วันที่สองในโออิตะ อากาศหนาวเย็นแต่จิตใจกลับอบอุ่น


วันที่สองคณะทัวร์เริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นทำให้บรรยากาศสนุกมากตามไปด้วย

     วันที่สองตื่นมา ได้กลิ่นปลาทอดทั้งหอม ทั้งกลัวจะเหม็นตลบอบอวลไปทั้งบ้านจนหายใจไม่ออก ได้รับสัญญา มาว่าจะต้องตื่นมาช่วยทำอาหารเช้า ก็มีโอกาสจริงๆ เพราะโอก้าซังกำลังทอดปลาแซลมอน ตามธรรมเนียมที่ได้รับการสอนมาเมื่อวันก่อน ให้พูดว่า โอไฮโอ  โอไซมัตสึ แต่ตอนตื่นมาพอเจอหน้ากันก็งงๆ Good morning ไปก่อนละกัน 

     พอเดินไปที่เตา แม่ก็ส่งตะเกียบกับจานมาให้ทำท่าบอกว่าให้คีบปลา  เสร็จแล้วเห็นอีกเตากำลังต้มน้ำซุปมีอะไรก็ไม่รู้ เหมือนฟองเต้าหู้ หรือเยื่อไผ่ลอยเดือดไปมาอยู่ สักพักเราก็ส่งสัญญาณถามไปว่า เอาแครอทที่หั่นแล้วใส่ไปไหม เขาก็พยักหน้า จากนั้นก็หั่นและใส่เต้าหู้ สุดท้ายจะเป็นมิโสะซุป ต้องมีส่วนผสมสำคัญคือ มิโสะ เจ้านี้ควักออกมาจากกระป๋องพลาสติก กระบวยใหญ่ๆ แล้วเขาก็สอนให้เรากวนมิโสะ ในกระชอนจนมันแตกตัวละลายลงไปในซุป  ไม่อยากจะบอกว่า ตัวเองเป็นคนชอบมิโสะซุปมาก เคยคิดจะทำกินเองหลายครั้ง หลายครา แต่ก็ไม่รู้จักเจ้าหน้าตาของมิโสะแบบนี้มาก่อน จากจุดนี้เองทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการช้อปปิ้ง ต้องหาซื้อส่วนผสมนี้กลับไปบ้าน แล้วทำกินให้ได้ 

     อาหารเช้าต้องรับประทานพร้อมกัน เขาทำอาหารให้เราเยอะมาก ระหว่างมื้อ ก็ได้คุยกันเกี่ยวกับอาหาร มีของแปลกๆ ที่เป็นผักดอง ผักแปรรูป หลายอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน ของสดบางอย่างมาจากสวนครัวหลังบ้านที่เขาปลูกเอง ที่ amazing คือ พ่อใหญ่ชอบกินพริกขี้หนูสด หลังบ้านมีปลูกไว้ด้วยเหมือนกัน

     พวกเราออกจากบ้านประมาณแปดโมงไปที่ศูนย์รวมของ homestay เพื่อเรียนรู้การทำอาหารแบบญี่ปุ่น โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มหุงข้าวแบบใช้ฟืน กลุ่มขนมเค้ก กลุ่มไก่ทอด กลุ่มมิโสะซุป ที่หน้าตาเหมือนราดหน้า

     ตอนเดินเข้ามาแต่ละด่านต้องเปลี่ยนรองเท้า มีเอี๊ยมให้ใส่กันเปื้อน จากการที่พวกเรายังไม่ค่อยคุ้นหน้ากันนัก แยกแยะไม่ออกระหว่างแม่บ้านญี่ปุ่นที่มาช่วยกันทำอาหารกับพวกเรา ขนาดพี่ไกด์เป็ดยังพ่นญี่ปุ่นใส่เราใหญ่ตอนที่หั่นผัก มาแปลให้ฟังอีกทีว่า เราไม่ต้องทำหรอกปล่อยให้นักท่องเที่ยวเขาทำกัน  เลยกลายเป็นโจ๊กอาหารกลางวันไปเลย

cooking

     เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ พวกเราออกไปทัศนาจรกันต่อที่วัด Sekibutsu แปลว่า วัดพระหิน พวกเราใช้เวลาสวดมนต์ และเดินที่วัดนานกว่าชั่วโมงครึ่ง เกินกว่าเวลาที่พี่ไกด์เป็ดกำหนดให้

Sekibutsu

     เสร็จจากวัดก็ไปที่ Yufuin Mura เพื่อเลือกชมสินค้า OTOP ที่นี่ซื้ออะไรไม่ค่อยได้ มีเวลาน้อย รถจอดไม่ได้ ต้องรีบทำเวลา สิ่งที่อยากซื้อคือน้ำผลไม้ยูสุ ความที่สินค้าที่นี่ไม่มีภาษาอังกฤษบอก ทำให้เราไม่รู้จัก ได้แต่ดูรูปวาดที่ขวดและคาดเดาเอา ซื้อน้ำมาสองขวด พอมาถามไกด์ พี่เขาบอกว่า อันนี้มันเจือจางมาก ยังไม่ใช่รสชาติที่แท้จริง

