เทคนิค doubting หรือ การท้าทาย เป็นเทคนิค ต้องห้าม และไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกคน "เวลาลุงเหลือน้อย ถ้ายังไม่คิด ก็คิดได้แล้ว"

การบำบัด สุรา และ บุหรี่ เป็นงานบำบัดที่หินมาก ในความรู้สึกของผู้เขียน ..ผู้เขียนมีประสบการณ์ด้านการบำบัดสุราและบุหรี่ จริง ๆ มาไม่ถึง 5 ปี นัก  ใช้เทคนิคมาแล้ว หลากหลายแนว ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเอง เชื่อด้วยประสบการณ์ตัวเองสุดหัวใจอย่างเต็มร้อย ว่า ...บุคคล ที่ติดเหล้าและบุหรี่ ไม่มีบำบัดสำเร็จ และ อัตราการกลับไปติดซ้ำ เท่ากับ 100%  เป็นไงคะ ฟังดูสิ้นหวังไหม 

  dadada

      ก็ทำงานแบบสิ้นหวังมาตลอด ..  แต่เมื่อสองปีที่แล้ว ...มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไป ...เกิดกับผู้เขียนค่ะ  วันหนึ่งผู้เขียน ก็ได้เจอกับ ผู้ป่วยที่แพทย์ส่งมา ให้บำบัด สุรา ...

     แน่นอนค่ะ การพบกันครั้งแรก ...ผู้ป่วยชายวัย 40 เศษๆ  เหงื่อโทรมทั้งตัว ..มือสั่นเทา ท่าทีกระสับกระส่าย.. ภายใต้จิตใจที่มีอคติ .. ผู้เขียนรู้สึกสังเวช.. ความเชื่อจากภายใต้จิตใจว่า case นี้ สิ้นหวังแน่ ... จากการใช้แบบประมาณ ภาวะ withdrawal (แบบประเมินภาวะ ถอนพิษสุรา) พบว่า  คะแนนค่อนข้างสูง จัดว่าอยู่ในระดับ รุนแรงและต้อง นอนพักในโรงพยาบาล ...

    ในวันแรกที่คุยกับลุงเสา(ขอใช้ชื่อสมมติ ว่าลุงเสานะคะ)  ลุงไม่ได้มีความตั้งใจจะเลิก เลย เพียงแต่จู่  ญาติพบว่าเป็นลม และชักเกร็ง จึงพามาโรงพยาบาล   ประเมิน stage of changes อยู่ในขั้น ปฏิเสธ ไม่นึกว่าพฤติกรรมการดื่มของตนเป็นปัญหา  ผู้ป่วยรู้สึก ตนเองเป็นผู้หาเงินได้ ก็ย่อมมีสิทธิ์ ใช้เงินตามใจตัวเองบ้าง ... การที่ภรรยาและลูกไม่ยอมรับการดื่มของตัวเอง ก็เป็นความผิดของพวกเขาเอง ตนก็ดื่มมาตั้งนาน  ยังรับไม่ได้อีก ...ญาติและบุคคลอื่น ๆ ก็   จุ้นจ้าน วุ่นวายกับชีวิต  แกมากเกินไป  โอย  ร้อยแปดพันเก้า  กับคำพูดที่แกคิดว่าเป็นเหตุผล ของแกค่ะ

     ผู้เขียนต้องใช้ความใจเย็นกับลุงคนนี้มาก ในวันแรกใช้เวลากับคุณลุง แกชั่วโมงครึ่งเต็ม ..ผู้เขียนบันทึกความคิดเห็น ใน progress note ว่าผู้ป่วยไม่พร้อม ที่จะบำบัด   stages of changes อยู่ในขั้น denial เห็นควร ประเมินซ้ำ เมื่ออาการ ถอนพิษสุราลดลง  ก่อนที่จะแยกจากกัน ผู้เขียนมองหน้าแกนิ่ง ๆ พูดกับลุงคนนี้ว่า

คุณลุงเสา  หมอขอถามอะไร ลุงตรง ๆ  หน่อยนะ  ลุงพยักหน้า      

 ชีวิตของลุง  ยังมีอะไร  ที่ยังไม่ได้ทำไหม  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อ ตัวเอง  เพื่อลูก  หรือ เพื่อ เมีย   ลุงทำหน้า งง อึ้ง ๆ

ผมก็ไม่รู้สิ  ลุง ดูงง ๆ กับคำถามนี้

ลุงมีอะไร ที่อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำมีไหม ..  ลุงเงียบ ไปนาน

ก็มี นะครับ   เงียบเหมือนคิด ผู้เขียนนั่งมองแก เงียบ ๆ แล้วขยายคำพูดของตัวเอง ว่า

หมอหมายความว่า   นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ชีวิตของคุณลุงก็เหมือนกับเดินถอยหลัง แล้ว เวลาของคุณลุงเหลือน้อยแล้ว  ตราบใดที่คุณลุง ยังไม่รู้ตัวว่าสิ่ง นำตัวเองไปเผชิญคืออะไร      

คุณลุงใช้ชีวิต เหมือนกับนำตัวเองไปสู่ความตายเร็วขึ้น คุณลุงป่วยขนาดนี้ ยังไม่รู้ตัวอีก ว่าเหล้าที่ตัวเองกินเข้าไป ทำให้ชีวิตตกอยู่ในอันตรายแค่ไหน  ตับก็แย่แล้ว  ไต หัวใจก็จะแย่ตาม  ไหนจะสมองลุงอีก นี่ยังไม่นับ ความเสี่ยงอื่น ๆ อย่างเรื่องอุบัติเหตุ อีกนะ  

