ความเป็นมา โรงเรียนวัดทรายขาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 1 เป็นโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ชนบท จัดการเรียนการสอน 2 ระดับ คือ ระดับก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา โรงเรียนตั้งอยู่ในที่ดินธรณีสงฆ์ ของวัดทรายขาว ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองสงขลาประมาณ 19 กิโลเมตร ประชากรในเขตบริการ มีหมู่ที่ 6,7,8 ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม สภาพเศรษฐกิจปานกลาง ค่อนข้างดี พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ ว่า สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ…(กรมวิชาการ 2545 : 16) ซึ่งสอดคล้อง กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ได้ให้โอกาสท้องถิ่นสามารถพัฒนาเนื้อหาสาระที่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัญหา และความต้องการของแต่ละท้องถิ่น โดยท้องถิ่นจะสามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเนื้อหารายละเอียด กระบวนการเรียนการสอน เอกสาร หนังสือ และสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ในการนำไปพัฒนาการดำรงชีวิตของตนและครอบครัว ตลอดจนการพัฒนาชุมชนอันจะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าของสังคมประเทศชาติ โรงเรียนวัดทรายขาว เป็นสถาบันการศึกษา มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนในเขตบริการ ซึ่งผู้รับบริการเป็นชุมชนที่มีสองวัฒนธรรม คือ ประชากรนับถือศาสนาพุทธ และนับถือศาสนาอิสลาม มีพื้นฐานทางความเชื่อ จารีต ประเพณี และวัฒนธรรม มีการดำเนินวิถีชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน แต่โรงเรียนมีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักสูตร และมีหน้าที่ในการบริการชุมชนด้านวิชาการควบคู่ไปด้วย และจากการลงสำรวจชุมชนพบว่า เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายทางด้านภูมิปัญญา ทั้งไทยพุทธ และไทยอิสลาม ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะทำให้ภูมิปัญญาอันมีคุณค่าสูญหายไป และในทางกลับกันหากว่านำเอาภูมิปัญญาที่หลากหลาย นั้น มาจัดเป็นเนื้อหาสาระให้นักเรียนได้เรียนรู้ นักเรียนเกิดความตระหนักถึงบุคคลสำคัญในท้องถิ่น ภูมิปัญญา ประวัติความเป็นมา ศิลปหัตถกรรม ศาสนา พิธีกรรม และความเชื่อต่างๆ เป็นการฟืนฟู อนุรักษ์ ภูมิปัญญาของท้องถิ่น มิให้สูญหายไปแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีขึ้นในชุมชนอีกประการหนึ่งด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวโรงเรียนวัดทรายขาว มีความตระหนักในภารกิจบทบาทหน้าที่การจัดการศึกษาสนองต่อ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และความต้องการของชุมชน จึงพัฒนานวัตกรรม “ ทรายขาวศึกษา จากภูมิปัญญาสู่….สมานฉันท์” ขึ้น โรงเรียนวัดทรายขาว ได้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ SWOT เพื่อทราบสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียน และจากสภาพที่เป็นชุมชนสองวัฒนธรรม ทางโรงเรียนได้ประสานขอความร่วมมือจากสถานีอนามัยบ้านทรายขาว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ อสม. เป็นผู้ที่นำคณะครูลงไปในพื้นที่ โดยการไปเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งในการไปในครั้งนี้ คณะครูได้นำเอาความปรารถนาดีไปให้ชาวบ้านด้วย คือการนำเอาทรายอะเบสไปแจกจ่ายเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลาย และพร้อมทั้งเริ่มดำเนินการสำรวจความต้องการของชุมชนด้วยการพูดคุย ถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้ปกครองนักเรียน ความคาดหวังและความต้องการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน ว่าควรให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาในท้องถิ่นด้านใดบ้าง โดยการใช้ แบบสอบถามชุมชน ซึ่งได้สอบถามถึงประวัติความเป็นมาของชุมชน ของดีที่มีอยู่ในชุมชน บุคคลที่ชุมชนให้การยอมรับทั้งในอดีต และปัจจุบัน ตลอดถึงความเป็นอยู่ อาชีพ รายได้ จารีตประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อที่มีความแตกต่างกัน อันเนื่องมาจากการนับถือศาสนา แต่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวกัน และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ได้แต่งตั้งคณะทำงาน วิเคราะห์ และประมวลผลในภาพรวมถึงความต้องการจำเป็น ในจัดการเรียนการสอน เกี่ยวกับท้องถิ่นเป็นข้อมูล สารสนเทศ ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลจากชุมชนแล้ว คณะทำงานได้สัมภาษณ์คณะครู และนักเรียน ถึงแนวคิด และความต้องการ ในการที่นำเอาภูมิปัญญา ซึ่งมีอยู่ในท้องถิ่น มาให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ เมื่อได้ข้อมูลพื้นฐานจาก ชุมชน ครู นักเรียน ทางโรงเรียนก็เชิญคณะครู ผู้แทนผู้ปกครองนักเรียน ผู้แทนศาสนา ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และศึกษานิเทศก์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 1 ที่ปรึกษา ประชุมเพื่อระดมความคิดเห็น (Focus group discussion) ร่วมศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ในการจัดทำเป็นสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ประชุมมีมติให้นำเอา ภูมิปัญญาที่มีอยู่อย่างหลากหลายในท้องถิ่น ทั้งภูมิปัญญาที่เป็นศาสนาพุทธ และภูมิปัญญาศาสนาอิสลาม มาจัดการเรียนรู้ ตามความต้องการของชุมชน ครู และนักเรียน และเพื่อให้การเชื่อมโยงความเป็นท้องถิ่นกับหลักสูตรแกนกลาง มีความสัมพันธ์สอดคล้อง คณะทำงานได้ทำการวิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และคำอธิบายรายวิชา เพิ่มเติมจากหลักสูตรแกนกลางเป็น 70 : 30 เนื้อหาเป็นสาระเรื่องราวของท้องถิ่น กำหนดให้นักเรียนออกไปเรียนรู้วิถีชีวิตในชุมชน เน้นให้นักเรียนเห็นความสำคัญของท้องถิ่น รู้รากเหง้าที่มาของตนเอง สามารถ แก้ปัญหา และพัฒนาความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคมและท้องถิ่น กระบวนการจัดการเรียนรู้ มุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ให้ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยได้จัดทำหลักสูตรฉบับร่างขึ้น จัดแบ่งออกเป็น 5 หน่วยการเรียนรู้ คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 คุณูปการประสานวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เลิศล้ำภูมิปัญญา หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ย้อนเวลาค้นหาอดีต หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 จารีต ประเพณี วัฒนธรรม และ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 นำสู่เศรษฐกิจชุมชน หลังจากนั้นได้นำเอาหลักสูตรฉบับร่าง ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ โดย คณะครู ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 1 และอาจารย์ภาคหลักสูตรมหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา และเมื่อหลักสูตรได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว โรงเรียนก็ได้นำไปทดลองใช้ในบางหน่วย คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 คุณูปการประสานวัฒนธรรม และหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 นำสู่เศรษฐกิจชุมชน ไปทดลองใช้กับนักเรียนในช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2 ซึ่งก่อนนำไปทดลองใช้ คณะครูได้ร่วม ประชุม วางแผน ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดเตรียมสื่อ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา สถานที่ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ คณะทำงาน ได้ดำเนินการนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบ การนำสาระการเรียนรู้เข้าสู่ชั้นเรียน โดยจัดทำแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ครู และนักเรียน ที่มีต่อการใช้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (ทรายขาวศึกษา) จากนั้นได้นำเอาข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลมาประมวล ทบทวนการใช้หลักสูตรว่ามีความสอดคล้องสัมพันธ์กับมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง