จากวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๓๐ น. จากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเพียง ๒ ชั่วโมงครึ่งกว่า ก็มาถึงเมืองกุ้ยหลิน สัมผัสกับผืนแผ่นดินถิ่นงดงามตามธรรมชาติแห่งขุนเขและสายน้ำ ความงดงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างในท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ ไม่ว่าจะมองไปทิศทางใดสายตาก็พบพากับภูเขาเขียวขจีในทุกที่บนเส้นทาง         วันแรกจากการเดินทางเข้าพักที่โรงแรมWestern Hill Business Hotel ในตัวเมืองกุ้ยหลิน มลฑลกวางสี 

 

        เช้าวันที่ ๑ พฤศจิกายน จึงไปที่เมืองลับแล “ซื่อไว่เถาเหยียน. ชมวิวสวยงามของกุ้ยหลินในระดับพื้นราบ ชมหมู่บ้านชนชาวเขาที่คอยต้อนรับ   

   

          ภาคบ่ายไปล่องเรือสำราญ แม่น้ำหลีเจียง ในช่วงเส้นทาง ล่องสายซินผิ่ง ซึ่งมีทิวทัศน์งดงามเป็นอย่างมาก ชมความงามของแม่น้ำหลีเจียงที่ไหลเรื่อยลัดเลาะไปตามขุนเขาใหญ่น้อยนับพัน ชมพูเขารูปร่างแปลกตาที่ดูแตกต่างกันไปตามจินตนาการ พอไปขึ้นฝั่งอีกด้านก็เข้าไปในหมู่บ้านที่คนพื้นเมืองมีสินค้ามาขาย   

   

                                         

         ยามค่ำคืนไปช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกที่ถนนฝรั่งหยั่งซั่ว(ถนนข้าวสารเมืองจีน) และเข้าพักที่ Yangshuo New Century Hotel      

           วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ช่วงเช้าไปดูโลกใต้น้ำ ที่ Gullin Under Water World    

  

           ภาคบ่ายไปที่ถ้ำขลุ่ยอ้อ หรือหลูตี้เหยียน ถ้ำสวยกะทัดรัดในกุ้ยหลิน เป็นถ้ำเล็ก ๆ ที่ไม่ธรรมดา ตลอดระยะเวลาทางเดินที่ลึกเข้าไปในถ้ำประมาณ ๒๐๐ เมตร นั้นตื่นตาไปด้วยหินงอกหินย้อยที่สมบูรณ์สวยงามโดยเฉพาะห้องที่สำคัญที่สุดคือวังบาดาล โดยเคยใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงอาหารค่ำให้กับคณะของสมเด็จพระพี่นางฯ ครั้งเสด็จเยือนกุ้ยหลินเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖                           

           ภาคค่ำไปชมการแสดงโชว์ ม่งว่านหลีเจียง เป็นการแสดงพิเศษที่มีการผสมผสานระหว่างบัลเลย์และกายกรรมอย่างลงตัวแม่น้ำหลีเจียงถูกนำมาเป็นตัวเชื่อมเพื่อเล่าเรื่องราวของสรรพสิ่งที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำเช่น ภูเขา ต้นไม้ สัตว์ต่าง ๆ  แมลงหรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้ลำน้ำหลีเจียง  ม่งว่านหลีเจียงเป็นการลงทุนสูงเรื่องการออกแบบเสื้อผ้า ฉาก และแสงสี แต่ในที่นี้ห้ามไม่ให้ถ่ายรูปจึงไม่สามารถนำมาแสดงได้              

           วันสุดท้ายคือวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐  ไปชมเขางวงช้าง โดยมีทั้งปีนเขาและลงถ้ำ ตามความพอใจของแต่ละคน