อย่างไรก็ตาม เป้าประสงค์ที่แท้จริงของการก่อตั้งกลุ่มฮิซบุลลอฮฺคือ การปลดปล่อยเลบานอนจากการยึดครองของอิสราเอล แม้ว่าอิสราเอลจะถอนกำลังออกไปจากเลบานอนแล้วแต่ก็ทางฝ่ายฮิซบุลลอฮก็ยังไม่ยอม เพราะฮิซบุลลอฮฺถือว่าอิสราเอลเป็นรัฐที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างผิดกฎหมาย เพราะการแย่งชิงดินแดนของชนชาติอื่นมาครอบครอง และฮิซบุลลอฮฺก็ยังมีอีก 2 ภารกิจที่จะต้องสะสาง คือปัญหาความขัดแย้งเหนือดินแดน Shebaa Farms ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล และการช่วยเหลือนักโทษชาวอาหรับที่ถูกอิสราเอลจับกุมไว้ ดังนั้นสำหรับสหรัฐ อิสราเอล อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลียแล้ว ฮิซบุลลอฮฺ คือกลุ่ม "ก่อการร้าย" ที่ไม่แตกต่างอะไรมากนักกับอัล-กออิดะฮฺของ บิน ลาดิน แม้ว่ารัฐบาลเลบานอนและอีกหลายๆ ประเทศจะให้การยอมรับฮิซบุลลอฮฺในฐานะที่เป็นขบวนการต่อต้านที่มีความชอบธรรมก็ตามแต่ในสายตาของโลกมุสลิมภายนอก ฮิซบุลลอฮฺถือเป็นองค์กรหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่สามารถท้าทายพลังอำนาจของอิสราเอล (ที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐ) และเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการเมืองและการทหาร ฉะนั้น ยิ่งชาวเลบานอนถูกอิสราเอลทำร้ายมากเท่าใด ก็จะยิ่งเพิ่มกระแสความนิยมให้แก่กลุ่มฮิซบุลลอฮฺมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นความแข็งกร้าวและไม่ยอมต่อการทำผิดกฎหมายในการยึดครองดินแดนของคนอื่นและความโหดร้ายต่อชาวปาเลสไตน์ที่กระทำโดยอิสราเอลนั้น เป็นเหตุให้ ไฟแห่งสงครามได้ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้เพราะนานาชาติ มองว่าทางด้าน อิซบุลลอฮนั้นได้ รับการหนุนหลังจาก อิหร่าน และซีเรีย ซึ่งก็ไม่เท่าใดนัก เหตุการณ์ที่เกิดมาแล้วในดินแดนนี้ ทั้งนี้ความระสำระสายทางการเมืองที่เกิดขึ้นดินแดนเลบานอนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้คร่าชีวิตประชากรเลบานอนจำนวนไม่น้อย ล้วนเป็นเหตุที่เกิดจากการเมืองการปกครองที่ใช้ระบบการแย่งชิงที่เกิดจากความหลากหลาย ในส่วนของชาติพันธ์และสำนักคิดซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ยอมใคร และบวกกับการเข้าไปมีบทบาทของหลายฝ่าย อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และฝ่ายหรือองค์กรที่เอ่ยถึงหลังที่เราได้รู้จักกับฮิซบุลลอฮว่าไม่เพียงแค่กองโจรตามที่ฝ่ายอิสราเอลและพันธมิตรได้กล่าวหา แต่เขาได้เป็นพระเอกในใจมุสลิมชาวเลบานอน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติให้ฮิซบุลลอฮฺสลายกองกำลังติดอาวุธให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเลบานอน เพราะถือว่า ฮิซบุลลอฮไม่ใช่เป็นแค่ตัวแทนของมุสลิมชีอะห์แห่งเลบานอน แต่เป็นขบวนการของมุสลิมชีอะห์ในตะวันออกกลางที่มีเป้าหมายสูงสุดคือกำจัดรัฐอิสราเอล และสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามแม้อิสราเอลจะถอนตัวออกไปจากตอนใต้ของเลบานอนแล้ว