จ.ส.อ.นพดล เหลื่อมกลาง4930123102621ประวัติและประสบการณ์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จ.ส.อ.นพดล เหลื่อมกลาง เกิดวันที่ 11 มกราคม 2515 ที่อยู่ 208/74 หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000 สถานภาพ สมรส ภรรยาชื่อ ส.อ.หญิง จันจิตร เหลื่อมกลาง มีบุตรด้วยกัน 2 คน อาชีพ รับราชการ (เหล่าทหารม้า) ตำแหน่ง พลขับรถถัง กระผมเกิดมาจากครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน อาชีพของบิดาและมารดา ทำนา ทำไร่ มีพี่น้อง 9 คน ตัวของผมเป็นคนที่ 8 พี่บางคนไม่ได้เรียนเนื่องจากครอบครัวยากจน แต่ผมโชคดีเป็นน้องจึงได้เรียนต่อ พอเรียนจบในระดับ ม.6 แม่ให้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่กระผมไม่เรียนเนื่องจากต้องการไปสมัครเป็นทหารอาสาสมัคร สังกัด กองพันจู่โจม จังหวัดลพบุรี เป็นเวลา 2 ปี จึงได้สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก เหล่าทหารม้า หลังจากเรียนจบเมื่อปี 2538 จึงได้บรรจุเข้ารับราชการสังกัด กองพันทหารม้าที่ 8 จนถึงปัจจุบัน จากวันบรรจุจนถึงปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าได้รับราชการมาแล้ว 13 ปีสิ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจที่สุด คือ- สามารถสอบแข่งขันเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก เหล่าทหารม้าได้- สอบเลื่อนฐานะจาก สิบเอก เป็น จ่า ได้- ทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจในตัวข้าพเจ้าได้สิ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจ คือ- ภรรยาสอบเข้ารับราชการได้- ข้าพเจ้ามีภรรยาและลูกที่น่ารักเข้าใจซึ่งกันและกัน ส.อ.หญิง จันจิตร เหลื่อมกลาง49301233102730ผู้บันทึก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภูมิปัญญาของครอบครัวของข้าพเจ้า</p> จ.ส.อ.นพดล เหลื่อมกลาง4930123102621 การทำผ้านวมการทำผ้าห่มนวมในสมัยก่อน ปู่ ย่า ตา ยาย จะทำผ้าห่มไว้ใช้เอง และแจกให้ลูกหลานไปใช้บ้าง คุณยายก็ทำไว้ใช้เองและถ่ายทอดให้แม่ทำด้วยตั้งแต่เด็กๆ จะเคยเห็นแม่ทำแล้วเก็บใส่ตู้ไว้มากมาย จะทำเช่นนี้เกือบทุกบ้าน การทอผ้าเพื่อทำห่มในสมัยก่อนจะทำเองทุกขั้นตอนวิธีการจะยุ่งยาก ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ซื้ใช้ทุกอย่างวิธีการทอผ้าสมัยคุณยายมีขั้นตอนดังนี้1. นำฝ่ายมาหีบเพื่อเอาเมล็ดออก2. ดีดฝ่ายให้เป็นสำลี3. ปั่นสำลีให้เป็นเส้นด้าย4. ใช้ไม้พัดให้เป็นใจ แล้วนำไปต้ม5. นำไปสาวค้นใส่ฟืม6. ขึ้นกี่ทอให้เป็นผืนผ้าเครื่องมือในการทำ คือ หีบ ดีด ล้อสำลี พัด ฟืม กี่ กระสวยวิธีทำผ้าห่มนวม ตัดผ้า 2 ชิ้น นำผ้าชิ้นแรกวางแล้วนำสำลีมาวางบนผ้าให้เต็มผืนใช้ผ้าอีกผืนมาวางบนสำลีใช้เข็มเย็บด้วยมือเป็นตารางกันสำลีเลื่อนหลุดให้ทั่วผืน จากนั้นเย็บม้วนริมทั้งสี่ด้านให้เรียบร้อย ผ้าห่มจะมีสีเป็นเอกลักษณ์ ใช้สีแดงด้านหนึ่งและอีกด้านหนึ่งจะใช้สีเหลือง แต่ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่นิยมใช้ผ้าห่มที่ทำสำเร็จมีขายทั่วไปในท้องตลาดซึ่งทำจากใยสังเคราะห์ มีคุณภาพ และดี สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ เพราะไม่มีฝุ่นเหมือนฝ่ายหรือสำลีสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาของครอบครัวจึงไม่มีคนสืบทอดเพราะทุกคนต่างก็ทำงาน จึงนิยมซื้อมาใช้มากกว่าทำเอง เพราะต้องใช้เวลาในการทำต่อไปคนรุ่นใหม่คงไม่ทราบว่า ปู่ ย่า ตา ยาย ทำผ้าห่มใช้เองอย่างไรถ้าไม่มีการสืบทอดหรืออนุรักษ์ไว้ นาง ปัทมพร การวุธวงศ์4930123102567 ประวัติและความประทับใจ ข้าพเจ้า นาง ปัทมพร การวุธวงศ์ เกิดวันที่ 26 มกราคม 2511 เกิดมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน อาชีพทำไร่ทำนา และค้าขาย ตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเล็กๆ และข้าพเจ้ามีพี่น้องท้องเดียวกัน 4 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน ข้าพเจ้าเป็นลูกคนโตของครอบครัว และต่อมาบิดาของข้าพเจ้าได้มารับราชการเป็นทหารอยู่ กองพันทหารม้าที่ 8 ในครอบครัวของข้าพเจ้านั้น จะลำบากมากโดยมีบิดาของข้าพเจ้าได้เงินเดือนเพียง 500 – 1,000 บาท ในสมัยเมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ข้าพเจ้าและน้องๆ เลิกจากการเรียนก็จะมาช่วยบิดามารดาค้าขายอาหารตามสั่ง และดูแลปลูกพืชผักสวนครัว บิดาของข้าพเจ้าก็จะไปหาปลาเพื่อที่จะนำมาขายช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว เพราะลูกๆ กำลังเรียน ข้าพเจ้าเอาเป็นลูกคนโตก็จะต้องช่วยเหลือบิดามารดาดูแลน้องๆ และช่วยมารดาขายผักสดและผลไม้หลังเลิกเรียนทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 น. ถึงเวลา 20.00 น.หลังจากที่ข้าพเจ้าเรียนจบ ม.6 นั้น ข้าพเจ้าก็ได้เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ ความใฝ่ฝันของข้าพเจ้านั้นก็อยากจะเรียนสูงๆ และมีงานที่ดีทำ แต่ก็ไม่สามารถได้เรียนเพราะว่าบิดาของข้าพเจ้าไม่สามารถส่งได้ และน้องๆ ก็กำลังเรียนรู้ข้าพเจ้าได้ทำงานในบริษัทขายเสื้อผ้าบุรุษ และก็ได้ย้ายกลับมาทำงานประจำถิ่นที่บ้านเกิด โดยที่มารดาต้องการให้กลับมาอยู่บ้าน และข้าพเจ้าได้สมรสมีครอบครัวโดยมีบุตร 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน หลังจากที่มีครอบครัวข้าพเจ้าก็ได้มาทำงานที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี และมีวันหยุดมากขึ้น สามารถดูแลครอบครัวได้สิ่งที่ข้าพเจ้าภาคภูมิใจ คือ- ข้าพเจ้าได้ทำงานช่วยเหลือผู้อื่นและประโยชน์ส่วนรวม- ข้าพเจ้าทำงานและได้ช่วยเหลือครอบครัว ทำให้ครอบครัวเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสิ่งที่ข้าพเจ้าภาคภูมิใจ คือ- ข้าพเจ้าสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน- ข้าพเจ้าสามารถดูแลเลี้ยงบุตรได้- ข้าพเจ้าสามารถดูแลบิดามารดาได้ เกื้อกูล จันทรมนตรีผู้บันทึก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภูมิปัญญาของครอบครัวของข้าพเจ้า</p> นาง ปัทมพร การวุธวงศ์4930123102567 นางบัวลิน การวุธวงศ์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/2 หมู่ที่ 1 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีอาชีพค้าขาย จากเดิมท่านเป็นชาวไร่ชาวนา และได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในเมืองโคราช ตั้งแต่ปี 2513 ท่านได้ทำอาชีพค้าขายมาตลอดจากการเริ่มต้นขายผักสดและผลไม้ที่ตลาด แต่ค่าใช้จ่ายไม่พอ เพราะท่านมีบุตรหลายคน ต่อมาท่านจึงได้ค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ที่บ้านพักของทางราชการแต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้น โดยการที่ผู้ซื้อจะค้างค่าอาหารไว้ก่อน รอจ่ายภายหลัง จึงทำให้ท่านขาดเงินที่จะนำไปลงทุนหมุนเวียน จึงได้เกิดการมีหนี้ขึ้น เพราะต้องนำเงินไปซื้อสินค้าสำหรับไว้ทำอาหารในวันต่อไป จึงทำให้ชีวิตของท่านต้องลำบาก เพราะเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ท่านจึงเปลี่ยนอาชีพมารับจ้างซักรีดและได้ไปรับจ้างที่โรงงานขนมปัง เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถทำให้ครอบครัวอยู่รอดและด้วยความขยัน อดทนของคุณแม่บัวลิน ท่านจึงสามารถมีเงินใช้หนี้ที่ต้องยืมจากบุคคลอื่น เพื่อให้ครอบครัวของตนเองอยู่รอดและพึ่งพาตนเองได้ และปัจจุบันท่านก็สามารถทำงานด้านค้าขายและมีเงินเก็บ สามารถสร้างบ้านและมีสิ่งอำนวยความสะดวกใช้ชีวิตประจำวันอยู่อย่างเรียบง่าย สิ่งที่คุณแม่บัวลินประทับใจและภาคภูมิใจ คือ- ลูกๆ ทุกคนเป็นคนดี- ลูกๆ ได้ทำงานกันทุกคน- ได้ทำบุญเมื่อมีโอกาส- คุณแม่มีเงินออมและสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่เดือดร้อน- มีครอบครัวที่อบอุ่น- ลูกๆ มีความสามัคคีกัน- ได้ช่วยเหลือญาติพี่น้อง- ได้ทำสวนแบบเศรษฐกิจพอเพียง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ประวัติส่วนตัว</p> ชื่อจริง : น.ส.ผ่องพรรณ ปิดตาระเตชื่อเล่น : นางวัน/เดือน/ปีเกิด : 14 มกราคม 2520กรุ๊ปเลือด : Bเบอร์โทรศัพท์ : 084-8352609อีเมลล์ : [email protected]ที่อยู่ปัจจุบัน : 211/117 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000ภูมิลำเนาเดิม : 60 หมู่ที่ 10 บ้านหนองม่วง ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม 44170บิดา : นายธวัชชัย ปิดตาระเต อาชีพ ทำนามารดา : นางสาบ ปิดตาระเต อาชีพ ทำนาจบการศึกษาจาก : ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคามอาหารที่ชอบ : ส้มตำชอบ : ซื่อสัตย์, ตรงต่อเวลาเกลียด : การรอคอยอนาคต : มีหน้าที่การงานที่มั่นคงคติ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่ออนาคตที่สดใส ภูมิปัญญาของครอบครัวของข้าพเจ้าน.ส.ผ่องพรรณ ปิดตาระเต4930123102641 อาชีพดั้งเดิมของวงศ์ตระกูล คือ การเกษตร ซึ่งประกอบไปด้วยการทำนาข้าว ทำสวนแบบผสมผสาน ซึ่งมีพืชผักสวนครัวทุกอย่างที่กินได้ การทำนาข้าวจะเป็นอาชีพหลัก ส่วนอาชีพรองจะเป็นอาชีพค้าขาย และรับราชการ ซึ่งได้ทำต่อๆ กันมาสืบทอดกันมาจนทุกวันนี้ ถึงลูกหลานรุ่นต่อรุ่นไม่เคยละทิ้งในอาชีพพวกนี้เลย โดยเฉพาะอาชีพการเกษตร เช่น การทำนาข้าว ลูกหลานทุกคนจะไม่เคยมีวันลืมเลย เพราะคุณค่าของข้าวนั้นยิ่งใหญ่นัก ข้าวสามารถเลี้ยงชุบชีวิตเราได้ ฉะนั้นข้าวจึงมีบุญคุณกับเรามาก ปู่ ย่า ตา ยาย จะบอกและสอนลูกหลานเสมอว่า ถ้าเราไม่ทำนาข้าวแล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนไปเลี้ยงผู้คนอีกมากมาย เพราะยังมีคนอีกเยอะที่ไม่ได้ทำนาเหมือนเรา ข้าวที่เราทำเราสามารถขายให้เขาได้กันได้เลี้ยงกายเขาด้วย ฉะนั้นชาวนาถึงมีบุญคุณ มีคุณค่าอันมากมาย คำๆ นี้จะถูกสอนให้ปลูกฝังไว้ในใจเราเสมอ และพอทำนาเสร็จแล้วเราก็ควรมีอาชีพเสริมบ้าง จะไม่ได้อยู่เฉยๆ ทำเวลาให้ว่างเปล่า คือ การปลูกพืช ผัก สวนครัว ผลไม้ขาย พร้อมทั้งเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ และเลี้ยงโค กระบือ สุกร ขายด้วย และนอกจากนี้ยังทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อยด้วย เพื่อให้เป็นอาชีพเสริมและเงินที่ขายได้ก็ไว้สำรองค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ นอกจากเราจะมีกิน เหลือใช้ ก็ขายได้ แล้วพืช ผัก อะไรต่างๆ พอมีพอกิน อยู่แบบความพอเพียง แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว อาชีพทุกอย่าง ณ ปัจจุบันยังสืบทอด ถ่ายทอด และทำกันอยู่ด้วยภูมิปัญญาและกำลังใจของบรรพบุรุษของเราเอง ประวัติและความภาคภูมิใจในการทำงาน ประวัติในการทำงาน : เริ่มจากการเข้าเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สารธารณสุข ตำบลนาเชือก เมื่อปี พ.