ในช่วงชีวิตของการเดินทวนกระแสแห่งกิเลสโดยใช้ “ศีล” เป็นเครื่องกรองและกั้น ซึ่งเปรียบเสมือนถุงกรองกิเลสแห่งชีวิต


ภายใต้ก้นแห่งถุงกรองนั้น เราจะเห็น “ปมกิเลส” ที่ถูกขมวดมัดติดกันเปรียบหนึ่งเม็ดกรวดแลเม็ดทรายอันท้าทายนักปฏิบัติจะพึงแก้และข้ามผ่านไปให้ได้


ปมกิเลสต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นมาโดยใช้ห้วงแห่งกาลเวลาแรมวัน แรมคืน แรมปี และแรมชาติ


ผูกมัดเกาะเกี่ยวกับเป็นปมให้เรา “ปุถุชน” ซึ่งวนเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏแห่งนี้ได้ “แก้ปม” หรือ “สร้างปม” กิเลสเหล่านี้กันต่อไป วันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี ชาติต่อชาติ


การเดินเข้ามาในร่มกาสาวพัตร์นั้น เปรียบเสมือนหนึ่งการ “ถอยหลังเข้าคลอง” หาที่ที่ลมและคลื่นสงบจากกิเลสและสิ่งเร้า เข้าไปมอง จับจ้อง สะสาง แก้ปมต่าง ๆ ที่ฝังลึก เกาะกินอยู่ในชีวิตและจิตใจ


ปมกิเลสนั้นเกิดขึ้นกับทั้งในส่วนของทางร่างกาย นั้นคือการปฏิบัติ
ปมกิเลสนั้นยังเกิดขึ้นกับในส่วนของทางวาจา นั้นคือการพูด
ปมกิเลสนั้นเกิดขึ้นอีกกับในส่วนของใจ นั้นคือความคิด


การพึงระวังสังวรในศีลปาฏิโมขก์ประกอบกับการถือธุดงควัตรนั้น จะช่วยกรองกิเลสให้เห็นเด่นชัดเมื่อเกิดขึ้นกับทั้งกาย วาจา และใจ
การพึงระวังสังวรในศีลปาฏิโมกข์ประกอบกับการถือธุดงควัตรนั้นจะช่วยกั้นกิเลสไม่ให้เกิดขึ้นกับทางกาย วาจา และใจ
การพึงระวังสังวรในศีลปาฏิโมกข์ประกอบกับการถือธุดงควัตรจะช่วยแก้ปมกิเลสที่หมักหมมมานานแสนนาน


ธุดงควัตร คือข้อวัตรปฏิบัติที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ขัดเกลากิเลสที่เคยสร้างและสั่งสมนับเนื่องมาจากอดีต
ธุดงควัตร จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความมักน้อย สันโดษ กับผู้ที่จะดำเนินตามรอยแห่งโพธิญาณ


ธุดงควัตร เป็นวัตรปฏิบัติ ๑๓ ข้อหลัก ได้แก่
๑. ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ผ้าบังสุกุล คือ ผ้าที่ถูกทิ้งแล้ว ผ้าเก่า หรือผ้าพันซากศพ
๒. ใช้ผ้าสามผืนเป็นวัตร นุ่มห่มผ้าเพียง ๓ ผืน คือ สบง จีวร และสังฆาฏิ
๓. ไปบิณฑบาตเป็นวัตร ไม่บิณฑบาตถือว่าวันนั้นไม่ฉัน
๔. บิณฑบาตไปตามลำดับเป็นวัตร บิณฑบาตเรียงตามลำดับของผู้บวชก่อนหลัง และงดการเที่ยวบิณฑบาตไปตามใจอยาก
๕. นั่งฉันอาสนะเดียวเป็นวัตร โดยฉันได้วันละมื้อเดียว เมื่อลุกจากที่นั่งหรืออาสนะแล้วจะไม่ฉันอีก
๖. ฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร ตักอาหารทั้งหมด ข้าว กับข้าว ขนม นม เนย ทั้งหมดใส่ลงในบาตรโดยใช้ไม่ใช้ภาชนะใบที่ ๒
๗. ไม่ฉันอาหารที่ถวายภายหลังเป็นวัตร ฉันตกบาตร ฉันเฉพาะอาหารที่ได้จากการบิณฑบาต
๘. อยู่ป่าเป็นวัตร
๙. อยู่โคนไม้เป็นวัตร
๑๐. อยู่ที่แจ้งเป็นวัตร
๑๑. อยู่ป่าช้าเป็นวัตร
๑๒. อยู่ในเสนาสนะตามแต่เขาจะจัดให้เป็นวัตร
๑๓. นั่งเป็นวัตร เว้นนอน อยู่ด้วยเพียง ๓ อิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง
(อ้างอิงจาก หนังสือ ตามรอยโพธิญาณ ชีวิตพระกรรมฐานใน “ป่าพง” วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี)


นอกเหนือจากวัตร ๑๓ ที่กล่าว ภิกษุสามารถสมาทานวัตรพิเศษเพิ่มขึ้นได้อีก เช่น การสมาทานเนสัชชิ หรือการงดนอน (หลังติดพื้น) ในตลอดราตรี การงดฉันอาหารใดที่ชอบมาก ๆ การงดฉันน้ำปานะ การฉันเฉพาะสิ่งที่ไม่มีชีวิต (งดฉันเนื้อสัตว์) การงดพูด การตั้งใจว่าจะสั่งสมาธิวันละกี่นาที จะเดินจงกลมวันละกี่นาที สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรียกว่า “ธุดงค์” เป็นเครื่องช่วยขัดเกลาและเผาปมแห่งกิเลส เพื่อการหลุดออกจากห้วง “สังสารวัฏ”