 ถ้าคุณลุงยังไม่ได้คิดไว้  หมอว่าคุณลุงเริ่มคิดได้แล้วล่ะ

คุณลุงยังจะได้นอน รพ.อีกหลายวัน ..ถ้าคุณลุงคิดได้  เมื่อไหร่  กลับมาคุยกันนะคะ ...หมออยู่ที่ห้องนี้แหล่ะค่ะ

หลังจากแกออกไปแล้ว ..ผู้เขียน ก็จมนิ่งเนิ่นนาน  รู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไป  รู้สึกผิด...แต่ไม่ทราบว่าจะทำยังไง ให้ลุงแกหลุดออกจากสภาวะ Denial ปฏิเสธ อย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมรับว่าป่วย หรือไม่ยอมรับการช่วยเหลือ

            สองวันต่อมา ...ลุงหน้าตาแกแจ่มใสขึ้น.. ถือชาร์ตผู้ป่วย เดินเข้ามาหาผู้เขียนที่ clinic พอพูดคุยถามไถ่ สัพเพเหระ แล้ว ..ลุงแกก็โพล่งขึ้น ..  

หมอครับ ...ช่วยผมด้วย  แล้วแกก็ร้องให้ ปล่อยโฮออกมา  ผู้เขียนกำลัง งง ๆ อยู่    

ผมอยากเลิกได้ จริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ 

 ชีวิตผมยังมีอีกหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้ทำ  ลูกผม เป็นสาม เป็น สี่ จะทำยังไง  ถ้าไม่มีผม   ผมอยากเห็นอนาคตเขา 

      แล้วเรื่องราว  หลาย ๆ อย่างก็หลุดออกมา จากประวัติ ส่วนที่แก เก็บงำเอาไว้  ชายผู้นี้ เก็บความทุกข์ไว้ มากมาย  การระบายทางเดียวที่เขานึกถึง คือการดื่มเหล้า .. ทุกข์...ดื่มเหล้า ..เครียด ดื่มเหล้า .. นี่สุดพอติด ก็สุดที่จะดึงตัวเองในหลุดพ้นไปได้ ...ฟังแกระบายความรู้สึก เกือบชั่วโมง ก็อธิบายให้แกรู้ถึง ขั้นตอน วิธีการเลิกสุรา ..สิ่งที่แกต้องเผชิญ และ ให้การบ้านไป .. นัดเข้าโปรแกรมบำบัด ..

ลุงเสา แกบอกว่า วันนั้นหลังจากที่ผู้เขียนพูดไป ตอนแรกแกรู้สึกไม่พอใจ ต่อมาโดยระยะเวลาที่ยืดออก ลุงแกก็ไปนอนคิด  และความรู้สึกเปลี่ยนไป ...แกรู้สึกผิด รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลง  อยากเลิกเหล้าได้ แกบอกว่า ในหัวแกได้ยินแต่คำว่า  เวลาลุงเหลือน้อย  ถ้ายังไม่คิด ก็คิดได้แล้ว   หลังจากวันนั้น ลุงเสาก็มาตามนัดทุกครั้ง ทำแบบฝึกหัดอย่างตั้งใจ  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแก ทำให้ผู้เขียนรู้สึก  ชื่นใจจริง ๆ 

ปีกว่าหลังการบำบัด ผู้เขียนไปเจอลุงแกที่ตลาด ..หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มากับลูกชายวัยรุ่น ...แกทักทายด้วยเสียงอันดัง ว่ายินดีเหลือเกินที่ได้เจอ และชื่นชมลูกชายว่าไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และได้เรียนทุนด้วย  และขอบอกขอบใจ คุยกันสัพเพเหระหลายเรื่อง ก่อนจากแกพูดเบา ๆ ที่ได้ยินกันแค่ สามคนตรงนั้นขอบคุณหมอ มากครับ ในวันนั้น ถ้าหมอไม่ได้ช่วยเตือนสติผมไว้  ผมไม่รู้ว่ายังเป็นอย่างไรในวันนี้

"ผมยังจำได้ครับ เวลาผมเหลือน้อยแล้ว ถ้ายังไม่ได้คิด ก็เริ่มได้แล้ว"   น้ำเสียงแกสั่นเครือในตอนท้าย ..มีเพียงผู้เขียน กับคุณลุงเท่านั้น ที่ทราบว่า เราพูดอะไรกันไป  

    สิ่งที่เรียนรู้ .. ผู้เขียนรู้สึก ...จุดเปลี่ยน มันช่างง่อนแง่นและอยู่บนเส้นด้าย ... ระหว่าง สำเร็จ กับ ล้มเหลว  เทคนิค doubting หรือ การท้าทาย เป็นเทคนิค ต้องห้าม และไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกคน ..  ผู้เขียนอาจแค่โชดดี ที่ลุงเสาแกเป็นกลุ่มคนประเภท บัวปริ่มน้ำ   ถ้าไปเจอบัวใต้น้ำ น่ากลัวจะเจอ ข้อร้องเรียนเป็นแน่ ..อิอิอิ.

ขอปิดท้ายอีกนิดค่ะ ตอนนี้ผู้เขียนมีทัศนคติที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการบำบัด สุราและบุหรี่แล้วค่ะ และช่วยได้หลายคนแล้วค่ะ....