เงินอยู่รอบตัว..คุณก้มลงเก็บเป็นรึเปล่า
| เงินอยู่รอบตัว..คุณก้มลงเก็บเป็นรึเปล่าสูตรความรวยของคนเราไม่ใช่แค่ต่อยอดให้ตัวเอง แต่ผมให้ความสำคัญกับคำว่า คอนเนคชั่นสูงมากเป็นอีกหนึ่งหนุ่มฮอตที่ไม่ว่าจะจับงานอะไร เงินก็ไหลมาเทมาไปเสียทุกเรื่อง เรากำลังพูดถึง "ณวัฒน์ อิสรไกรศีล" พิธีกรและเจ้าของรายการท่องเที่ยวอย่าง "เปิดเมืองแปลก" และพิธีกรรายการ "คุยแหกโค้ง" "ก่อนถึงจันทร์" และรายการ "ก๊วนข่าวเช้าวันหยุด" รวมถึงเป็นเจ้าของบริษัทโบอิ้ง ฮอลิเดย์ แน่นอนงานเยอะ เงินย่อมไหลเข้ามามาก เพราะณวัฒน์เชื่อว่าเงินมีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง อยู่ที่ว่า คุณจะก้มลงเก็บเป็นรึเปล่า ข้อสำคัญคุณควรเดินไปเก็บด้วยตัวเอง อย่าให้คนอื่นเอาเงินมาให้คุณ เพราะถ้ารอให้เขาหยิบให้คุณ มันก็จะขาดๆ หายๆ"เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผม เพราะมันอาจจะอยู่กับเราไม่นานถ้าเราบริหารจัดการไม่ดี แต่ถ้าเราบริหารเงินให้อยู่ในกระเป๋าเราได้ เราก็มีความสุขได้ ข้อสำคัญต้องทำตัวเราให้มีคุณค่า เป็นประโยชน์ของสังคม ก็มีความสุขได้ เมื่อเราทำตัวให้มีคุณค่า เงินก็จะไหลมาเทมาเอง สำหรับผมเงินเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับถัดมา สูตรความรวยของคนเราไม่ใช่แค่ต่อยอดให้ตัวเอง แต่ผมให้ความสำคัญกับคำว่า คอนเนคชั่นสูงมาก" แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก แต่ณวัฒน์เล่าถึงการใช้เงินแต่ละเดือนว่าทุกวันนี้ใช้อย่างมีเหตุมีผลและนึกถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยเฉพาะปัจจุบันเงินที่หมดไปจะนึกถึงสุขภาพเป็นหลัก แต่โดยเฉลี่ยเวลามีรายได้เข้ามาก็จะใช้จ่ายประมาณ 25% เขาบอกว่าอาจจะมีบางครั้งที่ค่อนข้างใช้เงินเยอะ แต่ไม่ฟุ่มเฟือย เพราะคำว่าฟุ่มเฟือยคือใช้ไปแล้วไม่มีประโยชน์ ไม่มีสาระ แบบนั้นไม่ใช่เขาแน่ บางทีอาจจะหมดเงินก้อนหนึ่งซึ่งเป็นเงินไม่น้อย แต่ถ้าเห็นว่าเราได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ถือว่าไม่ฟุ่มเฟือย ที่ผ่านมา ณวัฒน์บอกว่า เงินที่ใช้ไป ไม่ได้ใช้กับเรื่องสะเปะสะปะ ส่วนใหญ่หมดเงินไปกับการทำงาน บางคนอาจจะบอกทำไมต้องใช้รถแพง แต่เนื่องจากเขามีประสบการณ์รถคว่ำ 2 ครั้ง เพราะฉะนั้นจะเลือกรถที่มีระบบความปลอดภัยสูง แพงหน่อยแต่ขอให้ปลอดภัย หรือบางคนบอกซื้อบ้านใหญ่ไปรึเปล่า ณวัฒน์บอกว่าบ้านเป็นสินทรัพย์ที่ติดตัวเราไปจนตาย อีกอย่างรสนิยมและวัฒนธรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาจึงรู้สึกว่าตรงนี้ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย "คนเราพอวัยมากขึ้น ก็เริ่มทำอะไรที่นึกถึงสุขภาพมากขึ้น แต่ก่อนอาจจะสิ้นเปลืองไปกับการเที่ยวเตร่สังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่เดี๋ยวนี้จะหมดเงินไปกับค่าฟิตเนส ค่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เรียกว่าเป็นการใช้เงินเพื่อสุขภาพมากขึ้น ผมว่าพอถึงวัยหนึ่ง เราก็ใช้ชีวิตเปลี่ยนไป" และสำหรับชีวิตคนเดินทางอย่างเขา จึงให้ความสำคัญกับการประกันความเสี่ยงค่อนข้างมาก ทุกวันนี้ ณวัฒน์ซื้อประกันค่อนข้างเยอะ เพราะเคยมีประสบการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุมาแล้ว เสี่ยงชีวิตมาเยอะ ทำให้รู้ดีว่าเมื่อมีวิกฤติเกิดขึ้นกับชีวิต ถ้ามีประกันชีวิตเราไม่ต้องจ่ายอะไรเลย"ถือว่าตอนนั้นเราตัดสินใจถูกที่ทำประกันไว้ ยิ่งมาเห็นกรณีที่เครื่องบินเพิ่งเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้โดยสารใช้บัตรเครดิตซื้อตั๋วเครื่องบิน พออุบัติเหตุก็ได้เคลมไปถึง 20 ล้านบาท เห็นมั้ยว่าการใช้บัตรเครดิตในบางสถานการณ์ก็มีประโยชน์ ไม่ได้มีแต่ข้อเสียเสมอไป" ณวัฒน์บอกว่าการใช้บัตรเครดิตนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ในโอกาสไหน ถ้าบางสถานการณ์เวลาพกบัตรเครดิตแล้วทำให้รู้สึกปลอดภัยและมีสิทธิประโยชน์มากขึ้น ก็ควรจะใช้ เช่นซื้อตั๋วเครื่องบิน 4 พันเท่ากัน แต่พอเกิดอะไรขึ้นมาครอบครัวคุณยังได้เงิน 20 ล้านบาท แน่นอนของแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีใครกำหนดได้ ดังนั้นเราต้องเตรียมหาความมั่นคงให้ครอบครัวและคนที่อยู่ข้างหลัง "เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ถ้าบางประเทศที่เรื่องการแลกเปลี่ยนเงิน การชาร์จเงิน การซื้อของยังไม่ได้มาตรฐาน แบบนั้นคุณก็ไม่ควรใช้บัตรเครดิตรูด และบางประเทศเขาสามารถเอาบัตรเราไปรูดได้สบายๆ ถ้าเขารู้ตัวเลขแค่ไม่กี่ตัว เพราะฉะนั้นความเห็นส่วนตัวคือ ตัวเลขพวกนี้มันเป็นความลับทางการเงิน บางคนอาจจะชอบเทคโนโลยีและความทันสมัย แต่พวกนี้มันเป็นดาบสองคม อาจทำให้เราเสียหายได้ ฉะนั้น รักจะใช้ ก็ต้องรู้จักใช้ให้ปลอดภัย เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพเยอะมาก ควรจะใช้เฉพาะในกรณีที่เป็นเรื่องมาตรฐาน เช่น จ่ายโรงแรม ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ แต่บางกรณี เช่น ชอปปิงในบางจุดที่ล่อแหลม เราก็ต้องเลือกใช้ให้ปลอดภัย ไม่ใช่รูดดะ และเมื่อพกบัตรเครดิตก็ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ" สิ่งหนึ่งที่ณวัฒน์ค่อนข้างมองสวนทางกับคนอื่นคือ เขาคิดว่าถ้ายังไม่พร้อม อย่าเพิ่งซื้อบ้าน เพราะเขาไม่อยากเป็นหนี้ แต่หากเป็นเรื่องของการขยายธุรกิจ เขาจะคิดอีกแบบหนึ่ง เพราะหากต้องเป็นหนี้เพื่อให้ธุรกิจโต และดูแล้วว่ามีความเสี่ยงที่ไม่มากเกินไป ธุรกิจมีศักยภาพเติบโต อันนั้นเขาอาจจะยอมเป็นหนี้แบงก์ก็ได้"ตั้งแต่เด็กผมใช้ชีวิตแบบตะเกียกตะกาย ไม่มีอะไรจะกิน เป็นภาพแห่งความโหดร้าย พอเรามีวันนี้ได้ เราไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากกลับไปเป็นหนี้อีกแล้ว จากชีวิตที่ผ่านมา ทำให้รู้แล้วว่าเส้นทางชีวิตมันมีตรงไหนเสี่ยงบ้าง เราก็ไม่อยากเสี่ยงอีก ถ้าเลี่ยงได้เราก็พยายามเลี่ยง และใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้มีวิธีการใช้เงินอย่างถูกต้อง ทุกวันนี้ผมมองว่าไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง เศรษฐกิจไม่มีวันดับ การเงินไม่มีวันหยุด เงินทองไม่ใช่ของหายาก เชื่อผมเถอะ แต่ถ้าไม่เชื่อ แปลว่าคุณมองเรื่องการบริหารเงินยังไม่เป็น คุณยังเสียโอกาสและยังเดินไม่ถึงเส้นชัย แต่ถ้าคุณเชื่อผมแล้วคิดตาม ค่อยๆ เดินไปก็จะเห็นอย่างที่ผมพูด" แง่คิดและมุมมองของณวัฒน์ อาจจะทำให้ใครหลายคนที่วันนี้ยังเดินไม่ถึงเส้นชัยของตัวเอง ลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขา มองหาคุณค่าของตัวเอง แล้วมุ่งมั่นเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง |
สวัสดีครับ
ข้อเขียนนี้ดีมากเลยครับ ผมอ่านแล้วได้แง่คิดดีๆมากเลย ผมมองข้ามศักยภาพและคุณค่าของตัวเองโดยคิดว่าตัวเราคงทำไม่ได้ และในเรื่องการใช้จ่ายอย่างไม่มีเหตุผลและคุ้มค่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินอยู่กับเราไม่นาน......