เพลงอีแซว
สายเลือดสุพรรณฯ
บนถนนสายวัฒนธรรม
ตอนที่ 3 “ผู้ที่ให้การสนับสนุน”
ชำเลือง มณีวงษ์
วงเพลงพื้นบ้านจัดตั้งได้ไม่ยาก รวบรวมตัวนักแสดงมาครบจำนวนที่จำเป็นก็ทำการฝึกหัดให้เล่นได้ แต่การที่จะออกไปรับใช้สังคมตามสถานที่ต่าง ๆ ได้นั้นมิใช่เรื่องง่าย การที่จะทำให้มีผู้มาติดต่อเราไปแสดงในงานสำคัญ ๆ ของเขาได้นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องสะสมความดี ความสามารถ ชื่อเสียง ความโดดเด่น จุดขายที่ไม่เหมือนใคร หรือจะต้องไม่ด้อยไปกว่าคณะใด จึงจะทำให้สามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมให้ติดตามผลงานของเราได้
เมื่อวงเพลงอีแซวของผมเดินทางมาได้ระยะหนึ่ง ก็จะมีผู้ให้การสนับสนุนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ การทำวงเพลงในสถานศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ทำยากมาก เนื่องจากติดขัดในเรื่องของเวลาราชการ หากเป็นการขอเชิญตามระบบงาน มีหนังสือแจ้งมายังผู้บริหารโรงเรียน ท่านเห็นความจำเป็น อนุญาตให้ไปแสดงได้ เราก็ได้ไป ก็มาติดขัดในเรื่องของเวลาเรียนที่นักเรียนจะต้องเรียนรู้ในแต่ละชั่วโมง ของแต่ละวันอีก ผมจึงต้องมีนักแสดงในสังกัดจำนวนมาก 20-27 คน เอาไว้สลับผลัดเปลี่ยนกันไปแสดง บางครั้งต้องแบ่งวงแยกกันไป 2-3 สถานที่ก็มีบางครั้งถ้ามีงานใหญ่ ๆ ก็ไปกันทั้งหมดเลยในงานเดียวกัน หากระยะทางไม่ไกลจนเกินไป
ส่วนงานแสดงในตอนกลางคืนก็เป็นอุปสรรคต่อการเรียนบ้าง เพราะว่าถ้าเราไปแสดงไกล ๆ กว่าที่จะกลับมาถึงโรงเรียนและเด็กกลับไปถึงบ้านบางงานก็เข้าไปค่อนสว่าง ผู้ปกครองมารอรับลูก ๆ กันวุ่นวายหน่อย แต่สำหรับตัวผมเองเคยชินเสียแล้ว มันเป็นอย่างนี้มานาน ผมตระเวนทำการแสดงไปในทุกสถานที่ ไปทำขวัญนาค ไปเล่นลิเก ไปแสดงเพลงพื้นบ้าน ไปร้องเพลงเชียร์รำวง บางคืนก็สว่างคาตา เด็ก ๆ ชุดเก่า ที่อยู่ชั้น ม.6 จะเคยชินไปกับผม ส่วนรุ่นหลัง ๆ ม.1-2 มีงัวเงียบ้าง ยังใหม่อยู่ แต่เด็ก ๆ เขาก็สู้ไหว ผลการเรียนไม่ตกต่ำ มี เกรดเฉลี่ย 2.00-3.85 ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า วงเพลง 1 วง มิได้ยืนอยู่ด้วยลำแข้งของตนเองตามลำพัง หากแต่ว่า มีผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนหลายฝ่าย ได้แก่
(ผอ.ลั่นทม พุ่มจันทร์ ไปให้กำลังใจทีมเพลงอีแซวด้นสด ที่บูธ 32 ฮอล 8 เมืองทองธานี)
1. ผู้บริหารโรงเรียน ให้ความเอาใจใส่ดูแล ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 วงเพลงพื้นบ้านของผมได้รับความสนใจจากท่านผู้อำนวยการทุกยุค ทำให้เด็ก ๆ ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ รวมทั้งการสนับสนุนยานพาหนะ (รถของโรงเรียน) สำหรับงานที่มีผู้ขอความอนุเคราะห์มา