แต่ยังมีข้อพิพาทเหนือดินแดนที่เรียกว่า Shebaa farm ที่อิสราเอลยังยึดครองอยู่ ฮิซบุลลอฮอ้างว่าดินแดนตรงนี้เป็นของเลบานอน แต่อิสราเอลบอกว่าองค์การสหประชาชาติ ยืนยันว่า พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงโกลัน ที่อิสราเอลยึดมาจากซีเรีย ไม่ใช่ดินแดนของเลบานอน ฮิซบุลลอฮฺจึงไม่เกี่ยว ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงยังมีอยู่ อิสราเอลมักจะส่งเครื่องบินลาดตระเวรเหนือน่านฟ้าเลบานอน ฮิซบุลลอฮฺตอบโต้ด้วยการยิงจรวดใส่เมืองชายแดนตอนเหนือของอิสราเอล มีการลักพาตัวเจ้าหน้าที่อิสราเอล เพื่อต่อรองให้อิสราเอลปล่อยคนของฮิซบุลลอฮฺที่ถูกอิสราเอลจับไปตอนรบกัน วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2549 ฮิซบุลลอฮฺส่งกองกำลังเข้าไปฆ่าทหารอิสราเอลตายไป 8 คนและจับเป็นเชลย 2 คน เพื่อต่อรองให้อิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เอฮุด โอเมิร์ต สั่งการให้กองทัพอิสราเอล บุกเข้าไปชิงตัวทหารในเลบานอน และส่งเครื่องบิน เรือรบ โจมตีที่ตั้งของสำนักงานฮิซบุลลอฮฺในกรุงเบรุตรวมทั้งสนามบิน สะพาน ถนน มีคนที่เป็นพลเรือนตายกว่า 200 คน ฝ่ายฮิซบุลลอฮฺโต้ตอบด้วยการยิงจรวดใส่เมืองไฮฟา ทางตอนเหนืออิสราเอล การบุกเข้าไปโจมตีและจับตัวทหารอิสราเอลของอิซบุลลอฮเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่พรรคฮามาสของปาเลสไตน์ส่งนักรบเข้าไป ส่งทหารอิสราเอลและจับตัวประกันไป 1 คน ทำให้อิสราเอลส่งกำลังทางอากาศเข้าโจมตีฉนวนกาซา และส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปช่วยเหลือตัวประกัน การกระทำของอิซบุลลอฮจึงถูกมองว่า เป็นการวางแผนร่วมกับพรรคฮามาส ทำให้อิสราเอลต้องเปิดศึก 2 ด้าน ด้านใต้กับปาเลสไตน์ ด้านเหนือกับฮิซบุลลอฮฺ ฮิซบุลลอฮฺแม้จะอยู่ในเลบานอน แต่ก็อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของรัฐบาลที่กรุงเบรุต การที่อิสราเอลโจมตีเบรุตและสถานที่อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮิซบุลลอฮฺ รวมทั้งการสังหารพลเรือนจำนวนมากเหมือนเป็นการกดดันให้รัฐบาลเลบานอนเข้ามาจัดการกับฮิซบุลลอฮฺด้วยการกระหนำยิงโดยจรวจและระเบิด ไม่มีซีเรียที่เคยหนุนหลัง หรืออย่างน้อยกองกำลังอิสราเอลต้องระมัดระวังที่จะกระทบกระเทือน แต่เมื่อซีเรียหมดสภาพทั้งทางการทหาร แนวความคิดโดยรวมของกลุ่มฮิซบุลลอฮฺคือการเรียกรองให้เลบานอนปกครองด้วยระบอบอิสลามอันมีแบบแผนจากแนวทางที่จะให้เลบานอนปกครองด้วยระบอบอิสลามอันมีแบบแผนจากแนวทางของรัฐอิสลาม นิกายชีอะฮในอิหร่าน นอกจากนี้กลุ่มฮิซบุลลอฮฺยังมีนโยบายที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ดังนั้นที่ทหารอิสราเอลเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเลบานอนนั้น ทำให้ผู้ที่อาศัยส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิมชีอะฮก็ยังเพิ่ม