เมื่อเครื่องจักร...ทำให้วิถีชีวิตของชาวนาเปลี่ยนแปลงไป

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวนาเริ่มมีการเกี่ยวข้าวกันแล้ว โดยเฉพาะข้าวเบา ซึ่งจะสุกก่อนข้าวหนัก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการทำนาหลายอย่าง เนื่องจากบ้านผมเองก็เป็นชาวนา พ่อทำผมนามานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่หลังจากที่ผมซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องจบและมีงานทำ นาจึงปล่อยให้เขาเช่า โดยได้ค่าเช่าเป็นข้าวปีละ 1 เกวียนแทน

ความเปลี่ยนแปลงที่ผมกล่าวถึงคือเรื่องของการเกี่ยวข้าว เป็นเวลา 2 ปีมาแล้วที่ผมไม่เห็นคนรับจ้างเกี่ยวข้าวมาอยู่ในตำบล เพราะทุกปีคนรับจ้างเกี่ยวข้าว หรือที่เรียกกันว่า "แขกเกี่ยวข้าว" จะมาอาศัยบ้านในหมู่บ้านหรือตามยุ้งเก่าๆของคนในหมู่บ้านผมเพื่อรับจ้างเกี่ยวข้าว

หากผมจะแบ่งวิถีชีวิตของชาวนาในจังหวัดตราด โดยใช้เรื่องของการเกี่ยวข้าวแบ่ง คงจะแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะใหญ่ๆคือ

ระยะที่1 เมื่อประมาณกว่า 15 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมยังเด็กๆ ชาวบ้านจะลงแขกเกี่ยวข้าวหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็ห่อข้าวกันไปกินกันเองในมื้อกลางวัน แต่มื้อเย็นเจ้าของนาจะเลี้ยงตอบแทน 1 มื้อ ซึ่งกับข้าวส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารจากปลา เพราะว่าช่วงดังกล่าวน้ำในห้วยหนองจะแห้ง ชาวบ้านก็จะออกไปจับปลากันด้วย ตอนเย็นหลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ บรรยากาศดังกล่าว ผมเองก็ได้สัมผัสอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิต

ระยะที่ 2 เริ่มมีคนรับจ้างจากต่างถิ่นเข้ามารับจ้างเกี่ยวข้าว คงเริ่มมาประมาณ 15 ปีได้แล้ว คนส่วนใหญ่จะมาจากเขตภาคกลางแถวจังหวัดปทุมธานี อยุธยา เข้ามารับจ้างชาวบ้านเกี่ยวข้าว โดยมาแต่ละกลุ่มประมาณ 10 คน โดยคิดค่าเกี่ยวเป็นไร่ มาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านประมาณ 2 เดือนคือเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมแล้วก็จะกลับ แขกเกี่ยวข้าวเหล่านี้ทำให้ร้านค้าในหมู่บ้านขายดีไปตามๆกัน ซึ่งเมื่อเกี่ยวข้างเสร็จจะมีการลงแขกนวดข้าวกัน โดยในหมู่บ้านของผมจะแบ่งคนออกเป็น 2-3 ชุด เพื่อไปลงแขกนวดข้าว จำนวนชุดที่แบ่งขึ้นอยู่กับจำนวนสีฝัดข้าว (เป็นเครื่องมือที่ใช้แรงลมทำความสะอาดเมล็ดข้าว)ภายในหมู่บ้าน ซึ่งบ้านผมเองก็มีอยู่ 1 ตัว สภาพยังดีอยู่แต่ไม่ค่อยได้นำมาใช้งานจริงแล้ว ไว้จะนำภาพมาให้ชมกันครับ

ระยะที่ 3 มีมาประมาณ 5 ปีแล้ว แต่ที่เห็นชัดเจนอยู่ประมาณ 2 ปี ระยะนี้จะเป็นการเกี่ยวข้าวโดยใช้รถเกี่ยวพร้อมนวด ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของนาจะชวนเพื่อนบ้านเพียง 1-2 คนมาช่วยเท่านั้น ทำให้บรรยากาศการลงแขกทำกิจกรรมได้หายไปจากหมู่บ้าน ระบบการจ้างถูกเข้ามาทดแทน แขกเกี่ยวข้าวก็สูญหายไปจากหมู่บ้าน วิถีการผลิตของชาวนาแม้จะง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แต่ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนจะน้อยลง

ผมเองยังคงชอบบรรยากาศการลงแขกเก่าๆ ของหมู่บ้านอยู่   ที่แต่ละคนเอาใจมาช่วยกันทำงาน เมื่องานเสร็จก็กินข้าวกันสักมื้อ อาหารก็เป็นอาหารพื้นบ้านที่หาได้จากธรรมชาติ ด้วยความหิวบวกความเหนื่อย ทำให้อาหารแต่ละมื้อนั้นเป็นอาหารที่อร่อยมากๆ แต่ละคนก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน อาจจะมีเหล้าขาวสักเล็กน้อยที่กินพอเป็นกระสัยไม่ถึงกับเมามาย แต่ปัจจุบันด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย ทำให้วิถีชีวิตของชาวนาจังหวัดตราดเปลี่ยนแปลงไป