รูปถ่ายที่นำมาให้ดูนี้ถ่ายจาก extended care ward ของรพ. 2 แห่ง ในแวนคูเวอร์ค่ะ ทั่ง 2 แห่งนี้ไม่มีคลินิกทำฟันค่ะ

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/DSCN0437.JPG  http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/DSCN0438.JPG

ตกแต่งทางเดิินและnursing stationเนื่องในวันฮัลโลวีนที่รพ.#1

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/DSCN6914.JPG

ทางเดินของรพ.#2 

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/DSC00259.JPG

เราจะไปออกตรวจกันตอนเช้า ตอนที่ผู้สูงอายุน่าจะเหนื่อยน้อยที่สุด เพราะนอนมาแล้ว (ถ้านอนหลับนะคะ) ผู้ช่วยทันตแพทย์จะไปถึงที่รพ.ประมาณ 8 โมง ไปจัดที่จัดทาง จัดอุปกรณ์ งานแรกคือ หาแฟ้มประวัติคนไข้ที่นัดไว้ให้ครบ วันนึงก็ประมาณ 8-18 คน แล้วแต่ว่าคนไข้ใหม่เยอะไม๊ ถ้ามีแต่คนไข้ recall หรือพวกขอตรวจเฉพาะก็จะเร็วหน่อย นัดได้เยอะคนขึ้น คนไข้ใหม่จะช้าเพราะต้องทำการตรวจแบบละเอียด (complete exam) บางรพ.จะดีมาก หาแฟ้มประวัติคนไข้มาให้พร้อมตั้งแต่พวกเรายังไม่มาถึง เพราะทางเราได้แฟกซ์รายชื่อให้แล้วล่วงหน้าวันนัด 1 วัน แต่บางรพ.ที่เค้่ายุ่งกันมากๆเพราะคนน้อย เราก็ต้องไปหาแฟ้มกันเองที่ nurse station ค่ะ 

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/DSCN6915.JPG 

พอได้แฟ้มมาหมดแล้ว  ผู้ช่วยทันตแพทย์ก็ตั้งคอมพิวเตอร์ โครงการของ UBC เก็บข้อมูลการตรวจทั้งหมดไว้ในระบบฐานข้อมูลอีเลคโทรนิคค่ะ

อ.ที่ปรึกษาของผู้เขียนใช้โปรแกรม MS ACCESS ทำระบบเก็บข้อมูลขึ้นมาชื่อ CODE หรือ Cinical Oral Disorders in Elders ใช้ดัชนีวัดสุขภาพช่องปากแบบที่เหมาะกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/medchart.JPG 

 พอหมอมาถึงสิ่งแรกที่ทำคือ อ่านแฟ้มประวัติผู้ป่วย (แฟ้มหนาใช้เล่นค่ะ) แล้วก็บันทึกลง dental chart ว่า

  • ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง
  • มียาที่ผู้ป่วยได้รับที่อาจมีผลต่อการดูแลรักษาทางทันตกรรมไม๊ เช่น coumadin หรือ bisphosphonates เป็น้ต้น
  • แพ้ยา หรือ สารอะไรบ้าง
แล้วก็ประเมินและบันทึกใน dental chart ว่า
  • ผู้ป่วยต้องการ antibiotic prophylaxis ไม๊
  • มีขีดจำกัดในการใช้ยาชาไม๊

ไว้เรื่อง chart review กับ การเขียนบันทึก การสั่งยา ต่างๆนี่จะเขียนแยกเป็นอีกบันทึกนึงละกันนะคะ

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/msj_exam.JPG

ลืมบอกไปค่ะว่าที่ รพ.#2 เค้าให้ห้องประชุมพยาบาลเราใช้ ถ้าคนไข้พอเข็นล้อมาได้ ก็จะตรวจกันที่นี่เลย

ในรูปนั้นผู้ชายคนซ้ายคืออาสาสมัครค่ะ เป็นคนพาคนไข้มาหาเรา แล้วก็เป็นล่ามด้วย เพราะรพ.นี้มีผู้ป่วยคนจีนเยอะมากค่ะ 

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/HF_exam.JPG  http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/HF_cart.JPG

แต่ที่รพ. #1 ไม่มีห้องใหญ่ๆให้เราค่ะ ธรรมดาจะใช้ห้องที่ว่างอยู่เป็นฐาน เพื่อเตรียมของและเก็บของ เคยมาหมดแล้วค่ะ เค้าให้ไปใช้ห้องทำผมมั่ง ห้องสมุดมั่ง ในรูปนี่ห้อง palliative care ที่ว่างอยู่ค่ะ

ที่นี่เราจะไม่รอคนไข้มาหาแต่เราจะ mobile ไปหาที่เตียงเองค่ะ ก็ใช้รถเข็นดังรูป แบกแฟ้มประวัติไปด้วยเพราะตรวจเสร็จแล้วเขียน progress note เลย จะได้ไม่ลืม หรือถ้าจะเปิดหาข้อมูลเสริมจะได้ทำได้

http://gotoknow.org/file/matana_gotoknow/HF_mirror.JPG

อุปกรณ์ช่วยที่รักที่สุดคือกระจกส่องในปากที่มีแสงไฟส่องออกมาจากกระจกเลยในตัว  (DentLite) ไม่ต้องถือไฟฉาย สบายมากๆค่ะ ด้ามมันใช้ได้ตลอด เข้่าเครื่องอบความดันได้ ตัวแหล่งกำเนิดแสงมาจากในแท่งนี้ ส่วนตัวกระจกเป็นพลาสติก ใช้แล้วทิ้ง ภาพสะท้อนชัดมากค่ะ ไม่มีปัญหาในการใช้เลย

พอผู้ช่วยทันตแพทย์ไม่ต้องมาถือไฟฉายให้เรา เค้าก็เป็นคนป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้เลยด้วย เราขน laptop ไปด้วยตลอดด้วยโต๊ะติดล้อที่เป็นที่วางอาหารให้ผู้ป่วยทานบนเตียงหน่ะค่ะ นึกออกใช่ไม๊ค่ะ ที่มันปรับขึ้นลงได้

----------------------------------------------

นี่แหละค่ะการออกตรวจสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยในรพ.ผู้สูงอายุในกรณีที่ไม่มีคลินิกทำฟันในรพ.นั้นๆ ผู้ป่วยที่นี่ก็เป็นโรคเรื่องรังมากมายค่ะ อยู่รพ.กันเป็นเดือนๆเป็นปีๆ ต้องคุมการติดเชื้อในช่องปากดีๆ ลดความเจ็บปวด ให้ทานข้าวได้  ให้นอนหลับ  

ผู้สูงอายุนี่ทานข้าวได้ นอนได้ นี่สำคัญมากๆนะคะ ไม่จำเป็นว่ามันจะง่ายๆเหมือนเราๆที่อายุน้อยกว่า ว่าแล้วก็ต้องไม่เหลิงไม่มองข้ามสิ่งที่เราเห็นว่าได้มาง่ายๆอย่างการกินการนอนเนอะค่ะ : )

ไว้คราวหน้าจะมาบันทึกเรื่องการรักษาผู้ป่วยข้างเตียง (ไม่ใช่แค่ตรวจ) อีกทีนะคะ

ปล. พวกอุปกรณ์พวกนี้ โดยเฉพาะกระจกส่องในปากเราใช้ใน การเยี่ยมบ้านได้ด้วยค่ะ ไม่ต่างกันมาก