2. ผู้ปกครองของนักแสดง หรือผู้ปกครองของนักเรียนที่เล่นเพลง ได้รับความเหน็ดเหนื่อยไม่แพ้เด็ก ๆ ที่ไปแสดงเพลง เพราะพ่อ-แม่ของนักเรียนจะต้องมาส่ง-มารับลูกในวันซ้อมวงและในวันแสดง ตรงนี้ถือว่า ผมโชคดีที่ผมไม่มีปัญหาในเรื่องความเข้าใจ ท่านผู้ปกครองให้ความร่วมมือดีมากจริง ๆ ตลอด 16 ปี
3. ตัวนักแสดงที่จะต้องไปทำหน้าที่งานละ 10-15 คน (บางงานก็เกิน 15 คน) นักแสดงจะต้องฝึกซ้อมคิวการแสดงในแต่ละงาน จะต้องเสียสละเวลาในวันธรรมดาก็ซ้อมตั้งแต่ 16.00-17.30 น. บางวันก็เลยไปจนถึง 18.00 น.(มีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทุกงาน) เพราะว่านักแสดงที่ดีจะต้องมีระเบียบวินัยในการบังคับตัวเองได้ มาตรงเวลากลับตรงเวลา และตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเต็มที่
4. ครูผู้สอนประจำวิชาที่นักเรียนจะต้องเข้าเรียนในรายชั่วโมงต่าง ๆ บางงานผมต้องไปพบคุณครูประจำวิชาเพื่อขอเวลาให้นักเรียนไปร่วมกิจกรรมการแสดง ทั้งที่มีหนังสือแจ้งจากท่านผู้อำนวยการแล้วก็ตาม ตรงส่วนนี้นับได้ว่า มีความคล่องตัวไม่มีปัญหา หรือมีบ้างก็เล็กน้อย แต่ผมสามารถทำความเข้าใจ ประสานงานได้
5. องค์กร หน่วยงาน สถานที่ต่าง ๆ ที่ได้ให้การติดต่อชุดการแสดงของเราไปแสดง ณ สถานที่ต่าง ๆ บางสถานที่ติดต่อให้ไปแสดง 3-5 วันติด ๆ กันเลย เช่น ที่ห้างซีคอนสแคว์ ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ งานลอยกระทง ของ อบต.รั้วใหญ่ ก็ 3 คืนติดต่อกัน และที่งานมหัศจรรย์เด็กไทยก็ 3 วันติด ๆ กัน เล่นวันละ 2-3 ที่ (2 เวทีกับอีก 1 บูธ) ซึ่งในการแสดงติดต่อกันยาว ๆ เด็ก ๆ จะต้องเตรียมข้อมูล บทร้องไปเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะไม่ให้เนื้อหาที่นำไปเล่นเพลงซ้ำกัน โดยที่เราจะต้องจัดชุดการแสดงหลักเอาไว้เป็นชุดย่อยๆ คืนหรือวันละ 4-6 คน ในวันต่อ ๆ ไปก็เป็นชุดอื่นรับช่วงเพลงต่อ ๆ กันไปรับผิดชอบบทบาทการแสดง
(การแสดงเพลงอีแซว ที่เวทีต่อยอดเรียนรู้สู่มืออาชีพ ฮอล 7 อารีน่า เมืองทองธานี)
จะเห็นได้ว่า ความมั่นคงของคณะนักแสดง ที่จะยืนยาวอยู่ได้ตลอดไปนั้น จะต้องมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ในแต่ละฝ่ายล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ทั้งครูผู้ฝึกสอน และตัวนักแสดงจะต้องทำตัวเป็นผู้ประสานงานที่ดี สร้างความเข้าใจให้ตรงกันทุกฝ่าย งานจึงจะเลื่อนไหลไปอย่างราบรื่น เพราะทุกองค์ประกอบเหมือนเป็นสายโยงที่เชื่อมต่อกันทำให้วงเพลงของเราคงอยู่ได้ด้วยการประคับประคองเอาไว้อย่างมีความเข้าใจ