การป้องกันโรคอ้วนจากบุฟเฟต์ที่ดีมากอีกวิธีหนึ่งคือ ไม่ไปงานเลี้ยงเสียเลย วิธีนี้เรียกว่า "การดับไฟแต่ต้นลม"

การเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ (Buffet) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสน่ห์ของบุฟเฟต์คือ ทางเลือก (choices) ซึ่งเป็นไปตามกระแสโลกที่ว่า "คนเราต้องการทางเลือกเสมอ (People need choices)"

สำนักพิมพ์รอยเตอร์นำคำแนะนำดีๆ จากบล็อก "วายด์เบอร์รีส์" และบล็อก "ไดเอท" บล็อกมาตีพิมพ์ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

...

วิธีกินบุฟเฟต์แบบลดเสี่ยงอ้วนมีดังต่อไปนี้

  1. เดินก่อนชิม (scan before) > เดินดูอาหารและเครื่องดื่มให้ครบเสียก่อน มองให้เห็นภาพรวม (whole) แล้วค่อยเลือกอาหารที่ชอบเป็นส่วนๆ (parts)
  2. หยิบจานเล็ก (small plate) > มีการศึกษาพบว่า การกินอาหารจากจานใบเล็กช่วยให้คนเรากินอาหารน้อยลงเมื่อเทียบกับจานใบใหญ่
  3. ใช้สมองซีกซ้ายก่อน (Lt. sided brain first) > สมองคนเรามี 2 ซีก ซีกซ้ายชอบใช้เหตุผล ซีกขวาชอบใช้อารมณ์ > ควรเริ่มมองก่อนว่า อาหารอะไรดีกับสุขภาพ และป้องกันอ้วน เช่น ผักมากๆ กับน้ำสลัดน้อยๆ ฯลฯ > เติมผักเข้าไปครึ่งจาน อาหารสุขภาพอีก 1 ใน 4 จาน > รวมเป็น 3 ใน 4 จาน
  4. ตามด้วยสมองซีกขวา (Rt. sided brain later) > เลือกอาหารที่ชอบ 1 ใน 4 จาน
  5. เลือก 1 ใน 2 > อาหารบุฟเฟต์มักจะมีอาหารเรียกน้ำย่อย (appetizers) กับขนมเพียบ > ควรเลือก 1 ใน 2 เช่น ถ้าคิดจะกินขนมก็ควรงดอาหารเรียกน้ำย่อย ฯลฯ
  6. เลือกดื่ม > เหล้า เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มเติมแอลกอฮอล์มักจะมีแคลอรีสูงมากกว่าที่คิด และทำให้ขาดสติ... เลยกินมากเลย ทางเลือกที่ดีกว่าคือ เลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี เช่น น้ำเปล่า โซดาไม่เติมเหล้า น้ำอัดลมประเภท 0 แคลอรี ฯลฯ
  7. นั่งใกล้คนที่กินช้าๆ > การนั่งใกล้คนที่กินเร็ว หรือกินเก่งมีส่วนทำให้คนเรากินมากขึ้น > ควรเลือกนั่งกินข้างๆ คนที่กินช้า หรือคนที่ดูมีลีลาการกินแบบน่าเบื่อไว้ก่อน
  8. นั่งลง และกินช้าๆ > การเคี้ยวช้าๆ อย่างน้อยคำละ 25-30 ครั้งช่วยให้คนเรากินน้อยลงได้

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า อาหารที่ทำให้คนเราอ้วนได้ง่ายคือ อาหารประเภท "น้ำๆ" อาหารเหลวมากกว่าอาหารประเภท "เนื้อๆ" หรืออาหารแข็ง จึงควรดื่มเครื่องดื่มแต่น้อย

การเดินเพิ่มขึ้นวันละ 30 นาที 7 วันต่อการไปกินอาหารงานเลี้ยง 1 ครั้งมีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วนได้เช่นกัน

...

การป้องกันโรคอ้วนจากบุฟเฟต์ที่ดีมากอีกวิธีหนึ่งคือ ไม่ไปงานเลี้ยงเสียเลย วิธีนี้เรียกว่า "การดับไฟแต่ต้นลม"

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

<p>ขอแนะนำ                               </p>

  • รวมเรื่องสุขภาพ > "ลดความอ้วน" > [ Click ] 
  • บล็อก "บ้านสาระ" > [ Cick ]

ที่มา                                    

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><ul>

  • Thank Reuters; Wired berries, Diet blogs > Bet the buffet > [ Click ] , [ Click ] , [ Click ] > October 18, 2007.
  • <li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้ </li>

  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี, เทพรัตน์ บุณยะประภูติ, เทวินทร์ อุปนันท์ > สนับสนุนด้าน IT. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 19 ตุลาคม 2550.
  • </span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span> </ul>