GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อนุทินของครูอนนท์ รร.วัดบางน้ำชน

โครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน :
การพัฒนาโรงเรียนเป็นบ้านที่สอง

อนุทิน
นายอนนท์   บุญเรือง
อาจารย์  2  ระดับ  7
โรงเรียนวัดบางน้ำชน    สำนักงานเขตธนบุรี
กรุงเทพมหานคร

5/01/45
“อรุณสวัสดิ์”                                                   
                วันนี้เปิดศักราชใหม่  วันนี้สดใสได้เพื่อนดี ๆ กลับมาในวันนี้มากมาย  ทำให้ลืมเรื่องเดิมหมดแล้ว
                สายของวันนี้ดีใจมาก  ได้ของขวัญที่ถูกใจ  คือสมุดบันทึก  “มวยไทย”  ชอบมากสุดบรรยาย  ขอบคุณเพื่อนที่แสนดี  ครูณัฐ  กลับบ้านเก็บความดีไว้ไม่ไหว บอกคุณแอ๊ดว่าเพื่อนมอบของถูกใจให้  แล้วก็เล่าเรื่องให้ฟัง  คุณแอ๊ด ยิ้มด้วยความยินดี  เช่นกัน  มีความสุขมากในปีนี้กับครอบครัวของเราตามอัตภาพ
                ปล.  ลืมบันทึกเรื่องดี ๆ ของตนเอง  วันนี้จัดครัว  จัดตู้โชว์  จัดห้องนอน  ทำงานด้วยความสุข  เสร็จแล้วหายเหนื่อย  เพราะผลงานออกมาดีมาก  แต่ยังไม่มีอะไรกินเลย  ออกไปซื้อ  แตงกลา  กะหล่ำปลี  ปลาทู  กินข้าวกับน้ำพริกดีกว่า
15/05/45
“บทไหว้....ครู”                                                                                  
                นโมตัสสะ  เริ่มบรรเลงการเขียนเป็นครั้งแรก  เพื่อบันทึกไว้เป็นอนุทิน  เปิดเรียนวันแรก  ดีใจมากที่สุดที่จะได้เห็นหน้าลูกคนใหม่ของเรา ซึ่งทราบมาว่ามีทั้งหมด 15 ชีวิตจริงเป็นผีเสีย 4 คนแต่ต้องติดเอาไว้เพราะอยู่ในเกณฑ์
                วันนี้ได้ปฐมนิเทศไปในตัว ซึ่งรวมเอาเวลาทั้งหมดมานิเทศนักเรียน  เรื่อง การเรียน ,กิจกรรม, เวลาเรียน  ตลอดจนแนะนำคณะครูให้นักเรียนได้รู้จัก  และพูดเรื่องการประกันอุบัติเหตุ
                ตอนบ่ายหลังจากกิจกรรมตอนกลางวันแล้วทางโรงเรียนได้แจกเครื่องแบบนักเรียนคนละ  2  ชุด  แจกหนังสือเรียนพร้อมอุปกรณ์   และนักเรียนขึ้นห้องพบครูประจำชั้น  ครูประจำชั้นคุยกับนักเรียนเรื่องการเรียน  การจักระเบียบของห้องและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน
                หลังเลิกเรียนนักเรียบกลับหมดแล้ว  ร่วมประชุมเพื่อเขียนแผนบูรณาการ  จนกระทั่งเวลา  20.30 น.ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
                See  you  tomorrow.

