ข้าพเจ้าได้มีโอกาศเข้าร่วมรับการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพองค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้เมื่อวันที่ 15-17 ณโรงแรมคุ้ม สุพรรณนั้นได้นำเสนอ Best Practice ในหัวข้อ “เมื่อเยาวชนคนพิการและด้อยโอกาสได้เข้าค่ายพัฒนาศักยภาพ” ต่อที่ประชุมใหญ่ ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจประทับในงานที่ทำทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มองว่างานที่ทำนั้นสำคัญมากขนาดไหน แค่คิดงานแค่ทำงานก็เท่านั้นเอง แต่เมื่อได้รับ การกระตุ้นให้พิจารณางานที่เคยได้ทำมาแล้วว่ามีอะไรดี อะไรเด่น ให้เขียนเล่าเรื่องความสำเร็จโดยผ่านกระบวนการสกัดขุมความรู้ แก่นความรู้ จึงได้เริ่มเห็นความสำคัญของความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตนโดยเฉพาะเมื่อ ผอ.สพท. สุพรรณบุรีเขต 2 ได้แสดงความชื่นชมและหัวหน้ากลุ่มนิเทศฯ ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการเข้าค่ายของเยาวชนผู้พิการและด้อยโอกาสเพื่อที่จะนำไปประยุกต์ใช้ที่ สุพรรณ เขต 2
เมื่อกลับถึง สพท.ลบ 1 คณะทำงานได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของ Best Practice ที่ฝั่งลึกอยู่ในตนของบุคลากร การมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการพัฒนาองค์กร ดังนั้น จึงได้พัฒนาบุคลากรทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1 และโรงเรียนร่วมโครงการทั้ง 5 โรงเรียนทุกคน จำนวน 555 คน จัดเป็น 4 รุ่น ในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม 2549
ผลการพัฒนาบุคลากร พบว่าทุกคนมีของดีอยู่ในตนได้ขุมความรู้ และแก่นความรู้จำนวนมาก เมื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วนำไปใช้ในการทำงานตามความรับผิดชอบของตนเองพัฒนาการตามกลยุทธิ์และตามโครงสร้าง บุคลากรให้ความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน นับว่าเป็นผลดียิ่งต่อประสิทธิภาพของการทำงานในองค์กร
Km 100 %
พัฒนาคน 100 %
เรียนคุณสุนีย์
ดีใจมากค่ะที่ได้เห็นข้อเขียนลงในแพลนเน็ตนี้
ตอนนี้อยู่ที่รัฐแมรีแลนด์ค่ะ หนาว แต่ไม่เหงาเพราะ ได้อ่านบล็อกของพวกเราค่ะ