ความเกลียดชังต่ออิสราเอลและอเมริกามากขึ้นและได้เกิดความคิดต่อต้านสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูสำคัญที่ให้การสนับสนุนขบวนการไซออนิตส์และประเทศอิสราเอล นอกจากนี้แล้วฮิซบุลลอฮยังมีจุดยืนอย่างชัดเจน ฮิซบุลลอฮฺต้องการขัดขวางการยึดครองดินแดนของอิสราเอลและจะทำลายล้างอิสราเอลต่อไป แนวคิดที่สำคัญของกลุ่มฮิซบุลลอฮฺอีกประการหนึ่งคือ การสร้างสังคมอิสลามและมุ่งบริการทางสังคมให้แก่สมาชิกและสังคมมุสลิมทั่วไป มีรูปแบบการทำงานทางสังคมในรูปแบบสาธารณต่างๆ จึงสามารถสร้างแนวร่วมสนับสนุนจากสังคมมุสลิม โดยเฉพาะมุสลิมชีอะฮ รูปแบบทางสังคมที่เน้นการศึกษาและสวัสดิการแก่ชุมชนดังที่ได้กล่าวมา จึงมีความคล้ายกับรูปแบบของกลุ่ม ฮามาสในปาเลสไตน์ และอิควานมุสลิมูนในภูมิภาคต่างๆ จึงมีความเข้าใจผิดในบางครั้งว่าทั้งสามกลุ่มนี้มีความเป็นหนึ่งเดียวในแง่อุดมการณ์ และการจัดการ เมื่อสงครามกลางเมืองในเลบานอนยุติลงในช่วงปี คศ.1991 ทางการเลบานอนก็เก็บและริบอาวุธจากสงครามจากกลุ่มขบวนการต่างๆในเลบานอน แต่คงเหลือไว้เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นคือกลุ่มฮิซบุลลอฮฺเพราะทางการเลบานอนต้องการให้ฮิซบุลลอฮฺปฏิบัติการต่อต้านการรุกรานของกองกำลังอิสราเอลทางตอนใต้ของเลบานอน
ในขณะเดียวกันกลุ่มฮิซบุลลอฮฺได้เข้าร่วมทางการเมืองในฐานะพรรคการเมืองของเลบานอน ในการเลือกตั้งในปี 1992 และปี1996 พรรคฮิซบุลลอฮฺร่วมส่งสมาชิกในการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและได้รับการเลือกเป็นสภาผู้แทนราษฎรหลายที่นั่งและได้ตำแหน่งทางการเมืองอย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น การที่เลบานอนได้มีการเจรจากับอิสราเอลถึงปัญหาของฮิซบุลลอฮฺ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของในการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง ระหว่างซีเรีย อิสราเอล และเลบานอนในช่วงปี1991 ที่ประชุมได้พูดถึงอนาคตของฮิซบุลลอฮฺ ว่าทางรัฐบาลจะมีจุดยืนอย่างไร รัฐบาลเลบานอนในขณะนั้นก็ได้สัญญาว่าหากการเจรจาสันติภาพทั้งสามฝ่ายในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ มีข้อตกลงร่วมกันเป็นแนวปฏิบัติและอิสราเอลได้ถอนตัวออกจากเลบานอน ทางการเลบานอนก็พร้อมจะปลดอาวุธสงครามของกลุ่มฮิซบุลลอฮฺ เลบานอนถือว่าเป็นดินแดนที่มีความขัดแย้งมาตั้งแต่อดีต
ส่วนความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮฺ กับอิสราเอลนั้นยังคงคุกรุนอยู่ตลอดมา แม้จะไม่มีเหตุการณ์ใหญ่โตแต่ก็มีการปะทะโดยตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อ 12 กรกฎาคม 2006 กลุ่มทหารฮิซบุลลอฮฺ ออกปฏิบัติการโจมตีหน่วยทหารลาดตระเวนของอิสราเอล ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิติทันที 3 นาย และถูกจับกุมได้ 2นาย เมื่อฝ่ายอิสราเอลส่งหน่วยช่วยเหลือมาอีก 5นาย ก็ถูกกองกำลังฮิซบุลลอฮซึ่งมีขีดความสามารถเหนือกว่ามากฆ่าเสียชีวิติทั้งหมด ถึงแม้ว่าฝ่ายอิสราเอลจะออกมาให้ข่าวว่าเป็นการโจมตีของตนแต่ฮิซบุลลอฮฺ ก็ออกมาให้ข่าวว่า