กับหลักสูตรแกนกลางหรือไม่ ทบทวนการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดประเมินการจัดการเรียนรู้ และได้นำเอาข้อมูลที่ได้ เข้าที่ประชุมคณะทำงานพัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประกอบด้วย คณะครู ผู้แทนผู้ปกครองนักเรียน ผู้แทนสาสนาพุทธ ผู้แทนศาสนาอิสลาม ผู้แทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และที่ปรึกษา ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 1 ผลการประชุม ที่ประชุมมิมติให้โรงเรียนใช้สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น(ทรายขาวศึกษา) จัดการเรียนรู้ใน 5 หน่วยการเรียนรู้ หลังจากนั้นโรงเรียนได้นำเอาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น(ทรายขาวศึกษา) เสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดทรายขาว เพื่อขอความเห็นชอบ อนุมัติให้ใช้จัดการเรียนรู้ในโรงเรียนต่อไป ผลที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรม “ทรายขาวศึกษาจากภูมิปัญญาสู่…สมานฉันท์” ด้านผู้เรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น คะแนน NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 , 6 สูงกว่าคะแนนรวมของสำนักเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 1 นักเรียนสองวัฒนาธรรมร่วมเรียนรู้ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข มีความรักถิ่น และภาคภูมิใจในภูมิปัญญา ด้านครู จัดการเรียนรู้โดยการศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงสู่ท้องถิ่น และพัฒนาตนเองสู่ความเป็นครูมืออาชีพ ครูได้รับการเชิญจากโรงเรียนใกล้เคียงและโรงเรียนต่างจังหวัดไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการพัฒนาหลักสูตร ในด้านโรงเรียน โรงเรียนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โรงเรียนใกล้เคียงและโรงเรียนต่างจังหวัดได้มาศึกษาดูงาน ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา เขต 1 ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในโอกาสต่างๆ ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ในการพัฒนาภูมิทัศน์ และจัดหาสื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย ชุมชนส่งนักเรียนเข้าศึกษาในโรงเรียนเพิ่มสูงขึ้นเทียบกับการศึกษา 2548 เป็น ร้อยละ 17 ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ ด้านชุมชน จากการที่ คณะครู นักเรียน ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของภูมิปัญญา ได้ลงไป ศึกษาเรียนรู้ ภูมิปัญญาที่มีคุณค่าในชุมชน และจากการที่ชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ให้บุตรหลานของตนเอง ทำให้ชุมชนเห็นความสำคัญของการศึกษา ส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนสายสามัญเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปีการศึกษา 2548 คิดเป็นร้อยละ 25 ชุมชนได้ให้คณะครูเข้าไปมีส่วนร่วมเป็น คณะทำงาน ให้คำปรึกษาหารือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน ชุมชนสองวัฒนธรรมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และมีความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของโรงเรียน ผลพวงของนวัตกรรม “ทรายขาวศึกษาจากภูมิปัญญาสู่…สมานฉันท์” แม้เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่เกิดผลตามมาที่ประเมินค่ามิได้ ความสุขที่เกิดจากการเรียนรู้ของเด็กๆ ความสุขของปราชญ์ท้องถิ่น ที่มาจากไทยพุทธ และไทยมุสลิม ให้ความรู้นักเรียนอย่างภาคภูมิใจ ก่อให้เกิดความสามัคคี ความสมานฉันท์ เกียรติบัตรและรางวัลที่ได้รับจากการนำเสนอนวัตกรรม การมีส่วนร่วมของ Steak holder ในระดับภาคใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ 13 - 14 กันยายน 2550 ไม่ใช่เป้าหมายของชุมชนชาวทรายขาว แต่การได้สร้างเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีคุณค่าของสังคม สร้างชุมชนให้มีความสุข ความอบอุ่นที่ยั่งยืน นี่คือ ความภาคภูมิใจของครูทุกคน <p> </p>
เป็นนวัตกรรมที่ดีมาก ๆ