16/05/45
“วันพบลูก”                                                    
                วันนี้เปิดเรียนมาโรงเรียนกันมากหน้าหลายตา  นักเรียนชั้นป.5  มาครบ  15  คน  สิ่งที่พบก็คือหน้าตาที่สดใสของลูกในห้อง  สิ่งที่ต้องฝากพวกลูก ๆ  ก็คือหน้าที่ที่รับผิดชอบ
                จากการที่พบเห็น  นักเรียนยังไม่ค่อยรับผิดชอบในเรื่องนี้  ห้องยังไม่เรียบร้อย  ขยะยังอยู่ในถัง  ตลอดจนการคุยภายในห้องเรียน
                หน้าที่ของครูก็คือพยายามบอกเตือน  ชี้แนะตลอดเวลา
                ตอนเย็นเวลา  14.30-15.30  น. ได้มีโอกาสพบลูก ๆใน”บ้านเล็กในบ้านใหญ่”  ลูก ๆ ทั้งหมด  9  คน  เป็นหญิงล้วนแปลกแต่จริง
                พบว่ามีลูกสาว  1  คน  ยังอ่านหนังสือไม่ออกอยู่ชั้น ป.3
                แนวทางดำเนินการ  ต้องพยายามหาวิธีการมาให้ความช่วยเหลือต่อไป


20/05/45
“การบ้าน”                                                     
                วันนี้พบนักเรียนชั้นป.4  จำนวน  5 คน  ไม่ยอมทำการบ้าน  ได้ทำการพูดคุย  ปรากฎว่าลืมเอาหนังสือกลับบ้าน  ทำให้สงสัยว่า  เกิดอะไรขึ้นกับนักเรียนชั้นป.4
                ทำให้น่าจะคิดได้ว่าระบบการบ้านเก่า ๆ โดยครูสั่งจากหนังสือ  คงทำให้นักเรียนเบื่อที่จะทำ  เบื่อที่จะเอาหนังสือกลับบ้าน  คงพอใจแค่เขาได้เรียนที่โรงเรียนก็พอแล้ว
                แนวทางแก้ไข  ครูคงต้องหาการบ้านใส่กระดาษ  A4  คือทำฟอร์มให้  น่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ดี
                ในชั่วโมงบูรณาการ  บอกตรง ๆ ยังจับจุดอะไรไม่ได้  มากมายนัก  กลัวจะเสียเวลา  น่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้
                วันนี้ลูก ๆ ไม่สร้างปัญหาให้กับเราเลย

21/05/45
“สาลา...สาระ”                                                 
                วันนี้ขอขึ้นต้อนคำว่า “ของกินไม่กินก็เน่า  ของเก่าไม่เล่าก็ลืม” ได้ดำเนินการจัดซ่อมศาลามาประมาณอาทิตย์กว่า  และผลงานก็เสร็จเรียบร้อย  ได้รับคำชมจาก  อ.พิน  ศรีพิบูลย์มาศ  อดีตอาจารย์ใหญ่  และอ.บุญเหลือ  เมธโยดม  อาจารย์ใหญ่ปัจจุบัน  ซึ่งเป็นศาลาประวัติศาสตร์มีประวัติความเป็นมาช้านาน  เป็นศาลาสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2475  โดยนางเผื่อน  และต่อมายายหลงได้มาอาศัยอยู่จนกระทั่งเสียชีวิตลง  นายพิณจึงขอมาเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน  ดำเนินการยกมาเองซ่อมเอง  และก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด  คือมุงหลังคาแล้วตกลงมา  บุญกุศลมีจริง
                ซ่อมเสร็จสวยงามมากเป็นที่ถูกใจของคณะครู  ผู้ปกครอง  ได้รับความร่วมมือด้วยดีมาตลอด  งานนี้นักเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด
                ภูมิใจที่ชักนำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซ่อมบูรณะ  ขอบคุณนักเรียน  ผู้ปกครอง  ห้างท๊อปบางแค  และเฮียตี๋บุคคโล
                เช่นเดียวกับการสอนหนังสือ  ซึ่งก็คือการซ่อมสิ่งที่นักเรียนไม่รู้ให้เขามีโอกาสได้รู้
                ความเป็นครูนั้นสิ่งที่ภูมิใจก็คือ “ได้สอนนักเรียนให้เป็นเยาวชนที่ดีในอนาคต”

