เมื่อวานไปค้นเจอนิตยสารเก่าหลายเล่ม หยิบมาอ่านก็เป็นความรู้ที่ยังทันสมัยอยู่ มีนิตยสาร สานปฏิรูป ปีที่ 7 ฉบับที่ 77 กันยายน 2547 หน้า 112 เรื่องโดย คุณครูเนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์ สมัยนั้นเป็นคุณครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนไทย-ซิกซ์นานาชาติ เล่าถึงเด็กนักเรียนอนุบาลที่ต้องการความรักจากครู ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นร้องเพลง เล่นเกม แต่พอจะฝึกคัดตัวอักษรเด็กเริ่มโยกโย้ อ้างเจ็บมือ คุณครูก็บอกให้พักก่อนพอหายเจ็บแล้วค่อยทำ ปรากฏว่าเด็กเจ็บมือเพิ่มขึ้นนับสิบ พอนานไปก้เริ่มหยอกล้อกัน คุณครูจึงบอกว่า “นั่งที่ได้แล้วค่ะ ใครเจ็บมือก็ต้องนั้งนิ่ง ๆ หนูเดินไปมาทำให้เพื่อนทำงานไม่ได้ อย่างนี้ไม่น่ารักเลย ถ้าหนูเกเร ครูไม่รักหนูนะคะ“ ผลคน เด็กคนนั้นไปนั้นร้องไห้บอกว่าครูไม่รัก ครูต้องอธิบายว่า “ครูไม่รักเด็กเกเร แต่หนูไม่เกเร คนอื่นก็ไม่เกเร เพราะทุกคนหายเจ็บมือกันหมดแล้ว” และเด็กคนนั้นก็หายเจ็บมือ แล้วไปหยิบดินสอมาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ
จากเรื่องที่อ่านเจอทำให้นึกถึงเด็กหญิงคนหนึ่ง เรียนอยู่ชั้น ป.1 ดิฉันสอนภาษาอังกฤษและการงานอาชีพฯ สังเกตเห็นว่า เด็กจะชอบร้องไห้ไปหาพี่ที่อยู่ชั้น ป.6 เป็นประจำ ขณะที่ร้องถ้าครูเข้าไปพูดคุยด้วยก็จะยิ่งแสดงอาการร้องไห้อย่างหนัก บางครั้งถ้าคุณครูพาทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็จะไม่สนใจ จะวาดรูปอยู่อย่างนั้น ไม่สนใจเพื่อนคนอื่นด้วย ครูมาพูดด้วย มาชักชวนทำงาน มาชมว่าวาดรูปสวย ก็จะนิ่งไม่สนใจ ไม่พูดด้วย หรือมุดเข้าไปไต้ ดิฉันไปคุยคุณครูสมจิต ศรีภูมั่น คุณครูประจำชั้น ก็พบว่าเด็กเป็นแบบนี้ทุกวัน และได้แลกเปลี่ยนวิการกับคุณครูอนุบาล คุณครูประจำชั้นห้อง ป.1 อีกห้อง คุณครูสมจิตกับดิฉันจึงใช้วิธีไม่สนใจว่าเด็กคนนี้จะทำอะไรก็ปล่อยเขาไป ไม่ต้องไปสนใจเขา พอสัปดาห์หนึ่งผ่านไปเด็กคนนี้เริ่มทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ พอเขาเริ่มทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ดิฉันก็เริ่มพูดคุญกับเขาทีละดนิด ชมการทำงานวันละหน่อย พอจะสิ้นเทอม ปรากฏว่า พฤติกรรมที่เขาเคยเป็นไม่เป็นแล้ว เข้ากลุ่มกับเพื่อนได้ดี ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนทุกอย่างอย่างสนุกสนาน และชอบส่งงานให้คุณครูตรวจอยู่เสมอ ภาพที่เขาชอบวาดเขาก็จะอาเมาอวด ดิฉันก็ให้กำลังใจเขา ให้เขาทำมาให้ดูอีก
จากทั้งสองเรื่อง สองแบบ ครั้งแรก ๆ ดิฉันคิดว่าเด็กบางคนอาจไม่ต้องการความสนใจจากผู้อื่น แต่เมื่อมานั่งวิเคระห์แล้วดิฉันคิดว่า “ดิฉันคิดผิด” ที่2กรณีที่เล่ามา เด็กทั้งสองคนต้องการให้ครู ให้ผุ้อื่นรักและสนใจเขาอย่างมาก แต่การแสดงออกนั้นต่างหากที่ต่างกัน หรือท่านที่อ่านวิเคราะห์ว่าอย่างไรก็ลองแนะนำมานะคะ
รักหรือเฉยเมย
เด็กต้องการความรักจากผู้คนรอบข้างแต่การแสดงออกไม่เหมือนกัน
ความเห็น




บทความในวันเดียวกัน
นายวรวิทย์ วรนันทวงศ์ · 19 ต.ค. 2550
นาง จันทณีย์ น้อยพรหม · 19 ต.ค. 2550
นายวรวิทย์ วรนันทวงศ์ · 19 ต.ค. 2550
kunnong · 19 ต.ค. 2550