วันนี้ 29  ต.ค. หลังจากเลิกประชุมจากอาคารสำนักงานอธิการบดี  ดิฉันอาศัยนั่งรถเก๋งของอาจารย์สุรพล (ผศ.ดร.สุรพล  ตั้งวรสิทธิชัย) ซึ่งมาประชุมพร้อมกันเพื่อกลับยังคณะฯ

          ระหว่างทาง (ในรั้วมน.) ตรงเลี้ยวโค้งหน้า โรงพยาบาล มน.  ก็ประสบเหตุ เห็นนิสิตหญิงคนนึง นอนล้มคว่ำ พร้อมรถมอเตอร์ไซค์  และเห็นรถเก๋งที่คงจะชนกันจอดอยู่  หันหัวเหมือนกำลังจะออกรถจากที่จอดข้างทาง (ริมถนน)

          อาจารย์สุรพลรีบจอดรถใกล้ๆ  เพื่อลงไปช่วยเหลือ หลังจากรถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ  อาจารย์สุรพลก็กลับมาเล่าให้ดิฉัน (ซึ่งไม่กล้าลงไปดู) ฟังว่า ท่าทางขาจะหัก เห็นกระดูกโผล่ขาวเชียว แต่นิสิตที่ได้รับอุบัติเหตุก็รู้สึกตัวแล้ว  โชคดีที่อยู่หน้าโรงพยาบาล คงรักษากันได้ทันควัน

          เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ดิฉันก็ได้ทราบข่าวว่า มีนิสิตหญิง (ปี 4 แล้ว เพิ่งไปทำเรื่องขอจบ) ก็จบชีวิตที่หน้า ม. จากรถมอเตอร์ไซค์ที่ล้มคว่ำ บนถนนใหญ่ เช่นกัน

          ดิฉันรู้สึกหดหู่ใจมาก  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ รู้สึกว่า เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ดิฉันคาดเดาได้อย่างแน่นอนล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเกิด (แม้ไม่ใช่หมอดู) ก็สิ่งบอกเหตุต่างๆ เห็นตำตาอยู่ทุกวัน

  • สภาพการจอดรถ ณ ที่ที่เป็นทางโค้ง ทางแยก ตลอดแนวถนน
  • สภาพการขับรถอย่างไร้ระเบียบวินัยของนิสิต แทบจะทุกคนก็ว่าได้
  • สภาพไร้กฏ  ไร้ข้อบังคับ ไร้มาตรการรองรับความเสี่ยง ในทุกด้าน

           การลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ มันเกี่ยวกันอย่างแน่นอนกับสุขภาวะที่ดีของนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัย ที่ที่ คนส่วนใหญ่เป็นคนที่มีสุขภาพดี มีปัญญาดี ไม่เป็นโรค  และยังเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต

          ดิฉันฝันอยากให้มหาวิทยาลัย รณรงค์เรื่องวินัยในการขับรถของนิสิตอย่างจริงจัง  จริงจังเรื่องนี้เรื่องเดียวก็พอ (ถมถืด)  ถ้าสามารถฝึกให้เป็นอย่างทหารได้ยิ่งดี  หรือเอาโทษอย่างจริงจังสำหรับผู้กระทำผิด  อย่างคนสิงคโปร์   (ซึ่งเราก็ไปดูงานกันมาจนเบื่อ  แต่ก็ไม่เห็นทำได้อย่างเขา)

          ดิฉันฝันว่า  สักวันหนึ่ง เมื่อมีใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในรั้ว มน. ก็จะรู้สึกได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยอย่าง 100%  โดยเฉพาะปลอดจากภัยขั้นพื้นฐาน  คือ อุบัติภัยจากการขับรถ  

          ชื่อเสียงของ มน. ลือกระฉ่อนไปทั่วประเทศ  เหล่าบรรดา  พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ต่างก็แย่งกันเอาลูก เอาหลาน มาฝากเรียนที่ มน.  จนรับกันไม่หวาดไม่ไหว  ต้องคัดแต่คนดี มีวินัย ที่พ่อแม่ฝึกมาดีแล้วเท่านั้น  จึงจะเข้าเรียนที่นี่ได้  

          เอ๊ะ!!  ดิฉันเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว  นี่ดิฉันฝัน กลางคืน  ทั้งๆ ที่ตื่นอยู่นี่นา.......