ศ.2535 อายุเพียง 15 ปี ทั้งทำงานและก็เรียนไปด้วย พอทำงานที่สาธารณสุขได้ 1 ปี หลังจากนั้นจึงได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ ซึ่งได้งานในโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงงานทำเกี่ยวกับรองเท้า ทำได้ 1 ปี ก็กลับบ้านมาเรียนต่อ และเข้าทำงานที่สาธารณสุขเหมือนเดิม เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ต่อมาปี พ.ศ.2538 ก็ได้เข้าสมัครงานในโรงพยาบาลค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ในตำแหน่งพนักงานผู้ช่วยการพยาบาล และได้ทำงานที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจนถึงปัจจุบันความภาคภูมิใจในการทำงาน : ความภาคภูมิใจหรือความประทับใจในการทำงานของข้าพเจ้าถือว่าอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ดีใจมากและประทับใจที่สุด ภูมิใจที่ข้าพเจ้าสามารถก้าวมาถึงจุดตรงนี้ได้ เพราะไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเองเลยว่าจะมีวันนี้ได้ แต่ก็เพราะได้กำลังใจจากครอบครัวและที่สำคัญคือกำลังใจและความมุ่งหวังของตัวข้าพเจ้านั่นเอง ซึ่งมีความใฝ่ฝันที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กๆ จึงมีวันนี้ได้ ข้าพเจ้าใฝ่ฝันและบอกตัวเองเสมอว่า หากมีโอกาสอยากจะเรียนให้สูงๆ และอยากจะเป็นนางพยาบาล ที่มีฉายาว่า “นางฟ้าชุดขาว” นี่แหละคือสิ่งกระตุ้นให้ข้าพเจ้าได้ใฝ่ฝันตลอด ข้าพเจ้าจะสนใจและศึกษาเรื่องการแพทย์ การดูแลผู้ป่วยมาแต่ไหนแต่ไร จะชอบมาก จะขอฝึกทำงานและหัดฝึกดูงานในสถานีอนามัยใกล้บ้านอยู่เสมอ และวันหนึ่งก็ได้มีโอกาส พอเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็มีญาติแนะนำให้ไปสมัครงานในโรงพยาบาล ข้าพเจ้าก็ได้ไปสมัครและได้รับคัดเลือกเข้าทำงาน พร้อมเรียนการดูผู้ป่วยไปด้วยถึงแม้จะไม่ได้เรียนจบสูงๆ และได้เป็นพยาบาลอย่างที่ตั้งใจและใฝ่ฝันเอาไว้ ได้เพียงตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลก็ภูมิใจมากแล้ว หน้าที่การงานการทำงานก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย ก็ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน ความภาคภูมิใจของข้าพเจ้า คือ การได้ช่วยเหลือผู้คนที่ไม่สบาย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เขาเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน เมื่อต้องการความช่วยเหลือจากเรา ให้หายเจ็บ หายทุกข์ ถือว้าได้บุญจนสุดคุ้มกับชีวิตของข้าพเจ้า การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาเจ็บป่วยเราก็ช่วยให้เขาบรรเทาหรือหายป่วยได้ เป็นการให้น้ำใจและการเสียวละทั้งร่างกายและจิตใจอันยิ่งใหญ่ของเราที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันนอกจากได้ภาคภูมิใจในตัวเองแล้ว ยังทำให้ครอบครัว ญาติพี่น้อง ได้ภาคภูมิใจไปด้วย และข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้ทำวันนี้ให้สำเร็จและมีหน้าที่การงานที่ดี สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ด้วยอาชีพที่สุจริตและมีความสุขด้วย ส.อ.หญิง จันจิตร เหลื่อมกลาง49301233102730ประวัติและประสบการณ์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ส.อ.หญิง จันจิตร เหลื่อมกลาง เกิดวันที่ 13 พฤษภาคม 2518 ที่อยู่ 208/74 หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000 สถานภาพ สมรส สามีชื่อ จ.ส.อ.