สวัสดีครับ มีเรื่องเล่าการทำงาน และเป็นคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนครับ
มีคนไข้ท่านหนึ่ง วัยกลางคน ป่วยด้วโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กินยามาแล้วสองรอบ แต่ล้มเหลวเพราะว่าแพ้ยารุนแรงครับ ป่วยเป็นตับแข็งเพราะเคยดื่มสุรามาก ป่วยเป็น EV ...เคยป่วยเป็นวัณโรค
คนไข้ท่านนี้ผมรู้จักมาประมาณหนึ่งปีกว่าๆแล้ว จึงพอจะเข้าใจบริบทต่างๆ และที่ไปที่มา และก็คุ้นเคยไว้ใจกันพอสมควร
ผมมีภาพความฝันกับคนไข้ท่านนี้ตั้องแต่แรกคือ
- อยากให้ได้รับยาต้านได้(ตอนนั้นยังไม่เริ่มยาครั้งที่สอง)
- อยากให้เขาอยู่กับตายายที่ปาย ไม่อยากให้กลับไปพัทยา
- อยากให้เขาเข้าใจตนเอง เข้าใจโรค มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง ต่อสู้กับความเจ็บป่วยต่อไป
ก็พยามทำตามเป้าหมายที่วางไว้ แนวโน้มก็น่าจะดีเพราะทุกครั้งที่พบกัน เขาดูจะยิ้มแย้ม ผมก็อุ่นใจ และไว้ใจ
แต่หลังๆเมื่อเขาเริ่มรับยาต้านครั้งที่สองไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องโรคตับ บวกกับตัวบวมจากภาวะแทรกซ้อน อาจจะทำให้เกิดความท้อแท้มากขึ้น
2 วันก่อนตอนเช้ามือด วันที่ผมอยู่เวรพอดี ก็ได้รับรายงานว่าพี่ชายท่านนี้มา รพ. ด้วยการดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำ เอะอะโวยวาย ไม่ยอมร่วมมือให้การรักษา
แต่สภาพที่ผมเห็น เหมือนกับคนไข้ไม่ต้องการอะไรแล้วในชีวิต เป้าหมายของเขาเองคือการสิ้นสุดชีวิต สิ้นสุดความทุกข์ทรมานทั้งทางใจและทางกายที่อมโรคไว้มากมาย ผมเข้าใจว่ามันอาจจะมากเกินไปกว่าที่เขาจะรับได้แล้ว มันหนักหนาเกินกว่าคนๆหนึ่งรับแบกรับไว้ได้ ลองคิดดูถ้าเป็นตัวเราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...
วันนี้วันที่สองดูทุกอย่างทางกายไม่เลยร้ายมากนัก เริ่มดีขึ้น แม้ว่าเขาจะดึงสายน้ำเกลือ สายสวนทางปากออกก็ตาม แต่เขาก็นั่งอยู่บนเตียงเงียบๆ ไม่เหมือนวานนนี้ที่นอนดิ้น ครวญครางจะหนี จนต้องรัดตรึงไว วานนนี้ก็พยาพูดกับเขา แต่เหมือนเขาไม่รับรู้ใดๆ
วันนี้มีความหวังว่าเราจะสามารถคุยกันได้เข้าใจขึ้น เขาอาจจะพร้อมมากขึ้น ผมหวังเพียงว่าการพูดคุย สนทนาระหว่างคนสองคน ผมกับเขา เป่าหมายอย่างน้อยก็คือการดึงสติ ดึงความรู้สึกตัวกลับมาได้บ้าง แม้จะรู้สึกว่ายากมากมายก็ตาม เพราจิตใจเขาเหมือนกระจกที่แตกละเอียด
สิ่งที่ผมพูดก็คือ
- เรื่องกรรม ผมเริ่มต้นที่บอกเขาว่าตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วทางกาย ระดับหนึ่ง และผมก็เข้าใจความรู้สึกเขา เข้าใจสิ่งที่เขากระทำ และมันก็ผ่านไปแล้ว
- สิ่งที่ผมอยากจะคุยคือเรื่องราว สิ่งทะงหลายที่เกิดขึ้นกับเขา ในชีวิตนี้ มันอาจจมีที่มาที่ไป มัเหตุที่ต้องทำให้เป็นแบบนี้ การทำร้ายตัวเองคือการตัดช่องน้อยแต่พอตัว มันไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด หรือไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ดีขึ้น
