เมินคนรวยคลังยันคุ้มครองเงินแค่ 1 ล.

สมหมายดันร่าง พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากเข้า สนช. 31 ต.ค.นี้ ชี้กำหนดวงเงินคุ้มครองขั้นสุดท้ายที่ 1 ล.เหมาะที่สุดแล้ว รับคลังงานหนักเหลือกฎหมายค้างท่อเพียบ นายสมหมาย  ภาษี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า  ในวันที่  31 ต.ค.นี้ ร่างพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยยืนยันว่าสำหรับเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากนั้น คงไม่มีการปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองเงินฝากขั้นสุดท้ายในปีที่ 5 จากที่กำหนดไว้ 1 ล้านบาทต่อ 1 บัญชีต่อ 1 สถาบันการเงิน อย่างที่มีการเรียกร้องให้เพิ่มเป็น 3 ล้านบาทต่อ 1 บัญชีต่อ 1 สถาบันการเงิน เพราะถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว ซึ่งครอบคลุมผู้ฝากเงินถึง 98.57% ของจำนวนผู้ฝากเงินทั้งระบบรวม 52,596,124 ราย (เป็นเงินฝากทั้งระบบรวม 6,559,378 ล้านบาท)  ส่วนปีแรกจะคุ้มครองเต็มจำนวน 100% และค่อย ๆ ทยอยลดเป็น 50 ล้านบาทในปีที่ 2  ลดเป็น 25 ล้านบาทในปีที่ 3 และลดเป็น 10 ล้านบาทในปีที่ 4   ตอนนี้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากประเทศอื่น ๆ เขาใช้กันหมดแล้ว คนมีเงินน้อยก็อยากให้รัฐคุ้มครอง  ส่วนคนที่โวยวายก็มีแต่พวกคนรวย ผมว่าแนวคิดแย่มาก คงต้องไปถามว่า แล้วพวกนี้เสียภาษีกันครบถ้วนหรือเปล่า” นายสมหมายกล่าว สำหรับการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก ยืนยันว่าในช่วงแรก ๆ จะยังให้สถาบันการเงินต้องส่งเงินสมทบในสัดส่วน 0.4% ของเงินฝาก ซึ่งปัจจุบันกองทุนฟื้นฟูได้รับเงินในส่วนนี้ปีละ 2 หมื่นล้านบาท   แต่อย่างไรก็ดี เมื่อสถาบันการเงินมีความเข้มแข็งมากขึ้นแล้วจะมีการทยอยลดสัดส่วนการนำส่งลง  อย่างไรก็ดี ขณะนี้กระทรวงการคลังยังมีกฎหมายอีก 7 ฉบับที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว อาทิ   ร่าง พ.ร.บ.เงินตรา, ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย, ร่าง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ และร่าง พ.ร.บ.กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างเจรจากับสมาคมนักบัญชี  นอกจากนี้ยังมีร่าง พ.ร.บ.เอสโครว์แอคเคาท์  ร่าง      พระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (ซีเคียวริไทเซชั่น) ที่อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน แม้ว่าจะผ่านวาระแรกไปแล้ว เหลือวาระ 2-3 โดยขณะนี้อยู่ในขั้นแปรญัตติ ซึ่งกระทรวงการคลังกำหนดไว้ว่าควรจะเรียบร้อยได้ไม่เกินวันที่ 22 ธ.ค.นี้   ยอมรับว่ากฎหมายที่ปมรับผิดชอบรวม  7  ฉบับ  ไม่รวมร่าง  พ.ร.บ.เงินตรา คิดว่าคงไม่ได้ผ่านทั้งหมด  แต่คงผ่านได้ประมาณ  5 ฉบับ  โดยที่เป็นห่วง ก็มีร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ที่มีการโต้แย้งกันอยู่  อันนี้ก็อยากให้ทันเข้า ครม.อังคารหน้า แต่ถ้าเข้าไม่ทัน ก็ไม่ต้องเข้าแล้ว” นายสมหมายกล่าวไทยโพสต์  โพสต์ทูเดย์  แนวหน้า  เดลินิวส์  ไทยรัฐ  คมชัดลึก  26  ต.ค.  50