ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital)...คือสมบัติอันล้ำค่าขององค์กร
- จากการอบรมหลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำเตรียมการเข้าสู่ผู้บริหารมืออาชีพของกระทรวงเกษตรฯ...(ต่อตอนที่ 3 ) วิทยากรทุกท่านเน้นเรื่อง การเรียนรู้ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับทุกคน ตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรโดยตรง ทำอย่างไร?เราจึงจะสามารถพัฒนาบุคลากรที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญขององค์กรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะความชำนาญเพียงพอที่จะทำงานที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนสามารถให้บุคลากรมีนิสัยใฝ่รู้ หรือรักการเรียนรู้ อย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาตนเองให้รู้จักการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- หากบุคลากรมีการเรียนรู้มากขึ้น ประสบการณ์ของแต่ละคนจะมีมากขึ้นไปด้วย ถ้าองค์กรสามารถหล่อหลอมรวมความรู้ของแต่ละคนให้กลายเป็นความรู้และประสบการณ์รวมขององค์กรได้ องค์กรนั้นจะมีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้( Learning Organization ) และสามารถสร้างสมบัติอันล้ำค่าขององคค์กรไว้ได้ยาวนาน
- ท่านอาจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมย์ ผู้ดูแลหลักสูตรย้ำอยู่เสมอว่ากระทรวงเกษตรฯของเรามีบุคลากรที่มาจากหลากหลายสาขา และเป็นจุดแข็งของกระทรวงฯและคควรมีการบูรณาการข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง...กระทรวงเกษตรก็จะเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้
- อาจารย์ให้โจทย์การบ้านให้ตอบผ่านบล๊อกว่า...จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุนทางปัญญา(IC)บุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อย่างไร? ยกตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จและตัวอย่างที่ไม่ประสบผลสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม
- เพื่อน ๆ กระทรวงเกษตรฯหรือท่านผู้เยี่ยมชมมีความเห็นเป็นเช่นไรขอเชิญ ลปรร.ได้นะคะ
- สำหรับคำตอบของพวกเราชาวผู้นำกระทรวงเกษตรฯ รุ่นที่1 สามารถดูได้จาก www.chiraacademy.com ค่ะ
- อ้อ...ขอเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ อาจารย์บอกว่า การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองต้องเน้นทฤษฎี 3 ต.คือ...ต่อเนื่อง...ต่อเนื่องและ...ต่อเนื่อง
ตั้งใจดีก็ดีได้เสมอยินดีด้วยครับ