- การจบชีวิตไป ก็คือการสร้างกรรมใหม่ การสร้างเหตุใหม่ รวมทั้งเหตุเดิมที่เราจะพยามทั้งหรือหนีไปด้วยการทำร้ายตนเองนั้นก็ไม่ได้ที่จะหมดไป ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรม มันก็ยังคงจะติดตัวเราไป จนกว่าจะเกิดผล
- เราน่าจะอดทน สู้ต่อ ไหนๆก็ไหนๆ สู้อดทนมาถึงวันนี้แล้ว ก็น่าจะอดทนต่อ ไปมันหมดไป เจ้ากรรมนายเวรไหนจะมาเอาคืนก็ให้เขามาเอาไปจะได้หมดไป และเราก็พยามสร้างกรรมดีๆ ในช่วงเวาที่เหลือ2-3 ปีข้างหน้าไม่ดีกว่าหรือ หากเรามีสองทางให้เลือกเดิน หนทางที่ดีกว่าน่าจะเป็นทางนี้ เราจะได้จบสิ้นเวรกรรมที่ไม่ดี และเริ่มต้นใหม่กับสิ่งดีๆ
- สรุปแล้วคือการจบชีวิตไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการสร้างกรรมหรือเงื่อนไขใหม่ ทำให้ไม่มีที่สิ้นสุด ต่อมาคือเราน่าจะเลือกวิถีแห่งการอดทน ต่อสู้ให้ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย ให้จบเมื่อถึงเวลาของมัน เราไม่ต้องตัดตอนด้วยตนเอง
หวังว่าเขาจะลองคิดดู สิ่งที่ผมบอกออกไป แม้เขาจะไม่ฟัง ไม่เข้าใจ แต่ผมก็จะบอกเขาบ่อยๆ และให้ทุกคนในทีมให้กำลังใจกับเขา
หวังว่าเขาจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้พรุ่งนี้
หมอ พยายามทำหน้าที่สุดชีวิตเลยนะนี่
คนป่วยมีกรรม หมอก็มีกำ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตามประสายาก
น้องหมอครับ
สวัสดีค่ะน้องหมอสุพัฒน์
ดีใจที่เห็นน้องหมอได้ทำหน้าที่ของผู้เยียวยาอย่างนี้ นับว่าคุณคนนี้ยังมีโอกาสอยู่ เพียงแต่เขาจะมีสติหรือไม่ในการเลือกทางเดินในขั้นต่อไป
เรื่องเหล่านี้เป็นความจริงในชีวิตของคนหลายๆ คน พี่ก็เข้าใจว่าถ้าเราต้องทุกข์กายขนาดนี้ อาจต้องเพลี่ยงพล้ำต่อทุกข์ ตัดสินใจผิด หากไม่ฝึกฝนจิตให้เข้มแข็งไว้ก่อน
พี่เห็นด้วยกับที่น้องหมอบอกเขาว่าเขามีทางเลือกที่จะอยู่ทำดีเพิ่มและสู้ต่อไป แต่เขาจะรับได้หรือไม่นั้น ก็สุดแท้แต่การเลือกของเขา
น้องหมองานเยอะ อย่าลืมพิจารณาดูจิตตัวเองนะคะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะได้สามารถทำงานหนักๆ ได้ในอุเบกขาค่ะ
ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
ปัญหาสุขภาพจิต บางครั้งเราคาดว่าเข้าใจผู้ป่วย แต่สุดท้ายเราเข้าไม่ถึง "ใจ" ของเขาได้
สุดท้ายการให้คำปรึกษาในเชิงพระพุทธศาสนา คือ คนแต่คนล้วนมีกรรม เป็นตัวกำหนด สิ่งใดที่เราได้ให้ความช่วยเหลือ สุดความสามารถแล้ว แต่เขาเข้าไม่ถึง นั้นเป็นเพราะกรรมเก่าของเขามาบังตา ไม่สามารถช่วยได้แล้ว ต้องปล่อยไปตามกรรม เพราะหากเรานำมาคิดแทน ย่อมทำให้เราเกิดทุกข์ตามไปอีกคน ( อาจารย์สุขภาพจิตแนะค่ะ)
สวสัดีครับ
ขอบคุณอาจารย์ทุกๆท่านมากๆครับ
ความเห็นหลายอันทำให้ผมระลึกและนำไปต่อยอดความคิดเสมอๆครับ
ตอนนี้อยู่ที่มุกดาหาร ครับ