นพดล เหลื่อมกลาง มีบุตรด้วยกัน 2 คน อาชีพ รับราชการ ตำแหน่ง ผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ข้าพเจ้าเกิดมาจากครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างพอมีพอใช้ อาชีพของบิดาและมารดา ทำการเกษตร ข้าพเจ้าเป็นลูกโทนของพ่อแม่ จึงถือเป็นภาระที่ไม่ค่อยหนักนักสำหรับพ่อกับแม่ ทำให้ข้าพเจ้าโชคดี ทำให้ได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่จากการส่งเสียของพ่อแม่ และเมื่อข้าพเจ้าเรียนจบในระดับ ม.6 ข้าพเจ้าได้ทุนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เรียน และได้เข้าไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ประมาณสองปี ต่อจากนั้นมาทำงานที่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี ในตำแหน่ง พนักงานช่วยการพยาบาล ต่อมาประมาณสองปี ข้าพเจ้าก็สามารถสอบเข้าเรียนนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลพระมงกุฎ หลังจากได้เรียนจบเมื่อปี 2542 จึงได้บรรจุเข้ารับราชการที่ โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี แต่เนื่องจากข้าพเจ้าและครอบครัวต้องอยู่ห่างไกลกัน ข้าพเจ้าจึงได้ทำเรื่องขออนุมัติย้ายมารับราชการที่ โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เมื่อปี 2547 จนถึงปัจจุบัน รวมอายุราชการได้ 9 ปีสิ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจที่สุด คือ- สามารถสอบแข่งขันเข้าเป็นนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลได้- ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยตามความถนัดของข้าพเจ้า- ได้ช่วยเหลือประโยชน์ส่วนรวมเมื่อมีโอกาส- ทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจในตัวข้าพเจ้าได้สิ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจ คือ- สามีของข้าพเจ้ารู้จักรับผิดชอบครอบครัว- ข้าพเจ้ามีสามีและลูกๆ ที่น่ารักเข้าใจซึ่งกันและกัน จ.ส.อ.นพดล เหลื่อมกลาง49301233102621ผู้บันทึก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภูมิปัญญาของครอบครัวของข้าพเจ้า</p> ส.อ.หญิง จันจิตร เหลื่อมกลาง49301233102730 การทอเสื่อกก อุปกรณ์ในการทอเสื่อกก1. กก คือ วัสดุที่นำมาทอเป็นผืนเสื่อ ชาวบ้านนิยมใช้กกกลม กกที่มีลำต้นกลมๆ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ไหล2. ฟืม คือ เครื่องสำหรับทอเสื่อ มีลักษณะเป็นท่อนไม้มีรูห่างกันประมาณ 1 นิ้ว สำหรับสอดเชือกไนลอน จะกระทบเชือกไนลอนและกกให้ประสานกัน3. โฮง คือ โครงไม้เครื่องทอ ทำด้วยไม้แก่นเนื้อแข็ง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 2.5 เมตร ใช้สำหรับขึงเชือกไนลอนในการทอเสื่อ4. เอ็น คือ เชือกที่ใช้ขึงฟืมกับโฮง ใช้สอดไปตามช่องว่างระหว่างเชือกไนลอน โดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้สอด5. ไม้สอด คือ ไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ มีลักษณะแบนๆ ใช้สอดไปตามช่องว่างระหว่างเชือกไนลอน โดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้สอด6. เทียนไข คือ เทียนไขที่เป็นแท่งนำมาถูกับเชือกไนลอนที่ขึงระหว่างการทอ เพื่อช่วยให้การกระทบฟืมมีความลื่นยิ่งขึ้น7. ม้ารองนั่ง คือ เป็นท่อนไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่วางขวางกับโฮง เพื่อเป็นที่รองนั่งสำหรับคนทอที่ทำการกระทบฟืม
เล่าประสบการณ์
การจัดการความรู้
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
อุมาพร สันตจิตร · 24 ต.ค. 2550
อุมาพร สันตจิตร · 24 ต.ค. 2550
อุมาพร สันตจิตร · 24 ต.ค. 2550
เบิกบาน · 24 ต.ค. 2550
แท่นปั้น · 24 ต.ค. 2550