การกินอาหารไขมันสูงจะช่วยให้อาหารอร่อยมากขึ้น ทำให้กินได้มากแต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่กินไขมันแต่ไม่ยักอ้วน ขึ้นอยู่กับวิธีการกินด้วยความหิวของคนเรา เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงถึงระดับหนึ่งสมองจะสั่งงานว่า ”หิว” เมื่อได้กินอาหารไปสักพักน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง สมองก็สั่งงานออกมาว่า ”อิ่ม” <p> </p>ปัญหาของความอ้วนอยู่ตรงที่ว่าสมองมักจะตอบสนองต่อการสูงขึ้นของน้ำตาลค่อนข้างช้า น้ำตาลสูงขึ้นประมาณ 15 นาทีแล้วสมองเพิ่งจะสั่งการและการที่สมองสั่งการช้าอย่างนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยกินอาหารเกินกว่าที่ตนเองต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กินอาหารเร็ว <p> </p><p>อาการกินเร็ว ถือช้อนไว้ตลอดเวลา อาหารอยู่ใกล้ปาก ตักโน่นตักนี่กิน เคี้ยวเร็วกลืนเร็ว อาหารเข้าสู่ท้องไปตั้งแยะจนย่อยไม่ทัน น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นช้ากว่าความเร็วที่อาหารลงกระเพาะ สมองที่ตอบสนองช้าอยู่แล้วกว่าสมองจะสั่งการว่าอิ่มได้ พลังงานที่ร่างกายได้รับก็อาจเพิ่มขึ้นไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์มากกว่าที่ร่างกายต้องการเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความอ้วนก็ไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ</p>คนอ้วนหรือคนที่กำลังจะอ้วน จึงมักจะเป็นคนที่กินอาหารเร็วได้รับอาหารเกินปกติโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว นั่งกินข้าวอยู่กับคนอื่นตนเองกินจานที่สองเข้าไปแล้ว หยิบกับข้าวโน่นนี่ใส่จาน เพื่อนร่วมโต๊ะที่ไม่อ้วนอาจจะยังกินจานแรกไม่เรียบร้อยเลยด้วยซ้ำ หากเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเห็นทีต้องหาทางหยุดเสียแล้ว เพราะหากปล่อยให้อ้วน การที่จะลดให้ลงมาเหมือนเดิมนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ใครที่สังเกตว่าตนเองกินอาหารเร็ว กำลังจะอ้วนหรืออ้วนแล้วก็ตามทีหากต้องการจะลด วิธีการที่ไม่ยากจนเกินไปนักคือ ต้องลดความเร็ว ของการกินลงให้ได้ต้องกินอย่างมีสติให้ความเร็วของการสั่งงานของสมองสอดคล้องกับความเร็วที่อาหารเดินทางลงกระเพาะสักหน่อย <p> </p><p>การกินช้า จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานพอเหมาะไปโดยอัตโนมัติ ใครที่อ้วนอยู่แล้วหรือกำลังจะอ้วน เห็นทีต้องเริ่มฝึกการกินช้า เหมือนอย่างที่กลุ่มมาโครไบโอติกหรือชีวจิตแนะนำนั่นแหละคือ ค่อยๆ เคี้ยว อย่างเช่นมีการแนะนำให้เคี้ยวอาหารแต่ละคำสัก 50 ครั้ง