เป็นการเปิดศักราชของการใช้ "คลังภูมิปัญญา" จากทั่วทั้งจักรวาล มาเป็นพลังขับเคลื่อน "มหิดลเพื่อสังคมไทย"

การสรรหาผู้บริหาร

  • มหาวิทยาลัยมหิดลออกจากระบบราชการเมื่อวันที่ ๑๘ ต.ค. ๕๐    ซึ่ง พรบ. แสดงเจตนารมณ์ให้ผู้บริหารเป็นผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการ
  • ผู้บริหารในปัจจุบันต้องแสดงความจำนงออกจากการเป็นข้าราชการภายใน ๖๐ วัน    ก็จะสามารถดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ    ท่านใดไม่ออกจากการเป็นข้าราชการก็จะหมดวาระดำรงตำแหน่งโดยปริยาย
  • ผมสอบถามข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค. ๕๐ พบว่าเพียง ๑๐% ของผู้บริหารระดับคณบดี  และ ๒๐% ของผู้บริหารระดับหัวหน้าภาควิชา   ขอไม่เป็นต่อเพราะไม่อยากออกจากการเป็นข้าราชการ     นับว่าน้อยกว่าที่คาด
  • สภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุมครั้งพิเศษเมื่อวันที่ ๑ พ.ย. ๕๐   มีมติให้ข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาคณบดี     ระบุให้ผู้มีสิทธิได้รับการสรรหาเป็นใครก็ได้ที่มีคุณสมบัติตามต้องการ     ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดลมาก่อน
  • นับเป็นการเปิดศักราชใหม่     ในการสร้างกฎระเบียบที่เปิดกว้างยืดหยุ่น เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานในตำแหน่งสำคัญได้     โดยดึงดูดได้จากทั่วประเทศไทย  และทั่วโลก
  • ที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องการใช้ "คลังภูมิปัญญา" (Intellectual Assets) ของสังคมไทย และของโลก  เอามาเป็นพลังสร้างสรรค์ของมหาวิทยาลัยมหิดลในการทำคุณประโยชน์ต่อสังคมไทยให้ได้มากที่สุด     ดังนั้นวิธีปฏิบัติที่เปิดกว้างนี้ จึงไม่ควรจำกัดเฉพาะตำแหน่งบริหาร     แต่ควรใช้กับผู้ทำหน้าที่วิชาการ  สายสนับสนุน  และผู้ทำหน้าที่กำกับดูแล (สภามหาวิทยาลัย และกรรมการเฉพาะกิจอีกหลายด้าน) ด้วย
  • มีคนตั้งคำถามเรื่อง กระบวนการในการสรรหา     คล้ายๆ ต้องการให้ candidate แถลงนโยบายต่อสมาชิกของหน่วยงาน    เพื่อให้สมาชิกเลือกได้ถูกต้องตามที่ตรงใจตน     ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า ต่อไปเมื่อเราก้าวไปสู่ความเป็น World Class Research University มากขึ้น    กระบวนการสรรหาผู้นำทางวิชาการจะเปลี่ยนไปมากอย่างที่เราคิดไม่ถึง     คือจะต้องมีวิธีการให้ได้ผู้นำการสร้างสรรค์วิชาการชนิดที่มีการมองอนาคตเป็นหลัก     ไม่ใช่ถูกใจคนที่อยู่ในองค์กรเป็นหลัก     แต่การเปลี่ยนวัฒนธรรมนี้คงจะใช้เวลาหลายปี อาจเป็นสิบปี     และหลักการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร (collegial participatory system) ก็จะต้องยังคงอยู่     แต่จะต้องปรับไปเป็นส่วนร่วมแนววิชาการ ไม่ใช่ส่วนร่วมแนวเลือกตั้งแบบการเมืองระดับประเทศ     เรื่องนี้เป็น change management ระดับ culture change ที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและระยะยาว  

วิจารณ์ พานิช
๒ ต.ค. ๕๐

แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔ ธ.ค. ๕๐