ถึงแม้ว่ามันจะสามารถตีเป็นราคาไม่ได้ แต่มันก็มีคุณค่าทางจิตใจกับฉันเป็นอย่างมาก

 ม. 6 ก  ห้องนี้มีแต่รอยยิ้ม            สัปดาห์ที่สามของการเริ่มงานที่มูลนิธิกระจกเงาของฉัน  วันนี้เป็นวันจันทร์ที่แสนเรียบง่ายเหมือนเคย  บรรยากาศยามบ่ายที่แสนจะเย็นสบาย  ช่างเป็นวันที่สดใสเสียจริงกับการร่วมทำกิจกรรมกับเด็กป่วยที่โรงพยาบาลเด็ก  วันนี้ฉันต้องลงพื้นที่ที่ตึก ม.6 ก เป็นตึกรักษาเด็กป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก   ซึ่งเป็นตึกที่ฉันไม่เคยไปมาก่อน  พี่ภาได้เคยเล่าให้ฉันฟังว่าเด็กๆที่ตึกนี้จะเป็นเด็กที่ดื้อมาก  ถึงได้แขนหักขาหักเพราะว่าซนเป็นลิงเป็นค่างนั่นเอง  และนั่นก็คือคำขู่จากพี่ภาที่มีอิธิพลเป็นอย่างมากกับสภาพจิตใจของฉัน  เพราะว่าการลงพื้นที่ของฉันในแต่ละครั้งนั้น  ฉันได้พบเจอแต่เด็กที่น่ารัก  นิสัยดี  ยิ้มเก่ง  และเข้ามาร่วมทำกิจกรรมกับฉันได้อย่างสนุกสนานร่าเริง  ฉันจึงรู้สึกหวั่นๆในการรับมือกับเด็กป่วยในครั้งนี้  และถ้ามีใครมาถามฉันว่าฉันกลัวไหมกับการที่ต้องรับมือกับบรรดาเด็กดื้อเหล่านั้น  ฉันคงจะอมยิ้มและยืดอกพูดอย่างมั่นใจออกไปว่า  หนูกลัวมากค่ะ            ที่ตึก ม. 6 ก  เป็นตึกที่สร้างมานานแล้วและมีเตียงคนไข้อยู่หลายเตียง  น่าแปลกที่ตึกนี้ไม่มีห้องสันทนาการสำหรับเด็กป่วย  แต่การร่วมกิจกรรมกับเด็กป่วยในครั้งนี้  กลับต้องร่วมทำกิจกรรมกันตรงทางเดินระหว่าเตียงคนไข้  จึงค่อนข้างที่จะลำบากเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง  วันนี้ฉันมีเกมตกปลาและเกมโบว์ลิ่งที่พึ่งจะไปซื้อที่สำเพ็งกับพี่ภามาให้น้องๆเด็กป่วยเล่นด้วย  นอกจากนี้ยังมีลูกปัดมาร้อยเป็นสร้อยข้อมือหลากสี  มาสวมให้น้องๆเด็กป่วยที่มานอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่  เด็กๆเล่านี้น่าสงสารนะ  บ้างก็ใส่เฝือกบ้างก็ดามเหล็กไว้ตามแขนขา  ช่างเป็นถาพที่ไม่น่ามองเลยจริงๆในสายตาฉัน  แต่พอฉันได้สัมผัสกับเด็กป่วยเหล่านี้เข้าจริงๆแล้ว  ฉันแทบที่จะอยากตอบโต้กับคำพูดของพี่ภา  ที่ว่าเด็กป่วยที่นอนพักรักษาตัวที่ตึก  ม. 6 ก  แห่งนี้ซนเป็นลิงเป็นค่าง  ถึงได้ประสบอุบัติเหตุแขนขาหักแบบนี้  แต่มันก็มีส่วนถูกนะเพราะว่าเด็กซนก็คือเด็กฉลาด  และเด็กที่ม. 6 ก  แห่งนี้ก็ฉลาดเหลือเกิน  หลากหลายเรื่องราวของวันนี้ที่เราได้ร่วมทำกิจกรรมกัน  มันช่างเป็นช่วงเวลาอันแสนวิเศษ  การได้เล่านิทานให้เด็กฟังมันก็ช่างเป็นความสุขที่ได้เห็นจินตนาการ  รอยยิ้ม  และเสียงหัวเราะ  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสมือนสะพานในการสร้างความสัมพันธุ์อันดี  ระหว่างอาสาสมัคร  ผู้ปกครอง  และเด็กป่วย  ฉันเองรู้สึกว่าแสนคุ้มค่าเหลือเกินกับการได้ลงพื้นที่ของฉันในครั้งนี้  เพราะสิ่งที่ฉันได้รับตอบแทนกลับมา  ถึงแม้ว่ามันจะสามารถตีเป็นราคาไม่ได้  แต่มันก็มีคุณค่าทางจิตใจกับฉันเป็นอย่างมาก  ทำให้ฉันมีกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครในโรงพยาบาลต่อไป