ข้อมูลประกอบการรายงานผลการปฏิบัติราชการ
ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2550
---------------------
ประเด็นยุทธศาสตร์ การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของรัฐ
องค์ความรู้ที่จำเป็น การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสตูล
1. ความรู้ หลักการและวิธีการ หรือกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ซึ่งหมายรวมทั้งผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นภารกิจของโรงเรียนทุกโรงที่ต้องดำเนินการ ซึ่งมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ระบุไว้ในมาตรฐานที่ 18 ความว่า สถานศึกษามีการร่วมมือระหว่างบ้าน องค์กรศาสนา สถาบันทางวิชาการ และองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาวิถีการเรียนรู้ในชุมชน แต่สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ความมั่นคงของรัฐ งานสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ดังเช่นยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำหนดว่าต้องเสริมสร้างความเป็นโรงเรียนของเรา เพื่อทุกคนในชุมชนได้ช่วยกันดูแลโรงเรียนให้เป็นแหล่งบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่ทุกคนต้องหวงแหนให้ดำรงอยู่คู่ชุมชน สำนัก งานเขตพื้นที่การศึกษาสตูล มีโรงเรียนในสังกัด จำนวน 177โรงเรียนได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อให้โรงเรียนได้ประยุกต์นำไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนี้
1. หลักการให้ โรงเรียน บุคลากรในโรงเรียน ต้องให้เกียรติ ให้โอกาส
ผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ในการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการโรงเรียนรวมตลอดจนการให้ความรู้ทางวิชาการ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2545 ความโดยสรุปว่า ให้โรงเรียนเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆ เป็นคนดี คนเก่ง และเป็นสุขได้ ทั้งนี้หมายรวมถึงการแสดงตนว่าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชนของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย
2. หลักการสื่อสาร บุคลากรในโรงเรียนทุกคน องค์ให้ความสำคัญกับการ ประชาสัมพันธ์สื่อสาร เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน ทั้งนี้หมายรวมถึงการสื่อสารด้วยท่าทีที่เป็นมิตร สุภาพอ่อนโยน
3. หลักการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ โรงเรียนจะต้องเป็นที่เชื่อมั่นของ
ผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำศาสนา ว่าสามารกพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และเป็นสุขได้ ทั้งนี้หมายรวมถึงการแสดงตนว่าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชนของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย
4. หลักการโปร่งใส การดำเนินงานของโรงเรียนต้องตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้หมายรวมถึงบุคลากรในโรงเรียนทุกคนจะต้องปฏิบัติตนกับชุมชนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
หลักการที่เสนอแนะไว้ข้างต้น ได้เน้นย้ำกับผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของโรงเรียนในการนำไปสู่การปฏิบัติ รวมตลอดจนได้ย้ำเสมอว่าให้
“ผู้บริหารโรงเรียนนอนคว่ำให้มากกว่านอนหงาย” กล่าวคือ ให้ความสำคัญชุมชน บริบทรอบๆ โรงเรียน ให้มากกว่าการให้ความสำคัญกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จึงจะทำให้การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based management : SBM) บรรลุตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง
2. โปรดระบุลักษณะวิธีการการเผยแพร่องค์ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน
เผยแพร่องค์ความรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้
1. จัดให้มีเวทีชุมชนนักปฏิบัติได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
2. เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านสารประชาสัมพันธ์ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3. สื่อสารผ่านที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา
4. เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
3. โปรดระบุความคิดเห็นเพื่อประเมินผลการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
การประเมินผลการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ควรใช้วิธีการประเมินผลแบบ 360 องศา กล่าวคือ สอบถามความพึงพอใจในการดำเนินงาน การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน จากผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน
นอกจากนี้อาจใช้วิธีการสังเกตผลจำนวนครั้งการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การเร่งรัดการนำมติของคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติ ตลอดรวมจนสังเกตแนวโน้มการเพิ่ม/ลดของจำนวน
นักเรียน
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นปัจจัยชี้ขาดความล้มเหลว/ความสำเร็จของการบริหารโรงเรียน เพราะเป็นเหตุพื้นฐานที่นำมาสู่ความร่วมมือในการพัฒนาโรงเรียนในทุกด้าน ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรทุกคน ควรให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น