คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการคำนวณ ซึ่งมีวิวัฒนาการมานานแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ "ลูกคิด" ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีมาแล้ว


          ต่อมาปี พ.ศ. 2166-2205 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ เบล์ส ปาสคาล (Blaise Pascal) ได้ประดิษฐ์เครื่องบวกเลขขึ้น โดยใช้ฟันเฟือง 8 ตัว แต่ทำได้แค่การบวกเท่านั้น

ปี พ.ศ. 2189-2259 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ชื่อ กอดฟริต วิลเฮลม ลิปนิช (Gottfriend Wilhelm Leibniz) ได้สร้างเครื่องคำนวณที่สามารถทำการคูณหารและหารากที่ 2 ได้ ซึ่งปปี พ.ศ. 2334-2414 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกนมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ สมการโพลิโนเมียล และสมการผลต่างได้
          การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล, ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ
          หลักการของแบบเบจนี้ ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์ระสบความสำเร็จอย่างมาก  ในปี พ.ศ. 2348-2443 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด ได้คิดวิธีควบคุมการทอผ้า ลายต่างๆ โดยใช้บัตรเจาะรูเราเรียกบัตรนี้ว่า Pastebbard Card
          ชาร์ล แบบเบจ ได้นำบัตรเจาะรูนี้มาใช้ในการควบคุมเครื่องวิเคราะห์ของเขา Pasteboard Card นี้จะใช้บันทึกข้อมูล ควบคุมการทำงานตามลำดับ และนำผลลัพธ์ออกมา ต่อมาได้รับการปรับปรุงเป็นบัตรเจาะรูที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
          ต่อมาในปี พ.ศ. 2403-2472 นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ชื่อ ดร.เฮอร์แมน ฮอลเลอริธ (Dr”Herman Hollerith) ได้ประดิษฐ์ เครื่องประมวลผลทางสถิติ ที่เรียกว่า Tabulating Machine ซึ่งเครื่องนี้ใช้กับบัตรเจาะรู และนำมาใช้ประมวลผลสำมะโนประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกา
          ต่อมาได้นำเอาหลักการ Pasteboard Card ของโจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด มาดัดแปลงให้เข้ากับบัตรของตน เรียกบัตรนี้ว่า “บัตรออลเลอริธ” ต่อมาได้พัฒนาถึงปัจจุบันเรียกกว่าบัตรไอบีเอ็ม (IBM Card) หรือบัตร 80 คอลัมน์