ชีวิตเราอะไรคือความสุขที่แท้จริง ความสุขคือความรวยนอนหลับบนกองเงินตาย.. แค่พอมีใช้แล้วรู้จักพอ หรือต้องมีทุกอย่างที่คนอื่นเขายังไม่มี หรือว่ายึดหลักคุณธรรมมีความพอดี มีอยู่ มีกิน มีถิ่นอาศัย มีใจซื่อสัตย์ ประหยัด พัฒนาฝีมือหรือไรกันแน่...

 

            ผมได้รับเมล์ FW.จากคนที่ผมรักและนับถือซึ่งเมื่อท่านพบหรือมีอะไรดีๆก็ส่งมาให้ผมได้อ่านเสมอ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมได้รับ อ่านแล้วรู้สึกประทับใจจึงอยากมอบแต่สมาชิกได้ร่วมกันอ่านและมองในมุมหนึ่งของสังคมหรือมองมุมที่คนลืมมอง....

             ในโลกกว้างที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ครอบคลุมทุกอณู ในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนมากมายต่างพากันหลงใหลในแสงสีและวัตถุนิยม... จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งยังมี  ชายชราวัยเจ็ดสิบปลายๆ ร่างกายสกปรกมอมแมม ผู้ที่ชอบปิดทองหลังพระอยู่...

            " ลุงพัฒน์ " หรือ " นายพัฒน์ แซ่จึง" ชายชราผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่เดียวดายตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว ไม่มีแม้แต่ญาติพี่น้อง " ลุงพัฒน์ " เกิดที่ จังหวัดอุบลราชธานี ชะตาชีวิตที่ถูกขีดไว้ทำให้เขาต้องระหกระเหเร่ร่อนมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อครั้งยังหนุ่มแน่น แต่ด้วยความสมถะ เรียบง่าย และเจียมตัว ว่าตัวเองนั้นจนเสียยิ่งกระไร ก็ทำให้เขาอยู่กรุงเทพฯ ได้ไม่นาน...

             เขาออกเดินทางไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น ระหว่างทางก็เก็บขยะริมทางที่พอจะขายแลกเงินได้ เอามาซื้อข้าวกินประทังชีวิต จนมาถึงที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ใน จังหวัดราชบุรี และที่นี่เองก็เป็นที่ที่เขาปักหลักทำมาหากินโดยการเก็บขยะขายมาตลอด ๔๕ ปี ด้วยความที่  ลุงพัฒน์หน้าตามอมแมม เนื้อตัวสกปรกตั้งแต่หัวจรดเท้า มีกลิ่นตัวเหม็นเพราะต้องใช้ชีวิตอยู่กับกองขยะเกือบจะตลอด ๒๔ ชั่วโมง ดูยังไง ก็จ๊น...จน ทำให้ไม่มีสาวที่ไหนอยากใช้ชีวิตร่วมกับเขา

       " คนอย่างผม ไม่มีใครเขาอยากจะมายุ่งด้วยหรอก เนื้อตัวก็อย่างนี้ ผมอยู่คนเดียว ลูกเมียไม่มี หาของตามกองขยะ ไม่ได้ใช้อะไรมากมาย ได้เงินมาก็เก็บเอาไว้เรื่อย" ลุงพัฒน์ เผยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม มีแต่แววแห่งความสบายใจ (ถ้าเป็นเราเศร้าตายแน่)
 ...

     

        ใครจะรู้บ้างว่า " ลุงพัฒน์ " มีเงินเก็บจากการเก็บขยะขายเป็นแสน... กองขยะที่เน่าเหม็นถังดำที่มีแต่แมลงวันรุมตอม ข้าวของที่ดูไร้ค่าจากผู้ทิ้ง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น " ขุมทรัพย์" ของ ลุงพัฒน์ .... และเขาก็ทำให้ใครหลายๆ คนผู้ที่มีเนื้อตัวสะอาด มีโอกาสได้ยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคม ต้องหันกลับมามองถึงคุณธรรมข้อหนึ่งที่ตกหล่นและถูกลืมไป คือ การเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ด้วยการบริจาคเงินที่ เก็บหอมรอมริบมาเกือบทั้งชีวิตให้กับวัดหนองเสือยางปราสาท บ้านหนองเสือ ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่งจ.ราชบุรี ทั้งหมดโดยไม่เคยเรียกร้องให้ใครมาสนใจ บางทีคนที่สลักชื่อของแกเอาไว้ที่ฝาเมรุเผาศพ ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเจ้าของเงินแสนที่ถวายให้วัดไปใช้หนี้ค่าอิฐ ค่าปูนนี้เป็นใครมาจากไหน รู้เพียงว่า ชื่อ " นายพัฒน์ แซ่จึง" ถูกสลักไว้ในฐานะผู้บริจาคเงินสร้างมากเป็นอันดับสองรองจากคหบดีคนหนึ่ง มานานร่วมสิบปีแล้ว

         " ผมทำบุญอย่างเดียวก็มีความสุขแล้ว ไม่อยากออกหน้าออกตา มันอาย" ลุงพัฒน์ กล่าวและแกยังบอกด้วยว่า ทุกวันนี้พอใจในสิ่งที่มี อยู่แบบต่ำๆ แต่สบายใจ ไม่ต้องไปอยากได้อยากมีเหมือนคนอื่นแค่มีอะไรให้ทำ มีข้าวกิน มีที่นอนก็พอแล้ว และก็ได้ทำบุญทำความดีอย่างที่อยากทำ ชาตินี้ตายไปตอนไหน ก็ตายตาหลับแน่นอน...   และปัจจุบันจะมีซักกี่คนที่คิดได้แบบแก... " ลุงพัฒน์ "เฒ่าหัวใจที่ใสสะอาด

<p align="center">Pic57775%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c2      </p>

           ชีวิตเราอะไรคือความสุขที่แท้จริง ความสุขคือความรวยนอนหลับบนกองเงินตาย หรือแค่พอมีใช้แล้วรู้จักพอ หรือว่าต้องมีทุกอย่างที่คนอื่นเขายังไม่มี หรือยึดหลักคุณธรรมมีความพอดี มีอยู่ มีกิน มีถิ่นอาศัย มีใจซื่อสัตย์ ประหยัด พัฒนาฝีมือหรือว่าอะไร.....
 

</span>