เชื่อมั่นว่า the golden sky มีอยู่จริงครับ และไม่ได้อยู่ไกลที่ไหน ... ในใจของเราทุกคนนี่เอง

    ผมยังไม่ไปไหนไกลครับ... หมายถึงความคิดในวินาทีนี้  มันยังวนเวียนอยู่กับสองวลี จากบทกวีเป็นภาษาปะกิด ที่ญาติผู้มีน้ำใจชื่อ จันทรรัตน์ มอบให้

    เธอฝากผมไว้ที่ บันทึกนี้ และผมก็ได้ตอบขอบคุณไปแล้วว่า ...

     " ขอบคุณมากครับอาจารย์  ผมจะไม่ afraid of the darkness ครับ และเชื่อมั่นว่า the golden sky มีอยู่จริงครับ  และไม่ได้อยู่ไกลที่ไหน ... ในใจของเราทุกคนนี่เอง "

     เนื้อความเต็มๆมีว่า ...

When you walk through the storm,

Hold your head up high,

Don't be afraid of the darkness,

At the end of the storm is the golden sky.

     สั้นๆ แต่มีความหมายครับ  คิดตามดีๆจะมีประโยชน์มาก ผมมีแง่คิดเพิ่มเติมอยากขยายความว่า ....
     เท่าที่สังเกต คนส่วนมากเมื่อเจอปัญหา หรือเรื่องหนักๆในชีวิต มักจะคิดเชิงลบว่า แย่แล้ว ซวยจัง  โชคร้ายเหลือเกิน  แล้วฉันจะอยู่อย่างไร  อายเขาแย่เลย ฯลฯ
    แท้จริงแล้วหากมองว่าตัวเองกำลังอยู่ในความมืดหรือ darkness  ก็น่าจะ คิดหาคุณค่าของมันไปด้วย  อย่างน้อยก็อาจคิดว่าในความมืดนั้น มันทำให้เราไม่ต้องมีสิ่งรบกวนมาเข้าทางตา หรือจักษุสัมผัสมากนัก เมื่อ ตาเนื้อ มองอะไรไม่เห็น ก็ถือโอกาสใช้ ตาใน สอดส่องมองให้เห็นชัดด้วยปัญญาว่า อะไรเป็นอะไร แล้วจัดการกับทุกอย่างไปอย่างสมเหตุสมผลได้ในที่สุด 
     หรืออาจคิดว่า ในความมืดนั้นอาจมืดอยู่เพียงด้านเดียว ลองหันไปทางที่พอมีแสงสว่างอยู่บ้างดู อาจได้เห็นผู้คนมากมาย ทำอะไรต่อมิอะไรกันอยู่ ถูกบ้าง ผิดบ้าง โง่บ้าง ฉลาดบ้าง ฯลฯ
     และที่สำคัญ ไม่มีใครเห็นตัวเรา เพราะเราอยู่ในความมืดไงครับ เมื่อไม่เป็นเป้าสายตาใคร จะ คิดอ่าน ทบทวน ปรับปรุง ปฏิรูป ปฏิวัติ ตัวเองอย่างไร ก็ทำได้สบาย ทำอยู่ในความมืดที่ใครๆเขาว่าน่ากลัวนั่นแหละครับ !