22/05/45
   ฉันก็เป็น           แค่ฉัน                  วันยังค่ำ
จะให้ทำ               เหมือนเธอ            เฮ้อ..ไม่ไหว
งานหน้าที่            ทำเวียนวน            ก็ล้นกาย
จะทำให้               ตามใจ                 ฉันไม่ยอม
    เมื่อเหตุกาล     มันผันเปลี่ยน        เวียนมาใหม่
จะเป็นฉัน             อยู่ได้ไง               ต้องไม้หอม
งานท้าทาย           เหมือนแมลง        แกล้งดมดอม
ฉันยังหอม            มีคุณค่า               น่าดอมดม
   จะตั้งใจ            เขียนบันทึก          นึกไว้แล้ว
จะเปลี่ยนแนว      พฤติกรรม             ทำเหมาะสม
ความประพฤติ      กิริยา                   และอารมณ์
ให้ชื่นชม              นายอนนท์            คนเป็น”ครู”

23/05/45
วันนี้เป็น  “เวร”                                                
                วันนี้วันพุธที่  23  พ.ค. 45  เป็นเวรประจำวันทำหน้าที่ตอนเช้า  ตอนกลางวัน  และตอนเย็นด้วยความเต็มใจและเรียบร้อย
                ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่พบอะไร  จากการที่ได้ดูเด็กเล่นในตอนพักตอนกลางวัน  พบว่า “ไม่มีของเล่นอะไรที่จะประทับใจพวกเขานอกจาก “โดดหนังยาง” “เล่นต่อสู้” และวิ่งสู้ฟัด  ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
                ปัญหาโรงเรียนไม่มีอุปกรณ์ให้เล่นหรือเครื่องอุปกรณ์กีฬาไปไหนหมด
                ใครหนอจะเป็นผู้รับผิดชอบ  งง  งง  งง  วันนี้พบลูกสาวคนเล็ก  อยู่ชั้นป.1  ชื่อน้อมแอม  เรียกมาคุยมาถามเรื่อง  การบ้าน  การนำเงินมาโรงเรียน  ได้มีโอกาส “กอด”  ลูกสาวคนเล็กแล้วบอกเขาว่า  “อยากเป็นคนเก่ง, คนดีต้องขยัน”

24/05/45
“วันลูกเสือ”                                                    
                วันพฤหัสบดีที่  24  พ.ค.  45  นักเรียนชั้น ป.5-6  แต่งเครื่องแบบลูกเสือเกือบครบทุกคน  ทำให้คิดออกเป็น  2  ประเด็น
                1.  เครื่องแบบทำให้ดูเป็นคนมีระเบียบ เรียบร้อย
                2.  คนไม่มีเครื่องแบบ  เพราะยังไม่มีเงินซื้อ
สองประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญของการเรียนลูกเสือ  เพราะการเรียนลูกเสือไม่มีเครื่องแบบก็เรียนได้
                วันนี้เลยคุยกับลูกเสือ  เรื่องการแบ่งหมู่  หน้าที่ของหมู่ลูกเสือ เครื่องแบบ  7  ชิ้น
                แต่มามองดูตัวเรา  เอ้  ทำไม  ครูไม่แต่งเครื่องแบบมา
                จะลองเอากลับไปคิด  แต่คิดแล้วก็ต้องแต่งเครื่องแบบสอนอยู่ดี
                “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”

25/05/45
“วันศาลาสาระ”                                                
                ศาลาสาระเป็นศาลาคู่โรงเรียน  มีอายุมากกว่า  70  ปี  เดิมตั้งอยู่ท่าน้ำคลองบางน้ำชน  มีคนอาศัยอยู่คือ  ยายหลง  , บุญทิ้ง  ต่อมายายหลงเสียชีวิตด้วยโรคชรา  ไม่มีคนอยู่  บุญทิ้งไปอยู่กับพี่  ทางโรงเรียนโดยนายพิน     ศรีพิบูลย์มาศ  เลยขอท่านเจ้าอาวาสนำมาบูรณะเป็นสมบัติของโรงเรียน  โดยยกมาทั้งหลังมีพระ  ครู  นักเรียน  ช่วยกันยก  อ.พิน  มามุงศาลา  โดยทำคนเดียว  สำหรับครูให้สอนเด็ก  จนกระทั่งศาลามุงเสร็จเรียบร้อย  แต่ก็เกือบเสียบุคลากรที่มีคุณภาพคือ       นายพิน   ศรีพิบูลย์มาศ  เพราะท่านตกลงมาขณะมุงหลังคา
                ต่อมาได้มีการซ่อมบริเวณโดยการปูกรเบื้องดินเผา  แต่ปัจจุบันพื้นถูกปลวกทำลาย  ข้าพเจ้าเลยมีความคิดจะซ่อม  ได้บอกอ.พิน,ท่านเจ้าอาวาส  เรียบร้อย เริ่มทำการสื่อสารกับ  อ.สุนทร  , นักเรียนและกำจัดปลวก  มีต่อภาค2

