เป็นเรื่องที่น่าขำ สำหรับตนเอง... ว่าเกิดขึ้นได้ไง...

ก่อนเที่ยงได้รับโทรศัพท์เป็นเจ้าของอพาทเม้นท์แห่งหนึ่ง   

ย่านบ้านท่าขอนยาง   จังหวัดมหาสารคาม    แจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลาช่วงบ่าย  พบว่ามีเด็กชายวัย 9 ขวบ  เข้ามาหยิบเงินในลิ้นชักร้านขายของชำของตนเอง  หายไป 16,00 บาท  และเป็นเด็กแถวบ้านเคยรู้จัก  และทราบว่า ทางกองกิจการนิสิต มมส.   เคยให้ความช่วยเหลือกับเด็กรายนี้ด้วย 

 จึงนึกย้อนเรื่องราว  ที่ผ่านมา   เด็กรายนี้  เคยเข้าไปหยิบกระเป๋าสตางค์ของนิสิต  ในมหาวิทยาลัย ฯ   จึงได้นำเด็กไปส่งที่บ้านและประสานงานกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ในการเข้าไปดูแลกับเด็กรายนี้ต่อไป จากวันนั้นจนถึงวันนี้  เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เด็กมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น อยู่กับบ้าน  เชื่อฟังพ่อแม่ และไม่ได้เข้ามาเดินเที่ยวภายในมหาวิทยาลัยแล้ว

จนกระทั่งวันนี้ที่ผู้เดือดร้อนแจ้งมาว่า  เกิดปัญหากับตนเอง  เลยสอบถามว่าจะต้องการให้ทำอย่างไรบ้าง  และจากการที่ไปเข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่เด็ก  พบว่าบ้านอยู่กลางทุ่งนา ลักษณะเป็นกระท่อม  คงจะไม่เอาเรื่องกับเด็กแต่อยากให้ความช่วยเหลือเด็กในการส่งต่อไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ   เพื่อที่เด็กจะได้รับการคุ้มครอง ที่ดีขึ้น

จากนั้นจึงได้รับเรื่อง  และจะประสานงานกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมหาสารคาม  เมื่อต่อสายไป  บันทึกชื่อเจ้าหน้าที่ไว้ที่เครื่องโทรศัพท์ ตนเองเข้าใจว่า     เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกับ CASE รายนี้    จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้รับสายก็บอกว่าผมไม่รู้เรื่อง  ไม่รู้จักเด็กเลย   เราก็พยายามเล่าให้ฟังว่า ....

          เราเคยไปเยี่ยมครอบครัวเด็กรายนี้ด้วยกันไง    ผู้รับก็ตอบว่าผมไม่เคยไปเลย    ผมไม่รู้จัก....    ดิฉันยังถามเขาต่อไปว่าแล้วพี่จะคุยกับใครได้...   ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน  แล้วถามว่าแล้วพี่กำลังพูดกับกับใครได้    น้องเขาก็บอกชื่อ...ของน้อง ผมชื่อ...... นันหละสิ พี่ยังจำชื่อน้องได้เลย   พี่ยังสงสัยว่าทำไมน้องจำวันที่ไปติดตามเคสไม่ได้   ...น้องเขาบอกว่าผมไม่เคยไปกับพี่เลย....งั้น พี่ขอถามว่า....น้องอยู่ที่ไหน...ผมอยู่หอพักครับ...นั่นหละสิ  ถึงได้อธิบายอย่างไร น้องก็งงไปหมด   .....อุทานว่า...ตายแล้ว..พี่ต้องขอโทษจริงงๆ 

  พี่เข้าใจ...ว่า เป็นน้องที่เคยประสานงานเรื่องเด็กไว้....เพราะชื่อเหมือนกัน.........หน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บเลย..  .พึ่งเกิดเหตุการณ์กับตนเองเป็นครั้งแรก...เป็นไปได้อย่างไร..  ไม่ทราบว่าท่านอื่นเคยพยเคยเจอเรื่องหน้าแตก  อย่างผู้บันทึกหรือเปล่า  ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะคะ

ต่อไปคงจะต้องรอบคอบมากกว่านี้  จะได้ไม่หน้าแตกอีก....