ทางฝ่ายอิสราเอลได้ส่งกลุ่มปฏิบัติการ กลุ่มแรกเข้ามาในเขตแดนของเลบานอนเพื่อที่จะแทรกซึมเข้าไปในเมือง อัยตาอัล-ซาบ( ayta al-shab)เชคฮาซันนัศรุลลอฮ ได้ออกมาเสนอ การแลกตัวกันระหว่างนักโทษเลบานอนที่ อิสราเอลจับตัวไว้ กับทหร 2 นาย และจะไม่มีการปฏิบัติการทางทหารใดๆ สามารถจะปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระได้ นอกจากหนทางเดียวคือการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษเท่านั้น เชค ฮาซันนัศรุลลอฮกล่าววันที่ 13 กรกฎาคม 2006 กองกำลังอิสราเอลโจมตี โรงงานไฟฟ้าที่ จิยะฮ ( Jijeh ) อิสราเอลได้ยก 3 เหล่าทัพโจมตีเลบานอน จากท่า อากาศยานเบรุต และสถานีโทรทัศน์ อัล –มานาร ของฮิซบุลลอฮฺ และสถานีโทรทัศน์ อื่นๆ ถนนหนทาง ท่าเรือ สะพาน สถานี เชื้อเพลิง การโจมตีของอิสราเอล นอกจากพื้นที่ที่สำคัญๆแล้ว ยังโจมตีไปยังเขตชุมชนที่อยู่อาศัยของพลเรือนโดยไม่มีการปรานีและมีมนุษยธรรมใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ชุมชนชีอะห์ ถูกถลมด้วยจรวจ ทั้งทางภาคใต้ของเลบานอนและชุมชนชีอะฮที่อยู่กันอย่างหนาแน่น ในกรุงเบรุต ตลอด 34 วัน แห่งการโจมตี ปรากฏว่าพลเรือนนับจำนวนพันคนต้องเสียชีวิต และจำนวนล้านที่ไร้ที่อยู่อาศัย ทางฝ่ายอิสราเอล เพียงร้อยกว่าคน
รายละเอียดของความเสียหายพอสรุปได้ดังนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> สนามบิน ท่าเรือ แหล่งบำบัดขยะ สถานีไฟฟ้า 31 แห่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ถนน 630 ก.ม.</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> สะพาน 25 แห่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ทางด่วน 72 แห่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> สถานีเชื้อเพลิง 25 แห่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> อาคารที่อยู่อาศัย 15000 หลัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ศูนย์ทางเศรษฐกิจ(โรงงานตลาดฟาร์ม ) 90 แห่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ประชาชนเสียชีวิต 1181 คน</p> (Islamonline.net 14/9/2549) <p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> การปฏิบัติการของอิสราเอลในครั้งนี้ แม้จะดูเหมือนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยฉับพลัน หากมองในแง่ความเหมาะสมของสถานการณ์แล้ว นับว่าเป็นช่วงเวลาเก็บกวาดที่ดีที่สุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางในขณะนี้</p><p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> ฮิซบุลลอฮฺ นับว่าโดดเดี่ยวที่สุด จากการโจมตีที่มีอาวุธครบถ้วน และศักยภาพดีเยี่ยม ไม่มีมาตรการใดๆของรัฐบาลเลบานอนจะให้การช่วยเหลือใดๆ แก่กลุ่มฮิซบุลลอฮฺและประชาชนเลบานอนที่ถูกกระแสทางการเมืองในเลบานอนเพราะประชาชนเลบานอนก่อนหน้านี้ได้ประท้วงไม่พอใจต่อซีเรียเป็นอย่างมาก สำหรับอิหร่านผู้หนุนหลังที่แท้จริงของฮิซบุลลอฮฺ เองก็ต้องอยู่ในสภาวะที่ต้องระมัดระวังที่จะไม่หลงก้าวตามเกมที่ไม่ว่าจะเป็นที่ทางอิสราเอลวางไว้หรือสหรัฐอเมริกา เพราะนั้นหมายถึงว่า คดีเรื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียสที่ยังเป็นกั้นอยู่ จะเกิดแรงบวกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกรณีของ ฮิซบุลลอฮเป็นโอกาสที่ทำให้ประเทศคู่แค้นทั้งสองนั้นบุกโจมตีและทำลายทุกอย่างที่อิหร่านมีครอบครองอยู่ในทุกวันนี้ทันที วันนี้สหรัฐอเมริกาออกมาสนับสนุนอิสราเอลอย่างน่าเกลียดมาก ในโอกาสนี้จึงทำให้รัฐบาล ของ บุชนั้นเสียภาพพจน์ของประเทศ ที่พยายามแสดงความเป็นกลาง (อับดุลรอนิง สือแต ,2549:19) <p style="margin: 0cm 0cm 5pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> จึงไม่แปลกที่จะเห็นภาพชาวเลบานอนถูกย่ำยี ตลอดหนึ่ง เดือน โดยไม่มีประเทศใดยื่นมือเข้าช่วย ฝ่ายอิสราเอล ถึงแม้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายไปมากในการปฏิบัติการครั้งนี้แต่ผลที่ได้นั้นกลับไม่คุ้มค่าเหนื่อยและค่าเงิน เพราะไม่สามารถจะกวาดล้างกลุ่ม ฮิซบุลลอฮฺได้มากเท่าที่ควรแถมยังถูกโต้ตอบกลับไปอีกด้วยมองในแง่ทหารแล้วนี้คือความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของฝ่ายทหารอิสราเอลเพราะทำให้ภาพผู้ใหญ่รังแกเด็กในครั้งนี้เป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายเป็นอย่างยิ่งต่ออิสราเอลในสังคมนานาชาติไปอีกนาน อิสราเอลควรจะสรุปได้ ในโอกาสนี้การทำร้ายพลเรือนที่เป็นยุทธวิธีของอิสราเอลมาตั้งแต่ ปี 19342 นั้นสมควรจะยกเลิกเสียที เพราะไม่ได้ผลอะไรเลย ผู้คนอาจจะสูญเสียและล้มตาย แต่ผู้คนกลุ่มใหม่ก็จะมาแทนที่ ตราบใดยังมีความเกลียดแค้นจากปฏิบัติการที่เลวร้ายตอประชาชนผู้บริสุทธิ์ดังที่ผ่านๆมา
</p> <p style="margin: 5pt 0cm; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p> บรรณานุกรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จรัญ มะลูลีม .2549.วิกฤตเลบานอน (3) (ออนไลน์). สืบค้นจาก</p> http://www.muslimcampus.com/article_read.php ? (2 กันยายน 2549) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซาฝีอี อาดำ.2547. เอกสารประกอบการเรียนการสอนรายวิชาความสัมพันธ์อาหรับ–อิสราเอล. ปัตตานี : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นันทนา กปิลกาญจน์. 2541.ประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางในโลกปัจจุบัน.กรุงเทพ: โอเดียนโสตร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปรีชาศรีวาลัย.2549 .กรณีพิพาทในตะวันออกกลาง.กรุงเทพ : โอเดียนสโตร์</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผู้จัดการออนไลน์ .2549. เลบานอน สนามรบ ระหว่าง US กับ อาหรับ (ออนไลน์ ). สืบค้นจาก</p> http://www.muslimcampus.com/article_read. ( 29 กันยายน 2549)อับดุลรอนิง สือแต.2549. บทความ วิชาการ เรื่องเลือดไม่ใช่น้ำตา: บทสรุปสงครามเลบานอน- อิสราเอล.ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี