี  แต่ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้  ข้าพเจ้าไม่สบายใจเลย  อยากให้บรรยากาศเก่าๆและความรู้สึกที่ดีๆ  กลับมาเหมือนเมื่อครั้งก่อน  คงไม่นานเกิดรอ  ข้าพเจ้าขอภาวนา

                                                                15 พ.ย. 46

เรื่อง                        การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

เหตุการณ์                ได้อาจารย์ใหญ่คนใหม่มา  มองดูเหตุการณ์ภายนอกแล้วข้าพเจ้าเกิดความไม่มั่นใจว่าท่าน  คิดอะไรอยู่  ท่านไม่ค่อยสนับสนุนและไม่ค่อยสนใจว่าคณะครูกำลังทำงานอะไรกันอยู่  จะพูดคัดค้านอยู่ตลอด  บางครั้งคันปากอยากจะอธิบาย  เดี๋ยวจะหาว่าเถียงผู้บริหาร  ท่านใจไม่กว้างพอไม่เหมือนกับท่านอาจารย์ใหญ่คนเก่าที่ย้ายไป  เลยเกิดความเบื่อเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่อยากพูดลักษณะเหมือนกับว่า  คณะครูกำลังสร้างภาพ  หลอกตาคนทั่วไป  แต่ความจริงเปล่า  เพราะพวกเราทำกันจริงๆ  ไม่ได้เสแสร้ง ( ถ้าเราเสแสร้งคงทำกันไม่ได้นาน ) คิดว่าสักวันหนึ่งท่านคงเข้าใจ บางทีท่านอาจจะรู้  แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้  ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

                                                                8 ก.พ. 47

เรื่อง                        นักวิจัยภายนอก

เหตุการณ์                ความเคารพรักและความศรัทราที่ข้าพเจ้าขอยกย่องให้กับท่านอาจารย์ ภาวิณี  ตามความเป็นจริงแล้ว  มีปัจจัยหลายๆอย่างที่บางครั้ง  ข้าพเจ้าเกิดความท้อถอยในเรื่องของการทำงาน  แต่ข้าพเจ้าระลึกอยู่เสมอว่ามีอาจารย์ผู้หญิงท่านหนึ่ง  ท่านได้ทุ่มเทเสียสละเวลามาเยี่ยม  และมาให้ความรู้แก่คณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชน  ทั้งๆที่ท่านเป็นผู้สูงอายุ  ประกอบกับท่านมีภาระกิจมากมาย  แต่ท่านก็ยังมาให้กำลังใจแก่พวกเรา  ท่านไม่ได้หวังสิ่งที่ตอบแทนอันใด  นอกจากอยากให้คณะครูเราได้มีการพัฒนาตนเอง  เพื่อสร้างเด็กนักเรียนให้มีคุณภาพที่ดี  ข้าพเจ้าคิดถึงท่านรู้ว่าการเดินทางมาเยี่ยม  แต่ละครั้งท่านต้องเหน็ดเหนื่อย   แถมยังมีรอยยิ้มให้กับพวกเรา  ข้าพเจ้านึกถึงว่าข้าพเจ้าพยายามแล้วอย่างน้อยก็ได้พัฒนาตัวเองมาได้อีกระดับหนึ่ง  นักเรียนของเราก็ดีขึ้น  โรงเรียนก็พลอยได้รับชื่อเสียงตามไปด้วย

ส่วนอีกท่านหนึ่งที่มีพระคุณกับพวกเรา  คือท่านอาจารย์กฤช  ท่านก็ได้สละเวลามาเยี่ยมและคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำอยู่ตลอดเวลา  ท่านให้ความเป็นกันเอง  แม้กระทั่งสอบถามขอความช่วยเหลือทางโทรศัพท์ท่านก็ยินดีให้คำปรึกษาคณะครูประทับใจ  สิ่งที่ข้าพเจ้าเขียนมานี้  ไม่ได้เป็นการยกยอปอปั้น  แต่ข้าพเจ้าเขียนมาจากความรู้สึกจากใจจริง

สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าขอกราบขอพระคุณทั้ง 2 ท่านมาด้วยความเคารพรักอย่างสูง

                                                                18 มี.ค. 47

เรื่อง                        บ้านเล็กในบ้านใหญ่

เหตุการณ์                สิ้นสุดเวลา  2  ปีที่ผ่านมา  ได้รู้ถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวสันติสุขว่าเป็นอย่างไร  ลูกๆในบ้านน่ารักทุกคน   แต่จะมีน้องอินธิมา  ป. 2  ที่ค่อนข้างจะเอาแต่ใจตนเอง  บางครั้งไม่เชื่อฟังพี่คนโต  มองในภาพรวมไม่ได้สร้างปัญหาอะไรมากมาย  ลูกจะทำงานร่วมกิจกรรมกันเป็นอย่างดี  ทุกคนรักกันมีความเอื้ออาทรต่อกัน  และมีความปราถนาอยากให้แม่ครูตอบสนอง  และเข้าใจถึงความรู้สึกในสิ่งเขาที่ต้องการ  ส่วนมากจะคล้ายๆกัน  เช่น  อยากได้ความรัก  อยากให้พาไปเที่ยวนอกสถานที่  อยากทำอาหารที่แม่สอน  อยากให้จัดงานวันเกิดให้กับลูกทุกคน  ฯลฯ  ซึ่งบางครั้งก็สามารถทำได้บ้างไม่ได้บ้าง  แล้วแต่เวลาและโอกาสจะอำนวย  ทุกคนชอบชั่วโมงบ้านเล็กในบ้านใหญ่มาก  แทบจะไม่มีการขาดชั่วโมงนี้เลย  และจะบ่นอยู่เสมอว่า  ชั่วโมงหน้า  แม่จะให้พวกหนูทำอะไร  หรือไปที่ไหนกันดี  ข้าพเจ้าก็ได้แต่ยิ้ม  และถามพวกเขาว่าอยากทำอะไรล่ะ  ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง  แต่ต้องอยู่ในขอบเขต  เราใช้ประชามติ  ซึ่งลูกทุกคนตอบรับเป้นอย่างดี  ข้าพเจ้ามีความสุข  เมื่อได้เห็นความกระตือรือร้น  ของพวกลูกๆ  ถ้าลูกรักครู  รักโรงเรียน  รักเพื่อน  เราสามารถได้ใจของพวกเขา  ในเรื่องการเรียน  การสอน  คงราบรื่น  ตั้งใจเรียนมากขึ้น  ไม่ค่อยขาดเรียน  เท่านี้ครูก็ดีใจ

                                                                25 มี.ค. 47

เรื่อง                        นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ช่วยเหลืองานครู

เหตุการณ์                เนื่องจากมีการสอบวัดความรู้ด้านคุณธรรมและจริยธรรมของนักเรียนชั้น ป. 4  ห้องของข้าพเจ้าเอง  ข้าพเจ้าตรวจข้อสอบเสร็จแล้วจึงรวบรวมคะแนน  และต้องกรอกคะแนนหาค่าเฉลี่ย  ปรากฏว่ามีนักเรียนชั้น    ป. 6  ( 3 – 4 คน ) โดยมี ด.ช. แพ็ก  อบเทียน  เป็นหัวหน้ากลุ่ม  ได้อาสาช่วย  และมีความสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี  แล้วบอกกับข้าพเจ้าว่า  คุณครูครับ  คุณครูเอาข้อมูลคะแนนสอบทั้งหมดมาให้ผมด้วย  เดี๋ยวพวกผมจะรีบทำให้  ข้าพเจ้าได้ฟังถึงกับอึ้ง  เอ๊ะ  เด็กเราสามารถใช้สื่ออุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีได้แล้วหรือ  ช่างทันยุคทันสมัยเหลือเกิน  ขณะที่ตัวข้าพเจ้าเองไม่เคยสัมผัสกับสื่อพวกนี้เลย  เด็กนักเรียนเองกลับมาล้ำหน้ากว่าตัวครูอีก  พูดตามตรงว่า  อายุเด็ก  ครูกลับล้าหลัง  และตรงกันข้ามแอบชื่นชมเด็ก ป. 6  กลุ่มนี้ว่าเขามีการพัฒนาในเรื่องสื่อของการเรียนรู้  ด้วยการสื่อสารที่ทันสมัย  ทันยุคทันเหตุการณ์  และเป็นเด็กที่มีน้ำใจช่วยเหลืองานครู  ข้าพเจ้าจึงบอกพวกเขาว่า  วันไหนหนูว่างช่วยสอนการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ครูบ้าง  ข้าพเจ้าไม่อายเด็กหรอก  และพวกเด็กๆยินดี  ที่จะสอนครูแก่ๆให้ทันยุคกับเขา  ข้าพเจ้าดูท่าทางพวกเด็กมีความภูมิใจที่ได้สอนครู            

 อนุทิน  นายณัฐวุฒิ   นุตเวช

บันทึกวันเปิดเรียนวันแรก  ได้เห็นหน้าลูกศิษย์  หลายคนก็มีความสุข  แต่ยังคงดิคถึงลูกศิษย์บางคนที่ผู้ปกครองทำท่าว่าจะมาลาออกไปเรียนที่อื่น  แต่ก็เปลี่ยนใจไม่ไป  แล้วยังมิได้มาเรียน

วันนี้ภาคบ่าย  ได้ให้นักเรียนทั้งหมดเข้าร่วมกิจกรรม  “ บ้านเล็กในบ้านใหญ่ “  โดยให้นักเรียนทุกคน  จับฉลากชื่อครูทั้งหมดที่อยู่ในโรงเรียน   เมื่อได้ชื่อครูคนใดก็หมายความว่า  นักเรียนคนนั้นต้องเป็นลูกบุญธรรมของครูคนนั้นๆ  บนพื้นฐานที่ว่า  ลูกไม่สามารถเลือกเกิดกับพ่อแม่ที่มีลักษณะ  หรือฐานะที่ตนต้องการได้ครูก็เช่นเดียวกัน

วันนี้เปิดเรียนวันแรก   แม้ครูเตรียมทุกอย่างที่คิดว่าพร้อมแล้ว    แต่ก็มีงานจากเขตเข้ามาใหม่เรื่อยๆ  จนสบสนวุ่นวายไปหมด  ข้าพเจ้าจึงมิได้เข้าร่วมกิจกรรม  อย่างเต็มที่ แต่เมื่องานเสร็จก็ได้เห็นลูกๆ  มานั่งล้อมรอบ  จำนวน  8  คน  ก็นึกตื่นเต้น  แต่ตื่นเต้นได้ไม่นาน  อ. เพ็ญจันทร์  ก็มาแจ้งว่าเกิดการผิดพลาดในการแบ่งลูก  และได้มาขอแบ่งลูกข้าพเจ้าไป  1  คน  ซึ่งทำให้เกิดความงงงัน  แต่ก็ต้องตกลง  แบ่งลูกให้ไป  ข้าพเจ้าจึงมีลูกบุญธรรม  7  คน  เป็นชาย  5   หญิง 2   ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นเป็นยิ่งนักที่  ได้มีลูกเพิ่มขึ้นมาจาก  ลูกจริง  3  คน  ลูกบุญธรรม  7  คน  แต่ยังมิทันได้พูดคุยกัน  ก็เป็นอันหมดเวลาที่ลูกๆต้องกลับบ้านไป

หลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว คณะครูก็ได้เข้าร่วมประชุม  เพื่อร่วมพลังความคิดสร้างหลักสูตร  การเรียนใหม่  จนกระทั่งเวลา  20.00 น.  จึงพักงานไว้เพียงนั้น

                                                                                         15 พ.ค. 45

วันนี้นักเรียนได้เริ่มเรียนอย่างจริงจัง  ตามชั่วโมงที่อยู่ในตารางเรียน  ภาคบ่ายชั่วโมงสุดท้าย  เป็นชั่วโมงแรกที่ลูกบุญธรรมจะได้อยู่พูดคุยกับพ่อ – แม่บุญธรรม  และครูทุกคนก็ได้ลูกบุญธรรมเพิ่มอีก  เพราะเมื่อวานลูกๆขาดเรียนไปจึงได้มาจับฉลากเพิ่มอีก  ข้าพเจ้าได้พูดคุยทำความรู้จักกับลูกๆซึ่งก็ได้รับการตอบรับ  อย่างดีทั้งพ่อบุญธรรม  และลูกบุญธรรมต่างมีความพอใจซึ่งกันและกัน  เราจากกันด้วยความอาทร  ซึ่งกันและกัน

                                                                                         16 พ.ค. 45

วันนี้ได้พูดคุยกับลูกๆ  และให้ลูกๆ  เขียนประวัติของแต่ละคน  เจ้าตัวเล็กเขียนไม่ได้ก็ให้พี่ๆช่วยเขียน  ซึ่งได้บอกกับทุกๆคนว่า  พ่อได้ไปคุยกับแม่และลูกจริงๆ  แล้วเรื่องนี้และทุกคนก็ดีใจที่จะได้สมาชิกใหม่มาเพิ่ม

                                                                                         14 มิ.ย. 45

วันนี้ได้พาเมียและลูกมาที่โรงเรียน  เพื่อให้ได้รู้จักกับสมาชิกใหม่  ทั้ง  10  คน  แต่มีลูกขาดเรียนไป  4  คน  อีกคนหนึ่งไปอยู่ค่ายพักแรม  และได้กลับมาทันเวลาพอดี  ทั้งหมดได้ย่างหอย  และไข่ไก่ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย และได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน  และได้มีลูกบ้านใกล้เคียงมาเยี่ยมชม  และกินหอยย่างกัน  ทุกคนมีความสุข  กล้าแสดงออก  และทำความคุ้นเคยกัน  อ. พัชรีได้มาบันทึกภาพครอบครัวอันแสนอบอุ่นของข้าพเจ้าไว้ด้วย

น่าเสียดายที่ลูกอรวรรณ  ซึ่งอาศัยอยู่กับยายมิได้มาโรงเรียน  สอบถามจากพี่สาวของเด็กก็ทราบว่าป่วยเป็นแผลที่ปาก  ซึ่งเขาเคยบอกว่าอยากมีแม่  แต่วันนี้เขาน่าจะได้พบแม่คนใหม่ของเขา  แต่ยังไม่สาย  ทุกอย่างคงจะดีขึ้น                                                                                         21 มิ.ย. 45

วันนี้ลูกขาดเรียน  2  คนคือ  อรวรรณ  กับสุภาพร  ได้คุยกันถึงเรื่อง  การตั้งชื่อครอบครัว  และการเก็บรวบรวมเอกสารที่ควรจะมีในแต่ละครอบครัว  ได้ให้ลูกๆฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืช  และทำหอยแมลงภู่อบกินกัน  เพื่อฝึกปฏิบัติ  มารยาทในการรับประทานอาหาร  ความมีน้ำใจ  การดูแลซึ่งกันและกัน

ครอบครัว อ.อนนท์  ได้จัดงานต้อนรับสมาชิกใหม่  ข้าพเจ้าจึงส่งลูกอรรณพ  เป็นตัวแทนไปร่วมงาน  พร้อมทั้งนำหอยอบติดมือไปด้วย  1  หม้อ  เพื่อแสดงความมีน้ำใจ

                                                                                         28 มิ.ย. 45

เด็กหญิง วรรณา  วรรณสุทธิ์   นักเรียนชั้น  ป. 3  ถามว่า  “  คุณครูขา  เมื่อไหร่จะสอนปลูกต้นไม้คะ “

นักเรียนคนนี้เป็นคนพูดน้อย  ขยันเรียน  สุขภาพแข็งแรงดี

กระผมคงจะต้องหาเวลาเพื่อสอนให้เด็กๆทุกคนปลูกต้นไม้  และดูแลรักษาเป็น

  

                                                                           9 ก.ค. 45

วันนี้ได้สอนนักเรียนชั้น ป. 4  แทน อ. สนธยา  ในชั่วโมงที่  2  ซึ่งตรงกับวิชาภาษาไทย  ข้าพเจ้าได้นำอภิปรายเรื่องการใช้ปากให้ถูก  และเป็นประโยชน์เพื่อไม่ให้กระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย   และเป็นไปในทางสร้างสรรค์  สร้างมิตร       และเรื่องต้นขี้เกียจ  การขยายพันธุ์  การดำรงชีวิต  และความน่ารังเกียจของสังคม  ต่อต้นขี้เกียจ 

                                                                            30 ก.ค. 45

เมื่อวาน&

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 14671
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)