สวัสดีค่ะท่านผู้อุปการะทุนทุกท่าน หนูขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ได้ช่วยฟื้นฟูชีวิตของหนูให้ดีขึ้น หนูขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย
ในครอบครัวของหนูมีสมาชิก 8 คน ได้แก่ พ่อ , แม่ ,ยาย , ป้า , น้า , น้องสาว , น้องชาย , และตัวหนูเอง พ่อและแม่เป็นคนทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ยายก็อายุมากแล้ว หูก็ไม่ค่อยได้ยิน ตาก็มองไม่ค่อยเห็นป้าพิการแขนขาลีบ และระบบประสาทไม่ดี น้าก็พิการทางการพูด คล้ายๆเป็นใบ้ แต่ก็พูดได้บางคำ และสติไม่สมประกอบ น้องสาวก็กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป .6 ส่วนน้องชายก็อายุได้แค่ 2 ขวบ และตัวของหนูเองก็กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม .4
ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พึ่งพากัน เห็นอกเห็นใจกัน ไม่ทอดทิ้งหรือเหยียดหยามกัน การใช้จ่ายในครอบครัวก็เป็นไปโดยการประหยัดทั้งสิ้น นาก็ไม่มีที่จะทำข้าวกิน ก็ต้องได้ซื้อบ้านก็ถูกจำนองพร้อมที่ดิน ก็ต้องหาเงินมาทยอยใช้คืนเขา และสิ่งที่น่าหนักใจต่อไปก็คือ หนูก็จะเรียนในระดับสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ต้องมากขึ้น น้องทั้งสองคนก็ต้องเรียนหนังสือ พ่อกับแม่ก็จะแก่ลง และยังไม่รู้เลยว่าชีวิตหนูและน้องจะเป็นอย่างไร หนูก็เลยตัดสินใจเรียนสายสามัญ ซึ่งตอนแรกหนูก็ท้อ ไม่อยากเรียน หนูอยากจะไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงแม่ แต่มาคิดอีกหนูก็อายุแค่ 15 ปี ทำงานที่ไหนเขาก็ไม่อยากรับ หนูก็เลยขอแม่เรียนทั้งๆ ที่รู้ว่า แม่ไม่มีทุนทรัพย์ที่จะส่งหนูเรียนเลย แต่แม่ก็ให้หนูเรียน แม้ว่าแม่และพ่อจะต้องทำงานหนักมากกว่าเดิมหลายเท่าก็ตาม
หนูจึงช่วยแม่ด้วยการตั้งใจเรียน ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ช่วยเหลืองานท่านเท่าที่จะทำได้ บางครั้งขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกับหนูเขากำลังนั่งเล่นกัน คุยกันกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน หนูก็ได้ไปหิ้วครุถังปูนกลับไปกลับมา ช่วยพ่อ หนูก็เคยน้อยใจในโชคชะตาบ้าง แต่ถ้าจะให้หนูไปนั่งเล่นกับเพื่อนเฉยๆ ทั้งๆที่พ่อและแม่กำลังเหนื่อยเพราะทำเพื่อหนู หนูคงทำไม่ได้
หนูอยากเป็นครูสอนหนังสือเด็กๆ หนูต้องการถ่ายทอดความรู้สึกและความลำบากของพ่อแม่ให้ทุกคนรู้ ถ้าหนูได้ทำงานแล้ว หนูจะพยายามไม่ให้พ่อแม่ของหนูลำบากเลย หนูจะทำให้ท่านภูมิใจให้สมกับที่ท่านเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนหนูตลอดมา สวัสดีค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
( นางสาวศุภาลักษณ์ วิลัยลา )
P'Mu,
This is a wonderful letter ka...
Miss you,
Kip