     ออกจากที่นี่มุ่งหน้าไป Takiwa Shopping Mall  มีโอกาสรู้จักร้าน 100 เยน ที่สมาชิกเรียกร้องต้องไปให้ได้  ที่นี่เอง ตอนไปที่ Supermarket ก็ได้ สาหร่าย (วากาแหมะ) กับ มิโสะ ซึ่งวิ่งหาหลายรอบมากกว่าจะเจอ จะถามคนที่มาช้อปก็ไม่ได้เรื่อง ส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้เลย

     เสร็จจากที่นี่เราไปรับประทานอาหารเย็น อากาศเย็นมากจริงๆ แต่ละคนก็รอให้ โอโต้ซังมารับ พวกเรากลับมาที่บ้านนั่งคุยกัน แล้วให้โอโต้ซังลองเล่านิทานให้ฟัง ท่านก็ใจดีมาก เล่าให้ฟังสองเรื่อง เรื่องแรกเกี่ยวกับคนหาบมิโสะ

     แล้วก็เปรยกันในหมู่เราว่าต้องมีของอะไรให้เขาบ้าง โชคดีที่คุณ คนดอยมีเสื้อดอยตุงติดมา สองตัว และขนาดก็ใส่ได้ด้วยทั้งสองคน เขาก็ให้แก้วน้ำชาเรามาคนละใบที่มีสัญลักษณ์ของชมรมเล่านิทาน คืนนี้ต้องรีบนอน เพราะตอนเช้าต้องตื่นประมาณตีห้า พวกเราได้ถ่ายรูปร่วมกัน เขียนชื่อในสมุดบันทึก และบ้านนี้มีเครื่อง printer ที่พิมพ์รูปภาพออกมาได้ทันที โอโต้ซังพิมพ์รูปที่เราถ่ายร่วมกันออกมาแจกจ่ายถ้วนหน้า

Story teller

souvenior

คำสำคัญ (Tags): #โออิตะ#น้ำยูสุ
หมายเลขบันทึก: 141473เขียนเมื่อ 24 ตุลาคม 2007 15:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:29 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (7)

รอ Paew's blog เถอะจะได้รู้เสียบ้าง ว่าปูขนเซียงไฮบ้านเรา(บ้านที่พัก)จะเจ๋งและ เร้าใจแค่ไหน ไม่อยากจะคุยนะนี่..ที่สนามบินฟุกุโอกะ ปูขนฯยังมาแสดงตนคาราวะพวกเรา ขอบอก อย่าพาหนูหนีไปไหนนะ จาปองซังเขาหวง

เห็น ตากล้อง  ในชุด สาวแก่ ไหม

(ภาพบนสุด  citrus ทำอาหาร)

ตาแฉะแล้ว...คิดถึงบรรยากาศเนอะ

อะถูกต้อง...ก็คนที่อยู่ไม่นิ่งวิ่งหลุดกรอบ ท่าเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครลอกเรียนแบบได้เหมือน

 

 P

อ.คะ  คนพิเศษของคณะเรา ต้องได้ใส่ชุดพิเศษสุดของแม่บ้านอยู่แล้วค่ะ เพราะสุภาพบุรุษท่านอื่นไม่ยอมใส่ผ้าคลุมกันเปื้อน  ผู้ชายญี่ปุ่นคงไม่เข้าครัวกันมังคะ เลยหาชุดผู้ชายมาไม่ได้ กลายเป็นชุดหญิงแก่ไป แต่ก็น่ารักตรงลูกไม้ ที่ไม่เหมือนชุดใครเลยค่ะ

 

 P

3. paew

อ.แป๋ว ตาแฉะ เพราะ อาลัยรักคิดถึงลูกทัวร์ ทุกคนใช่ไหมคะ มีหลายคนที่อาการเดียวกัน ด้วยรักและผูกพันค่ะ คงมีโอกาสได้เฮฮา ปาร์ตี้กันอีกนะคะ

เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ ไปห้าง 2 ห้าง จะหาซื้อวากาแหมะ (สาหร่ายที่ใส่ในซุปมิโสะ) ไม่เห็นมีเลยค่ะ ส่วนใหญ่มีแต่โนริ

ที่บ้านเรา จะหาซื้อที่ไหนได้คะ เมื่อวานเย็นลองนำที่ซื้อมาจากญี่ปุ่น แช่น้ำรับประทานแบบสลัด อร่อยมากๆ ตามคำแนะนำของ อ.แป๋วค่ะ  ที่คาดไม่ถึงก็คือ ตอนหยิบออกมามีแค่เส้นยาว  3 เส้น พอแช่น้ำแล้ว บานออกมาจนเต็มชาม รับประทานไม่หมด ต้องนำที่เหลือกลับเข้าตู้เย็นค่ะ

Panda

สวัสดีค่ะ อ. Lin Hui

มีแต่ได้ยินเรื่องปูขน  กี่ครั้ง ก็ไม่ซาบซึ้งเลยค่ะ เพราะไม่รู้ว่าอร่อยจริง หรือเป็นแค่แกล้งให้เราอิจฉา อยากรับประทานบ้าง อิอิ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี