ช่วงนี้ผมอยู่ที่บ้านเกิดมีแขกบ้านแขกเมืองมากมายที่มาเที่ยวเมืองปาย และถือโอกาสนี้มาพบ พูดคุยด้วยบางคนก็รู้จักผมผ่านทางสื่อนี้ (ส่วนใหญ่) บางคนก็ไม่รู้จักเลย

คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมากครับขอบคุณมิตรภาพเหล่านี้ที่เอื้อโอกาสให้ผม

วันนี้ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ท่านคงมาถึง  มาทำงานด้วยพร้อมกับมาเยือน มาแอ่วเมืองปายตามเสียงเล่าอ้าง อยากมาเห็นด้วยตา

การมาทำงานครั้งนี้เพื่อมาเก็บข้อมูล "ภูมิปัญญาการจัดการน้ำ"  เหมืองฝายล้านนา ภูมิปัญญาอันยืนยง สุดท้ายแล้วข้อมูลที่หลากหลายทั่วเมืองไทยที่ท่านไปเก็บมาจะถูกสรุปเข้าไปเป็นข้อมูลเพื่อนำเสนอในระดับนโยบายการจัดการน้ำสมัยใหม่อาจจะดีแต่ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากก็คงต้องเลือกสิ่งที่จะได้ สิ่งที่จะเสีย

ผมมองถึงการจัดการน้ำในอดีตที่บ้านผมเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยชุมชนเอง เป็นการจัดการสิทธิที่ชุมชนพึงมีโดยการมีส่วนร่วม ความเคารพต่อธรรมชาติ อ่อนโยน และอ่อนน้อม

ใครจะเชื่อว่าที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็งเป็นหลักพันที่ตอกลงไปกลางแม่น้ำ จะเป็นฝายที่ช่วยชะลอน้ำทดน้ำเข้าสู่เรือกสวนไร่นา ใช้ประโยชน์ในการเกษตรอย่างทั่วหน้ากัน  ที่นี่ทดน้ำปายทั้งสาย คิดดูว่าฝายที่สร้างมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

ผมเห็นความงามในความยิ่งใหญ่นี้ คือ "การมีส่วนร่วม"ในการจัดการทรัพยากรดังกล่าวซึ่งถือว่าเป็น ของหน้าหมู่ (ของสาธารณะ) ของชุมชนตรงนี้เองเป็นหัวใจการอนุรักษ์ หากกิจกรรมใดก็ตามที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจความรู้สึกเป็นเจ้าของก็เกิดขึ้น ฝายก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและมีการซ่อมแซมตามวาระและโอกาส

งานนี้เปรียบเสมือนเป็นงานปอย"(งานบุญของชุมชนที่มีการเฉลิมฉลอง)หรือ งานที่ต้องการมีส่วนร่วมด้วยใจเต็มที่ มีแก่ฝาย"หรือผู้นำในการดูแลเหมืองฝายทำหน้าที่ในการควบคุม ดูแลการจัดการน้ำ ทำฝาย ซ่อมแซม ประชุมสมาชิกเหมืองฝายค่าตอบแทนที่แก่ฝายจะได้รับจะเป็นข้าวเปลือกที่รวบรวมกำนัลให้แก่ฝาย"หลังจากทำนาเสร็จ 

และยังมีความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกปีจะมีการเลี้ยงผีฝายที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มที่จัดการน้ำ ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์ที่บางครั้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเขตของหมู่บ้าน ผีฝายบางแห่งจะดูแลความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่หลายหมู่บ้านได้ ขึ้นอยู่กับบริเวณรับน้ำ อีกประการหนึ่ง ผีฝาย ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าที่ที่ดูแลฝายนั้นๆเชื่อว่าผีฝายจะอำนวยอวยพรให้การสร้างฝายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

โลกของชาวบ้าน จึงผูกพันกับธรรมชาติความเข้มแข็งของเหมืองฝาย มาจากผู้นำที่ชาวบ้านเลือกกันเองไม่ได้เป้นผู้นำที่เกิดจากการจัดตั้งโดยรัฐค่าตอบแทนเป็นน้ำใจผ่านข้าวสารที่รวบรวมให้แก่ฝายในแต่ละปี มี "ผีฝาย"เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว

เป็นความเชื่อที่เชื่อมโลกของธรรมชาติกับผู้คนประเด็นดังกล่าวนี้ ผมสนใจมานาน อาจด้วยเป็นนักวิจัยที่ทำงานกับชุมชน และเป็นคนชุมชนด้วย

ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการสร้างชุมชนท้องถิ่นอย่างมาก  จากหนังสือของ อาจารย์อานันท์ กาญจนพันธ์ พบว่าชาวบ้านล้านนามองการรวมหมู่ทางสังคม และมีความเข้าใจความเป็นชุมชนอย่างชัดเจนว่าวางอยู่บนฐานของความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย ๕ ประการ

  • อุดมการณ์อำนาจเกี่ยวกับความคิดว่าด้วยการนับถือผี
  • พิธีกรรมและการถ่ายทอดอุดมการณ์
  • อำนาจในการจัดการทรัพยากรร่วมกันบนพื้นฐานความคิดเรื่องของหน้าหมู่
  • ภูมิปัญญา
  • องค์กรและเครือข่ายของความสัมพันธ์

ซึ่งลักษณะสำคัญของความสัมพันธ์เหล่านี้ ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และผลิตใหม่ได้ บนเงื่อนไขของความสัมพันธ์ทั้งในด้านของการสร้างเสริมและขัดแย้งระหว่างภายในและภายนอกหน่วยทางสังคมนั้น

ความสัมพันธ์ทั้งหมดที่เขียนมาก็สามารถอธิบายได้ผ่านการจัดการน้ำโดยภูมิปัญญาโดยชุมชน ที่เราจะเข้าไปเรียนรู้ในช่วงที่ อ.ดร.แสวง มาที่ปาย

-----------------------

<p></p>

การจัดการน้ำโดยที่บ้านสันติชลดูการจัดการน้ำโดยภูมิปัญญาคนยูนนานว่าเขาทำอย่างไร  แตกต่างจากกระเหรี่ยงและคนเมืองล้านนาอย่างไร??

</font></span><p> </p><p>ทั้งหมดเป็นเนื้อหาการทำงานประสานงานของผมในช่วงวันสองวันนี้</p><p></p><p></p><p></p><p> </p><hr><p>ภาพฝายจาก : http://greenworld.or.th/1_rspy_newsletter_p4_a.htm</p><div style="text-align: center"></div><h5> แก่ฝาย คือ คนที่จะเป็นผู้ควบคุมการใช้น้ำและการซ่อมแซมฝายแต่ละสาย แก่ฝายแต่ละคนจะมี ล่ามฝาย หรือ ล่ามนา เพื่อช่วยป่าวประกาศเรื่องราวต่าง ๆ ของเหมืองให้ชาวบ้านผู้ใช้น้ำได้รับรู้และมาร่วมงานกัน โดยสมาชิกของฝายจะต้องให้ ข้าวน้ำหล่อ หรือข้าวเปลือกเป็นค่าตอบแทนการใช้น้ำ</h5><h5> การทำเหมืองฝาย ก็คือ การจัดระบบชลประทานท้องถิ่นโดยภูมิปัญญาชาวบ้านและความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ระบบเหมืองฝาย เกิดขึ้นได้จากการเรียนรู้ของบรรพบุรุษต่อลักษณะภูมิประเทศทั้ง ความลาดเอียง กระแสน้ำไหลเชี่ยว การขึ้นลงของน้ำ การกัดเซาะของหินดิน ระดับการเอ่อ และความต้องการของผืนนาไร่สองฟากฝั่ง แล้วนำความรู้ทั้งมวลนั้นมาประสมประสานกันเป็นศิลปวิทยาการการควบคุมกระแสน้ำ โดยใช้วัสดุอย่างง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ หิน ก้อนดิน ก๋วยหิน (ไม้ไผ่สานเป็นรูปทรงกระบอกบรรจุกรวดหิน) ถูกปักวางขวางลำน้ำเป็นชั้น ๆ เป็นตัวฝาย เมื่อสายน้ำไหลเชี่ยวแรงถูกขัดขวางให้ไหลช้า ระดับน้ำก็เอ่อล้นสูงขึ้น ไหลเข้าลำเหมืองใหญ่น้อย แยกไหลเลาะหล่อเลี้ยงที่นาไร่และครัวเรือนน้อยใหญ่โดยรอบความสูงและความลาดเอียงของสันฝายก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอตามแต่ความเหมาะสมของระดับน้ำ ทิศทางการไหล รวมทั้งความเชี่ยวและความแรงของน้ำ ที่สำคัญ ความที่ตัวฝายทำด้วยหลักไม้และก้อนหินก็เปิดโอกาสให้ดินทรายไหลลอดผ่านไปได้ เช่นนี้เองที่ปลาและสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่เคยเดินทางขึ้นล่องตามสายน้ำก็ยังคง ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ</h5><p>อ้างอิงจาก : http://www.fm100cmu.com/programs_detail.php?id_sub_group=58&id=539</p>