27/05/45
“5วันสำหรับฉัน”                                              
                ได้รับคำสั่งจากสำนักการศึกษา  ให้ครูแกนนำเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ  การจัดทำสาระหลักสูตรขั้นพื้นฐานในโรงเรียนวัดมงคล
วราราม  เขตจอมทอง  27-31 พฤษภาคม  ทำให้คิดได้ว่า
                1.  ครูแกนนำต้องนำความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ให้ครูในโรงเรียนรับทราบและเขียนสาระการเรียนรู้การจัดทำหลักสูตรเพิ่ม
                -  ปัญหาเอกสารสาระหลักสูตรไม่มี
                -  เวลาสำหรับการจัดทำจะหามาจากไหน
ซึ่งเป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้
                วันแรกได้สาระความรู้มากมาย  เก็บมาได้พอสมควร  วิทยากรจาก สบส.
                เสร็จสิ้นการอบรมยังงง  อยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
                คิดได้อย่างเดียวว่า  “ภาระเรายังมีอีกมาก”

7/06/45
“ท้อ...แต่ไม่ท้อ”                                                
                การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหา  จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับใจของเราเอง  ถ้าใจเราพร้อมปัญหาใหญ่หลวงก็สามารถแก้ไขได้  แต่ทั้งนี้อยู่ที่  “ปิยวาจา”  เท่านั้น  นิทานเรื่องโคนันทวิสาร  สอนเราได้ในเรื่องนี้แต่ .... ลืม
                เสียความรู้สึกกับคนที่ใจร้อน  ใจเร็ว  ใจไม่คงที่  เราเองก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน  เมื่อรู้สึกว่าเสียหน้า  อะไรขวางหน้าจะพิจารณาบนพื้นฐานแห่งความเกลียดชังส่วนตัว (ผมคิดมาก)
                แต่งานก็คงเป็นงานตลอด  งานทุกชิ้นเวลาทำสิ่งที่ต้องการคือความร่วมมือ  ร่วมแรง  และร่วมใจ  กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ
                คนเก่งนั้นย่อมมีภูมิปัญญาที่หลากหลาย  ย่อมสามารถหาวิธีการหรือใช้ปิยวาจา  ให้นิ่มนวล  แบบ “บัวไม่ให้ช้ำ  น้ำไม่ขุ่น”  แต่บางเวลาไม่เป็นเช่นนั้น  ..เฮ้อ..ท้อ  นี่ย่อมแสดงว่าสติเป็นเรื่องสำคัญมาก  ต้องติดตัวครูตลอดเวลา
                วันนี้อาจคิดมากกว่าวันอื่น ๆ รู้สึกเสียใจ  สงสารเพื่อน ๆ น้อง ๆจังเลย
                เป็นครูเวลาสอนต้องมีสติติดตัวตลอดเวลา   ภาษาไทยวันนี้ขอเสนอคำว่า  “ชักเข้า-ชักออก”
                หมายความว่า  “คิดเอาเอง”

27/06/45
“งานรับน้อง...น้องไหม”                                      
                วันนี้ลูก ๆ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่  เพราะลูกกำลังรอคอยก็คือวันต้อนรับ  สมาชิกใหม่ของครอบครัว  ซึ่งจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน  แต่บ้านเราก็คงเป็นบ้าน  สาว  สาว  ตลอดเวลา
                กิจกรรมเริ่มด้วยเชิญสมาชิกต่างบ้านมาร่วมงาน  พี่สาวคนที่1-2-3  จัดสถานที่  แม่บ้าน (จริง)  หาของมาเลี้ยงงาน  (ขนมปัง จิ้มนม)  พอแขกมาพร้อมพ่อบ้านก็แนะนำความสำคัญของงาน  แนะนำลูกคนสุดท้อง   ด.ญ.กรวีย์  สุขโอสถ  หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารร่วมกันมีเพื่อนบ้านนำของมาร่วมงาน  อ.ณัฐวุฒิ   ส่งหอยอบมาช่วย  อ.สุธิชา  อ.นิภา  ส่งโดนัทมาร่วมงาน  มวลสมาชิกสนุกสนานเสร็จงานพวกพี่ๆ เก็บงานอย่างเรียบร้อย
                ทำให้คิดว่าการจัดงานก็เหมือนกับการมอบความรู้และประสบการณ์ให้นักเรียน  การดูแลให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างทั่วถึง  ประโยชน์ก็จะเกิดกับตัวเด็กเอง  เขาทำงานตามที่กำหนด  ส่งงานเรียบร้อย  งานถูกต้องเป็นส่วนมาก ก็เหมือนกับการจัดงานแล้วได้กำไร

5/07/45
“บ้านสานฝัน”                                                 
                มวลลูกมาพร้อมกันที่หน้าลานบ้าน  การตั้งชื่อเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  “บ้านสานฝัน”  เป็นชื่อที่พี่ ปรียานุช  จันทร์พุก  นักเรียนชั้นป.6  เป็นคนตั้งชื่อ  พร้อมให้ความหมายว่า  “เราจะสานฝันของลูก ๆ ทุกคนให้เป็นความจริง”  ซึ่งถูกใจน้อง ๆ ทุกคน  จึงพร้อมใจกันใช้ชื่อนี้เป็นชื่อบ้าน
                เสียงคำขวัญของบ้านดังกระหึ่ม  พร้อมจังหวะของเสียงเพลงประจำบ้านสานฝัน
                สนุกสนานเพลิดเพลิน  จนลืมเวลา  วันนี้ทุกคนมีความสุขมาก  ผมกลับมาบ้านเล้าให้แม่บ้านและลูกสาวฟัง  ดูท่าทางอิจฉา  แต่ก็สนับสนุน
                ทำให้คิดว่า  ถ้ากิจกรรมนี้สำเร็จ  “ผลการเรียนของลูกต้องดีขึ้น”
                คติของบ้าน “รัก-สามัคคี  ทำความดี เพื่อ “พ่อ”เรา
                “พ่อ”  คือในหลวงของปวงชนชาวไทย
“เพลง”  พวกเรามาช่วยกัน  มาร่วมสารฝันให้มันเป็นจริง  พวกเราไม่หวั่นประวิง  ไม่เคยสุงสิง  เรื่องยาเสพติด  บ้านเรารักกัน  ช่วยกันสมัครสมานในด้านความคิด  เล่นเรียนเขียนอ่านเป็นนิจ  คือภารกิจในบ้านของเรา

19/07/45
“ยอ...ก็คือ...ยอ”                                                
                การบูรณาการโดยใช้จุลินทรีย์มหัศจรรย์  Em  มาเป็นตัวแม่บท  พอเริ่มรู้เรื่อง  Em  ทั้งขยายและสด  อีกทั้งการเปรียบเทียบเวลาใช้  Em  กับต้นไม้  จาการใฝ่คว้าหาความรู้ตลอดเวลาเลยพบสูตรการทำน้ำลูกยอ
                แต่จะเอาลูกยอมาจากไหน  พอดีผู้ปกครองเด็กนำมาให้  ก็เลยให้นักเรียนลองทำดู  โดยให้ทำโครงงานน้ำลูกยอ  มีนักเรียนมาร่วมโครงการคือ  รัตนาวดี, สุภาพร, อนุชา, อรริภา, ชัยรัตน์  ทำด้วยความสนุกสนาน
                หลังเก็บอุปกรณ์เรียบร้อย  ก็เก็บถังน้ำลูกยอ  ไว้ในห้องแนะแนว
                สิ่งที่น่าคิดคือ  “กินได้ไหมเอ่ย  เวลาเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์”
                ทำให้คิดว่า  ถ้าเวลาเราสอนหนังสือแล้วเกิดความไม่มั่นใจ อะไรจะเกิดขึ้นกับลูกเรา
          อนนท์  “คุณคือ  ครูอาชีพ  หรือมีอาชีพเป็นครู”

2/08/45
“บ้านสานฝัน (ต่อ)”                                           
                วันนี้ลูก ๆ มากันครบกิจกรรมที่จัดก็คือ  ให้ลูก ๆ ได้ออกแบบบ้านตามจินตนาการของตนเอง
                สิ่งที่ได้เห็นคือลูก ๆตั้งใจวาดรูปอย่างใจจดใจจ่อ  พร้อมระบายสี  และอธิบายความหมายได้อย่างน่าภูมิใจ
                วันนี้กิจกรรมจึงได้ภาพบ้านสานฝันเพียงกิจกรรมเดียว
                ตัดสินภาพเป็นของด.ญ.อนงลักษณ์  คงเป็น  เป็นผู้ชนะเลิศ  ได้ภาพเป็นสัญลักษณ์ของบ้านสานฝันและจะปล่อยเปิดป้ายในโอกาสต่อไป
                ทำให้คิดว่า  การทำงานถ้ามีแรงจูงใจจะทำให้งานที่ออกมาสมบูรณ์เกิน  100%  จริง
                ครูเคยให้แรงเสริมกับนักเรียนบ้างไหม  ถ้าไม่เคยยังไม่สายเริ่มทำได้แล้ว
                รักสามัคคี  - ทำความดี  เพื่อ  “พ่อ”  เรา

16/08/45
“หมา..ข้างถนน”                                                        
                วันนี้ได้มีโอกาสอ่านข่าวเรื่องเกี่ยวกับครู-นักเรียน  ครูใช้วาจาที่ไม่เหมาะไม่ควรกับนักเรียนหญิง  จนถึงกับต้องประชดด้วยการกินยานอนหลับ  เดชะบุญที่เด็กน้อยเหล่านั้นไม่เป็นอะไร
                เลยทำให้เชื่อว่า “วาจา” นั้น  สามารถประหัตประหารคนฟังได้ตลอดเวลา ดังภาพข่าวที่ปรากฏ
                ที่อยากเขียนเรื่องนี้เพราะนึกถึงเด็กชายสุวิทย์   บุญมี  นักเรียนชั้นป.6  สำรวจดูลืมตัดผม  ถูกครูเวรว่ากล่าวตักเตือน  แบบที่ครูอย่างข้าพเจ้าฟังไม่ได้  แต่ได้ฟังไปแล้ว  เรียกสุวิทย์มายืนหน้าห้องประถม  แล้วถามว่า  นักเรียนดูสารรูป แล้วเหมือนอะไร..  คงไม่ต้องเขียนเป็นเสียงของน้องอนุบาลอานออกมา  สงสารสุวิทย์แต่ช่วยอะไรไม่ได้
                ทำให้คิดว่า  คนเป็นครูไม่ใช่ว่าจะสอนเก่ง  เอกสารเก่ง หรือแน่ไปทุกอย่าง  แต่อย่าลืมว่าต้องมีจิตวิทยาอบรมเพื่อสร้างสรรค์ให้เห็นด้วย
                ได้พูดคุยกับสุวิทย์  จึงรู้ว่าเขาไม่ตัดผมเพราะอะไร  อยากให้ครูได้เห็นว่านักเรียนนั้นคือ “ลูกของเรา” รักเขาเหมือนลูก  ครูจะปลูกอะไรก็งอกงาม  “ผมคิดมากอีกแล้ว”

