KM สามารถสร้างวัฒนธรรม Collaboration ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย KM ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมจากคนเล็กๆหน้างาน จากกลุ่มเล็กๆ ทั่วทั้งองค์กรในแบบค่อยเป็นค่อยไป ไร้แรงต้าน
หลายบริษัทหลายองค์กรพยามสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยใช้ความพยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้คนในองค์กรเปลี่ยนแปลงค่านิยมไปเป็นแบบที่องค์กรปรารถนาอยากจะให้เป็น วัฒนธรรมตัวหนึ่งที่องค์กรต้องการสร้างคือ Collaboration เพื่อต้องการให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือกันในการทำงานของคนในองค์กร แต่ไม่น่าเชื่อว่าแค่เรื่องความร่วมมือยังทำได้ยาก ยิ่งเรื่องความร่วมใจยิ่งรู้สึกว่ายากกว่าหลายเท่า หลายองค์กรได้ทุ่มเททั้งเงินทั้งเวลาให้กับการจัดอบรม สัมมนา ทั้งในและนอกสถานที่แต่ผลที่ได้มักจะไม่ได้ผลหรือได้ผลในระยะแรกๆเท่านั้นขาดความยั่งยืน
เคยไปจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ KM Workshop ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งบริษัทแห่งนี้ก็ได้พยายามสร้างวัฒนธรรม Collaboration มาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร แต่ละหน่วยงานยังใช้วัฒนธรรม "ไซโล" ต่างคนต่างอยู่ปกป้องอาณาจักรของตัวเอง ไม่สนใจว่าหน่วยงานอื่นๆจะกระทบหรือรู้สึกอย่างไร หลังการอบรม KM Workshop แล้ว ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ได้กล่าวถึง KM ว่าเป็นเครื่องมือที่นอกจากจะให้ผลเรื่องการจัดการความรู้แล้วผลพลอยได้ที่สังเกตเห็นได้คือมีการพูดคุยในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแบบเปิดใจทำให้ได้เห็นและเข้าใจในข้อจำกัดของหน่วยงานที่ต้องทำงานร่วมกัน และได้เห็นหลายหน่วยงานทะลาย "ไซโล" ของหน่วยงานออกเปิดรับฟังกันมากขึ้น บางหน่วยงานถึงกับขอแก้ Procedure การทำงานร่วมกันในวงเรื่องเล่า ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเกินความคาดหมายที่เกิดขึ้นจากผลพวงที่ทุกคนพูดคุยกันในแบบเปิดใจ ทำให้เริ่มรู้สึกว่า KM สามารถสร้างวัฒนธรรม Collaboration ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย KM ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืนจากคนเล็กๆหน้างาน จากกลุ่มเล็กๆ ทั่วทั้งองค์กรในแบบค่อยเป็นค่อยไป ไร้แรงต้าน เพราะ KM ขับเคลื่อนผ่านความสำเร็จ ผ่านความชื่นชม Win-Win ด้วยกันทุกฝ่าย
ใช่คนชื่อ พินิจ ที่เรียนเทคโนตีนดอยเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วหรือเปล่า
อยากทราบความหมายของ Collaboration
ขอบคุณล่วงหน้า
จากสวัสดิ์ อยู่เย็น
ดีครับ..หากร่วมมือกัน อะไรๆ ก็ไปได้สวย...มาเยี่ยมครับ