การเลี้ยงผีขุนน้ำเป็นกุศโลบายในการรักษาต้นน้ำ

ในดินแดนล้านนา มีการทำระบบเหมืองฝายเชื่อมโยงกับพิธีกรรมการเลี้ยงผีขุนน้ำ

พิธีการเลี้ยงผีขุนน้ำเริ่มราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนหรือราวเดือน  9เหนือ(เดือน  7 ใต้)ซึ่งเป็นเวลาก่อนฤดูการทำนาทำไร่

เมื่อถึงเวลาการเลี้ยงขุนน้ำ    ผู้เป็นล่าม(ผู้ประสานงาน)จะบอกข่าวป่าวประกาศไปยังชาวไร่ชาวนนาที่ใช้สายน้ำร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์  ข้าวปลาอาหารให้พร้อม  หลังจากได้นัดหมาย  ชาวบ้าน ชาวไร่ชาวนาทั้งหลายผู้เกี่ยวข้องต่างเตรียมวัสดุอุปกรณ์  เครื่องใช้  เครื่องเซ่นไหว้ และสัตว์สังเวย   บางหมู่บ้านใช้หมู  บางหมู่บ้านใช้ไก่   บางหมู่บ้านใช้ควาย  ขึ้นอยู่กับการตกลงกันภานหมู่บ้านและประพณีที่ทำการสืบทอดกันมา

เช้าตรู่ของวันพิธีกรรม บรรดาผู้คนต่างนำวัสดค  อุปกรณ์ เครื่องเซ่นสังเวย  ขึ้นไปยังต้นลำห้วยซึ่งเป็นแหล่งน้ำผุดจากดินหรือมีตาน้ำไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายจุดน้เองเรียกกันว่า"ขุนน้ำ " 

 จุดขุนน้ำ ส่วนมากจะมีต้นไม้ใหญ่  ป่าทึบมืดครึ้มบางแห่งดูน่าวังเวงพื้นดืนชุมชื้นตลอดปี  โดยเฉพาะจะมีสายน้ำซึมออกมาตลอดเวลาที่สังเกตอีกอย่างหนึ่ง   ต้นลำห้วยที่เป็นขุนน้ำจะมีต้นไม้ชื่อว่า"ไม้น้ำนอง"ขึ้นอยู่เป็นอันมาก

เมื่อไปถึงจุดนัดหมาย  บรรดาผู้ร่วมพิธีต่างช่วยกันแผ้วถางต้นไม้เล็กๆที่อยู่ในบริเวณนั้น  พอให้มีที่ว่างประกอบพิธีกรรม เสร็จแล้วจะช่วยกันทำแท่นไม้ไผ่ใช้วางสิ่งของเครื่องสังเวย ดอกไม้ธูปเทียนต่างๆ บางคนก็ทำการฆ่าสัตว์ที่ไล่ต้อนขึ้นไปเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เช่น  วัว ควาย  ดังกล่าวแล้ว บางคนก็ตัดกิ่งต้นไม้น้ำนองมาตัดแต่งป็นปลาจ้อน(ปลาช่อน)  โดยเชื่อว่าปลาจ้อนเป็นสัตว์ที่ให้โชคลาภหรือบันดาลให้น้ำอุดมสมบูรณ์

ทุกสิ่งพร้อมแล้ว  ปู่อาจารย์ ทำการจุดธูปเทียนเริ่มพิธีกรรมกล่าวโองการ  ไหว้สาขอให้ผีขุนน้ำปกปักรักษาต้นไม้  มิให้ใครมาทำลายแผ้วพานอยู่ครู่ใหญ่จนเสร็จสิ้นพิธีการ ในช่วงนี้เองบางครั้งเกิดลมฝนห่าใหญ่ กระหน่ำจนผู้คนเปียกปอนทำให้ผู้คนต่างมีความหวังเชื่อว่าปีนี้น้ำจะอุดมสมบูรณ์ สายน้ำแห่งนี้จะเลี้ยงไร่นา ให้เจริญงอกงาม

บางครั้งในขณะที่กำลังประกอบพิธีกรรมฟ้าฝนเพียงแต่มืดครึ้ม แต่ต่อมาอีกไม่นานก็จะเริ่มเกิดฝนห่าใหญ่  นี่คือปรากฎการณ์ที่พบกันในพิธีกรรมการเลี้ยงผีขุนน้ำของชาวล้านนา

หลังจากธูปเทียนไหม้หมดแล้วถือว่าผีขุนน้ำได้มาร่วมรับเครื่งสังเวยเรียบร้อยแล้ว  ผู้คนต่างจัดแบ่งเครื่องสังเวยไว้บนแท่นบูชา  เครื่องสังเวยส่วนที่เหลือก็จะนำมารับประทานร่วมกันโดยเฉพาะเนื้อวัว ควาย  สัตว์ที่ทำการฆ่าสดๆ ก็จะนำมาประกอบอาหารเลี้ยงกันในที่นั้น

ระหว่างรับประทานอาหาร ต่างก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการที่จะทำนาทำไร่ การจัดการระบบน้ำ  การทำเหมืองฝายว่าจะปรับปรุงระบบเหมืองฝายกันอย่างไร  ปีที่ผ่านมามีอะไรบ้างที่ต้องแก้ไข  ปีนี้เราจะทำกันอย่างไร เป็นต้น

การเลี้ยงผีขุนน้ำชาวล้านนาจะทำกันทุกปี  เพื่อให้ผีขุนน้ำได้รับรู้และรักษาต้นน้ำมิให้ใครทำการบุกรุกทำลายต้นน้ำ  ด้วยเหตุนี้เองจึงมีน้ำไหลหลากจากลำห้วยสู่แม่น้ำให้ชาวล้านนาได้ใช้อย่างอุดม

ผีขุนน้ำเป็นเทพารักษ์ที่ให้พระคุณแก่ต้นน้ำในความเชื่อของชาวล้านนา  ทำให้วิถีชีวิตพวกเขาอยู่ร่วมกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นสุขโดยแท้