29/08/45
“ลูกสหาย..มาวุ่นวายบ้านเรา”                                 
                “ชั่วโมงบ้านเล็กในบ้านใหญ่”  เป็นชั่วโมงที่มีความหมายสำหรับนักเรียนของเรามาก  สาเหตุน่าจะเป็นเพราะขาดความอบอุ่น  ความใกล้ชิดสนิทสนม  เป็นอันดับแรก  จึงทำให้พวกเด็ก ๆ ชอบมาก
                วันนี้โกลาหล  เพราะครูติดราชการ 3 คน  ครูต้อย  ครูจุ๊  และครูนัท  ลูก ๆ เลยเลือกมาอยู่กับ  “ครูลุงนนท์”  เพราะเป็นพี่ของครูทั้งสาม  เลยหากิจกรรมมาให้เล่นกันสนุก ๆ คือ  แจกทับทิมให้บ้านละ 1  ผล  ทานเสร็จให้แข่งกันนับเมล็ด  เป็นเกมที่สนุกใช้สมาธิ  ก็เป็นที่สนใจพอสมควร  แล้วนำเมล็ดทับทิมไปปลูก
                ทำให้คิดว่าการเลี้ยงลูกนั้นนอกจากเรารักแล้ว  ต้องให้คนอื่นรักลูกของเราด้วย  ความเป็นพ่อต้องโอบอ้อมอารีย์  ต่อเพื่อน ๆ ของลูก  และลูก ๆ ของเพื่อน  คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว  จนกิจกรรมลูก ๆ ครูนนท์  ร้องเพลงประจำหมู่บ้านให้ฟัง
                พี่คนโตของแต่ละบ้านช่วยดูแลความสะอาด  เรียบร้อยเป็นอย่างดี
                อยากให้ทุกบ้านเป็นอย่างเราจัง  จะได้มีความสุข3/09/45
“งานที่ค้างคา..คือศาลาที่อยากทำ”                             
                ใจอยากจะทำการซ่อมศาลาสาร  สุ,จิ,ปุ,ลิ  เพราะเป็นที่อยู่คู่โรงเรียนมานานแล้ว  กาลเวลาทำให้ทรุดโทรมลงไปมาก  เลยหางบมาซ่อมทั้งหมด  เป็นที่ถูกใจของผู้พบเห็น  ทั้งชุมชน  ผู้ปกครอง  และนักเรียน ภูมิใจที่ทำได้สำเร็จ
                แต่ศาลาที่คาใจ  คือศาลาที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียน  เป็นศาลาพักใจของครู  เวลาเหนื่อย ไม่พอใจ โกรธ  หรืออยากปล่อยอารมณ์  มานั่งที่ศาลานี้ได้เลย  จะหายเหนื่อยมีความสุข  เหมือนโยนความทุกข์ทิ้งน้ำไปเลย
                อดภาคภูมิใจตลอดเวลาว่าเราได้ทำในสิ่งที่ทุกคนเห็นแล้วมีความสุข
                อยากคิดต่อไปว่า  ใครก็ตามที่มานั่งศาลาหลังนี้  น่าจะนำความรู้สึกนึกคิดที่ดี ๆ ไปบอกกับศิษย์รักของเรา  อยากให้ครูเติมสิ่งที่ดี ๆ ให้กับลูก ๆ ของเรา  แทนคำพูดที่ไม่น่าฟัง
                เวลาเพื่อน ๆ ไม่สบายใจมาที่ศาลานี้  แล้วจะพบกับความสุข
                ถ้าไม่เชื่อถาม “ครูทร  ครูนนท์  ครูวุฒิ “ ดู แล้วจะรู้คำตอบ

4/09/45
“ศาลาครืน...ในความรู้สึก”                                                             
                วันที่ 4  กันยายน  2545  ข้าพเจ้าพร้อมด้วย อ.นิภา  ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ใหญ่  บุญเหลือ  เมธโยดม   ให้ไปพูดให้เพื่อนครูที่โรงเรียนวัดศาลาครืน  เขตจอมทองฟัง  เรื่องการประกันคุณภาพจากบุคคลภายนอก  ข้าพเจ้าไปพูดเรื่องความตระหนักและความจำเป็น  มีความหนักใจเพราะไม่ใช่วิทยากรอาชีพ  เป็นเพียงเพื่อนครูที่เตรียมการไว้รองรับสมศ.เท่านั้น  ใช้เวลาคนละประมาณครึ่งชั่วโมง  ประสพความสำเร็จพอสมควร  เพื่อนครูได้ฟังมีความสุขไม่เครียด  และกล้าที่จะซักถาม ปัญหา  พร้อมนำงานที่ทำไว้มาให้ดู  ข้าพเจ้าเน้นเรื่องการเตรียมตัวเอง  เตรียมใจ  เตรียมงาน
                เตรียมตัว  คือตระหนักในภาระหน้าที่ซึ่งหนีไม่พ้น  บางน้ำชนมีโอกาสก่อนถือว่าได้เปรียบ
                เตรียมใจ  คือสามัคคี  เสียสละ  และทุ่มเท
                เตรียมงาน  คือ  เอกสาร เด็กและมุ่งเตรียมรับประกับ
                และที่สำคัญก็คือ “คณะกรรมการที่มานั้นมาแบบ  “กัลญาณมิตร”  ครูพอใจ  อาจารย์ใหญ่ดีใจ  คนพูดก็พลอยดีใจไปด้วย

20/09/45
“รางวัล...ของชีวิต”                                            
                บางน้ำชนก็ยังคงมีสิ่งมหัศจรรย์ให้เห็นอยู่เสมอ  ผมมักจะพูดคุยกับตัวเองอยู่เสมอว่า  “นักเรียนของเรานั้นมีจิตวิญญาณเป็นชาตินักรบ”  ยิงจนหมดกระสุนแล้ว  พานท้ายปืนยังเป็นอาวุธตีคู่อริให้ตายได้  มีปรากฏมาแล้วหลายครั้ง  และหลายสนามจนได้รางวัลมากมายมหาศาลจนทุกวันนี้  นึกภาคภูมิใจในลูกศิษย์อยู่อย่างลึกลึก
                วันศุกร์ที่  20  กันยายน  2545  เวลาประมาณ  16.35  น.  เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งกลับจากการแข่งขันกีฬาเปตอง  วิ่งเฮมาด้วยความดีใจ  ทวงถามรางวัลตอบแทน  เพราะพวกเขาแม้จะไม่ชนะเลิศ ก็ได้อันดับ2-3 มาครบทุกคน  นี่แสดงว่าเด็กมีพรสวรรค์ในตัว
                ทำการซ้อมเพียง 3-4 วันเท่านั้น  เวลาซ้อมก็จำกัด  ถ้าอยากซ้อมตอนเย็นก็มีปัญหาคือฝนตก  และเสียงตะโกนแกมขู่ให้รีบกลับบ้าน
                ทำให้คิดว่าถ้าครูสนใจซ้อมเขาสัก 1-2 เดือน  เท่านั้นเด็กของเราก็ชนะเลิศได้ไม่ยาก  หรือตอนเย็นถ้าฝนไม่ตกก็ซ้อมได้เต็มที่
                สรุป”ทนผู้บริหารคนเดียวไม่ได้” จะไปถามใคร (อาจารย์ใหญ่)

2/10/45
“สอบแล้ว..หรือครับ”                                          
                ในปีการศึกษา  2545  ภาคเรียนที่ 1  ได้รับเกียรติให้ไปคุมสอบนักเรียนชั้นป.4  และโชคดีได้ตรวจวิชาภาษาไทย  แปลกใจในคำสั่งมาก  แต่คนเป็นครูอย่างเราต้องทำได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว  เพราะถ้าทนต่อคำสั่งแล้วปฏิบัติตามไม่ได้ต่อไปจนไปทนใคร  บรรยากาศในห้องสอบดีมาก  นักเรียนทำตามกฎกติกาตลอด  และวันแรกทำได้ดีพอสมควร  ในวันสอบวันที่  2  ปัญหาก็ตามมา  คือวิชาภาษาไทย  และสปช.  อัตนัยประมาณ  20&nbs

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 14666
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

เป็นอนุทินที่ดี