แต่ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องนับหรอกค่ะ</p>ตักอาหารเข้าปากแล้ววางช้อนไว้ข้างจานขณะเคี้ยวอาหารทุกครั้งจะทำให้ความเร็วในการกินลดลงไปได้เอง ค่อยๆ เคี้ยว ไม่ต้องรีบร้อนหากมีเพื่อนร่วมโต๊ะก็อาจจะคุยกับเพื่อน เพื่อละสมาธิออกจากอาหารหากกินอาหารได้หนึ่งคำ จิบน้ำไปพลาง จะทำให้กระเพาะเต็มเร็วในขณะที่น้ำตาลในเลือดค่อยๆ สูงขึ้นไปได้ <p> </p>อย่ากินจนรู้สึกอิ่ม แต่ให้กินจนกระทั่งรู้สึกว่าไม่หิวแล้วให้หยุดเพื่อให้กระเพาะมีช่องว่างสำหรับการย่อยได้ ตำราฝรั่งสอนวิธีการกินไม่ให้อ้วนเหมือนอย่างที่ศาสดาในศาสนาอิสลามสอนไว้เหมือนกัน นั่นคือ แบ่งกระเพาะไว้สามส่วนกินอาหารหนึ่งส่วน น้ำหนึ่งส่วน และปล่อยที่ว่างไว้หนึ่งส่วนร่างกายจะได้รับพลังงานพอเพียง ที่สำคัญก็คือพลังงานอาจจะน้อยกว่าที่เคยได้รับสมัยกินเร็วถึงเท่าตัวก็ได้ <p> </p><p>ลองกินอาหารสักจานโดยใช้เวลาสัก 20 นาทีดูบ้าง กินเพียงให้หายหิวแล้วหยุดหากทำได้อย่างนี้ พลังงานที่ได้รับต่อวันจะลดลง ความอ้วนที่เคยสะสมไว้จะเริ่มลดลงได้เองช้าๆ ลองทำดูนะค่ะ</p><p>นี่คือเคล็ดลับที่เพ้นท์หามาฝากในวันนี้ค่ะลองทำดูนะค่ะ เพราะเพ้นท์เห็นว่าใช้ได้ผลดีเลยเก็บมาฝากเพื่อนๆทุกคนค่ะ</p>
กินเร็วอ้วนเร็ว กินช้าอ้วนช้า
คนอ้วนหรือคนที่กำลังจะอ้วน จึงมักจะเป็นคนที่กินอาหารเร็ว
การกินช้า จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานพอเหมาะไปโดยอัตโนมัติ ใครที่อ้วนอยู่แล้ว หรือกำลังจะอ้วน เห็นทีต้องเริ่มฝึกการกินช้า เหมือนอย่างที่กลุ่มมาโครไบโอติก หรือชีวจิตแนะนำนั่นแหละคือ ค่อยๆ เคี้ยว อย่างเช่น มีการแนะนำให้เคี้ยวอาหารแต่ละคำสัก 50 ครั้ง แต่ในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องนับหรอกค่ะ
ลองกินอาหารสักจานโดยใช้เวลาสัก 20 นาทีดูบ้าง กินเพียงให้หายหิวแล้วหยุด หากทำได้อย่างนี้ พลังงานที่ได้รับต่อวันจะลดลง ความอ้วนที่เคยสะสมไว้ จะเริ่มลดลงได้เองช้าๆ ลองทำดูนะค่ะ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย จรัญ สุชาติพงษ์ · 19 ก.ค. 2548
Prof. Vicharn Panich · 19 ก.ค. 2548
นาย ศิวัช ทองด้วง · 19 ก.ค. 2548
Anonymous Anonymous · 19 ก.ค. 2548
กินเร็วอ้วนเร็ว กินช้าอ้วนช้า เคล็ดลับนี้ น่าสนใจค่ะ มีคนลองทำแล้วได้ผลหลายคน
ตอนนี้เห็นเพ้นทานแต่ของมีน้ำตาลเยอะนะ พยายามลดหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวการปรับพฤติกรรมจะไม่สัมฤทธิ์ผลนะ จะคอยเป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ สู้ๆๆๆ
สู้ๆๆจ้า
เคยทำวิธีนี้เหมือนกัน แต่ทำได้ไม่นานก้อต้องเลิก เพราะเคี้ยวได้ไม่กี่คำมันก้อไหลลงคอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก้อไม่รู้ และอีกอย่างถ้าหากกินข้าวคำน้ำคำมันก้อจะรู้สึกว่าที่กินเข้าไปจะออกกลับมา