การปฏิรูปการศึกษา

           ระบบการศึกษาในปัจจุบันพัฒนาไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง     โดยเห็นได้

จากพนักงานของบริษัทต่าง ๆ   ต้องใช้เวลารวมถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ        นอกจากนั้นยังมีการปรับรื้อระบบของบริษัทครั้งยิ่งใหญ่   ทั้งนี้ก็เพราะต้องการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดก่อให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของธุรกิจ      และวิถีของกลุ่มคนรวมกับวัฒนธรรม  และความเป็นตัวของตัวเองหรือที่เรียกว่า ปัจเจกชนธุรกิจ  จึงต้องสนองตอบความหลากหลายนี้      ขณะที่การศึกษากำลังดำเนินการผลิตคนที่เหมาะสมกับสังคมอุตสาหกรรม   หมายถึงทุกอย่างผลิตออกมาเหมือนกันหมดไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงาน     และสร้างคนให้มีพลังสร้างสรรค์ที่จะคิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นและมีงานที่ไม่เคยทำมาก่อน  ดังนั้นระบบการศึกษาซึ่งมีหน้าที่เตรียมคนสำหรับงานในอนาคตจะต้องเป็นภาระที่นักการศึกษา  บริษัท    ห้างร้าน    และสังคมต้องร่วมมือกันปฏิรูปขึ้นมาใหม่ (F.J. Eyschen. 2005)

 แนวความคิดในการปฏิรูปการศึกษา 

            การเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและครู  การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมจะลดน้อยลง     ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนจะเปลี่ยนแปลงไปเกิดกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่  และเป็นตัวนำในการสร้างบริษัทใหม่     จึงจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างระบบพัฒนาองค์ความรู้ใหม่จากองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่โดยเฉพาะองค์กรการพัฒนาการเรียนการสอน    และสภาพแวดล้อมทางการศึกษา 

บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ  

             เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบทบาทต่อการศึกษาอย่างมาก  โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์    และการสื่อสารโทรคมนาคมมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาประกอบด้วย                               

            1.  เทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้  ปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง    มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)     มีระบบมัลติมีเดีย (Multimedia)   ระบบวิดีโอออนดีมานด์   (Video on Demand)   วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Video Teleconference)  และอินเตอร์เน็ต  (Internet)  เป็นต้น  ระบบเหล่านี้เป็นระบบสนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้

           2.  เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษาในการสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผนการดำเนินการ  การติดตาม  และการประเมินผลคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในเรื่องนี้

           3.  เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การสื่อสารระหว่างบุคคลเกือบทุกวงการ  ทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน  ผู้เรียนกับผู้เรียน   เป็นต้น  ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเรียนการสอน    และการดำเนินงานในหลายด้านโดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสาร  และการดำเนินงานในหลายด้านโดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างบุคคล  เช่น   การใช้โทรศัพท์  โทรสาร   เทเลคอนเฟอเรนส์   และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น
 บทบาทใหม่ขององค์กร 
             ในส่วนของบทบาทและหน้าที่ใหม่ขององค์กรในยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศองค์กร  หมายถึง  หน่วยงานที่มีภารกิจหลักดังนี้

              1.  การบริการและการจัดหลักสูตรในหน่วยงานราชการศึกษา

             2.  จัดให้มีการใช้วัสดุ  อุปกรณ์  และสื่อการเรียนต่าง ๆ ให้ทันสมัย

             3.  จัดสิ่งอำนวยความสะดวกและจัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษา

 กล่าวคือองค์กรต้องกำหนดรูปแบบการบริหารใหม่ ดังนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             1.  การใช้แหล่งสารสนเทศในแนวอนาคต  ประกอบด้วย   นโยบายด้านสารสนเทศ  จัดสภาพแวดล้อมของเครือข่าย  การเรียนรู้การกระจายการใช้คอมพิวเตอร์  การรวมแหล่งสารสนเทศ  ความเร็วของสารสนเทศ  การใช้ห้องสมุดดิจิตอล (Digital  Library)  สื่อการเรียนการสอนในรูปของสื่อผ่านระบบเครือข่าย (Web-Based)  การบูรณาการเทคโนโลยีรวมถึงการประเมินค่าใช้จ่ายและผลที่คาดหวังจากการดำเนินงาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             2.  นโยบายด้านโครงสร้างขององค์กร  ควรมีการปรับรื้อโครงสร้างใหม่เป็นองค์กรบริหารแห่งสารสนเทศ  เริ่มจากแผนยุทธศาสตร์องค์กร  กระบวนการตามโครงสร้างของไซเบอร์เนติก  (Cybernetics)  การปรับรื้อระบบบริการจัดสื่อการสอนในรูปของระบบเปิด  โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลัก
 การพัฒนาการเรียนการสอน 
             การพัฒนาในหมวดนี้เป็นการพัฒนาในรูปแบบของการปรับรื้อระบบการเรียนการสอนใหม่  โดยคำนึงถึงการพัฒนาที่เกี่ยวกับการเจริญงอกงามในตัวผู้เรียน  เน้นทักษะการเลือกสารสนเทศ  การวิเคราะห์  การสังเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร  ขณะเดียวกันต้องทำการฝึกทักษะกระบวนการจัดการกระทำกับข้อมูลข่าวสารให้กับผู้เรียนพร้อมกับการตอบสนองกับข้อมูลข่าวสารอย่างชาญฉลาด   ครู  และนักเรียนต้องช่วยกันสร้างสรรค์สารสนเทศ  เพื่อให้เกิดคุณค่าต่อการเรียน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การสอน  ครูต้องพัฒนาการสอนโดยเพิ่มทักษะการสืบค้นสารสนเทศให้กับนักเรียน  และประเมินผลจากการนำมาใช้มากกว่าการจดจำเนื้อหา  หมายถึง  อาศัยสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ในการเสนอแนวคิดและเนื้อหาเพื่อก่อให้เกิดกระบวนการเข้าใจมากกว่าการจดจำ</p> รูปแบบกระบวนการเรียนการสอน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            กระบวนการเรียนการสอนตามแนวคิดในการปฏิรูปต้องแตกต่างไปจากการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม กล่าวคือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            1.  จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความคิดโดยฝึกการคิดวิเคราะห์  วิจารณ์อย่างมีเหตุผล  การใฝ่หาความรู้   ความคิดสร้างสรรค์  เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง  และแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             2.  จัดระบบเครือข่ายการเรียนรู้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการค้นคว้าหาความรู้ทุก ๆ ด้านที่ผู้เรียนต้องการ  เช่น  สื่อมวลชนทุกแขนง  เครื่องคอมพิวเตอร์  ทรัพยากรท้องถิ่น  ภูมิปัญญาชาวบ้าน  และหน่วยงานต่าง ๆ  ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้พัฒนาตนเองและพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างกว้างขวาง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             3.  จัดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตร  โดยให้ผู้เรียนทำกิจกรรมที่ต้องเรียนในห้องเรียนให้เสร็จสิ้นและให้แบ่งเวลาทำกิจกรรมนอกหลักสูตรเพื่อเสริมประสบการณ์ทางสังคม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            4.  ปรับกระบวนการเรียนการสอน  และเทคนิคการสอนของครูให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการจัดการศึกษา  เน้นให้ครูเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกและชี้แนะให้ผู้เรียนทำการศึกษาค้นคว้า  คิดและตัดสินใจด้วยตนเอง  ขณะเดียวกันครูต้องเป็นต้นแบบด้านคุณธรรม  และจริยธรรมด้วย  ซึ่งต้องปลูกฝังทั้งในชั่วโมงเรียนและกิจกรรมการฝึกปฏิบัติ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>